'จิ๋ว-จตุพร'ประสานเสียงจี้'บิ๊กตู่'ลาออกพ้นนายกฯ-หัวหน้าคสช.


เพิ่มเพื่อน    

28 ก.ย.61 - เมื่อเวลา09.00น. ที่บ้านพักย่านเกษตร นวมินทร์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ย่านถนนนวมินทร์ พล.อ.ชวลิต พร้อมด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. และนายเผด็จ ภูรีปฏิภาณ คอลัมนิสต์ ชื่อดัง ร่วมแถลงทางออกประเทศ โดยเป็นการพูดคุยสลับการถามตอบ จากสื่อมวลชน บางช่วงเวลานายเผด็จ ได้ร่วมตั้งคำถาม

พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ด้วยความที่มีเลือดความเป็นไทย ต้องรับผิดชอบแผ่นดินบ้านเกิด หรือตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน มีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องตอบแทนแผ่นดิน ถ้าจำคำกล่าว นายพลแมคอาเธอร์ ของสหรัฐ ที่ไปปราบญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่2ได้ ท่านพูดชัดเจน The old soilder never die หรือ ทหารแก่ไม่มีวันตาย หวังว่าเมื่อพูดไป คงไม่มีคนออกมาบอกว่า แก่แล้ว ทำไมไม่ไปเลี้ยงหลาน 

ทั้งนี้ปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เพราะไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่พระมหากษัตริย์สั่งการไว้ เป็นปัจจัยทำให้ประเทศถดถอย ที่พูด ไม่ได้ต้องการให้ทะเลาะกัน ขับไล่ หรือประณามใคร แต่อยากให้คนไทยร่วมกันอย่าหวั่นไหวในการแก้ปัญหาบ้านเมือง แนวทางแก้ไขคือ มอบสิทธิ เสรีภาพให้ประชาชน คืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน และทำให้เกิดการเลือกตั้งโดยประชาชน เพื่อประชาชน อย่างแท้จริง 

ขณะนี้แนวทางประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่ประเทศไทยขาดมาก แต่คิดว่ากระบวนการประชาธิปไตยจะเกิดในเร็ววันนี้ ซึ่งต้องมีกระบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนด้วย และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว จะเสนอแผนงานโครงการเฉลิมพระเกียรติ 780 ปี ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่10 โดยมีแผนงานโครงการแบ่งเป็น 7หมวด รวม41 โครงการ วงเงิน 197ล้านล้านบาท เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินในการยกระดับความเป็นอยู่

พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเมื่อมีการเลือกตั้ง ต้องจัดตั้งรัฐบาลจากหลายๆพรรค เมื่อก่อนมีไม่กี่พรรคยังทะเลาะกัน แล้วเวลานี้มี20กว่าพรรคจะไม่ตีกันหรือ จึงต้องคิดให้ดีหากใช้รูปแบบนี้จะนำไปสู่การทะเลาะไม่สิ้นสุด คิดว่าแทนที่จะปล่อยให้มีการเลือกตั้งเช่นนี้อย่าให้มีเลย หรือถ้าพูดให้ง่ายเปลี่ยนรูปแบบจากปัจจุบันนิดหน่อยภายใต้กรอบอำนาจอธิปไตยสูงสุด ซึ่งผู้ถืออำนาจอธิปไตยสูงสุด คือองค์รัฏฐาธิปัตย์สูงสุด ให้มีรัฐบาลเฉพาะกาล กาลเวลาแห่งความยุ่งยากสับสน ต้องใช้อำนาจพิเศษ ภายใต้กรอบของพระประมุข 

ควรยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 ใช้ปี 2540 โดยแก้ไขบางมาตราให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แผนนี้ 1-2 ปี จะแก้ไขปัญหาได้แล้วให้มีรัฐบาลจริงเข้ามาทำงาน วันนี้ต้องเซตซีโร่เพื่อไปสู่สิ่งที่ถูกต้อง

นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันนี้หากกรรมลงมาเป็นผู้เล่นเสียเองก็จะเป็นปัญหา เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ประกาศสนใจการเมือง ก็ควรเสียสละลาออกจากหัวหน้าคสช. และตำแหน่งนายกฯเพื่อมาเป็นผู้เล่นให้ถูกต้อง ขอให้ดูพล.ชวลิต ที่ลาออกจาก ผบ.ทบ.เพื่อมาเล่นการเมืองเป็นตัวอย่าง เพราะช่วงเวลา 5ปี ที่ผ่านมาถือว่าอยู่มานานแล้ว หากต้องการอยู่20ปี ตามยุทธศาสตร์ประเทศก็จะไม่ว่าถ้ามาอย่างสง่างาม 

วันนี้การมีคนกลางเพื่อส่งไม่ต่อนำไปสู่ประชาธิปไตยยังมีความจำเป็น และเสียดายหากพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นผู้เล่นบทคนกลาง แล้วมาแสดงตัวชัดเจนว่าสนใจการเมือง เมื่อเป็นเช่นนี้วันข้างหน้าจะพาประเทศเข้าสู่วิกฤต เพราะแทนที่กรรมการจะส่งไม้ต่ออย่างสง่างาม แต่กลายเป็นผู้เล่นและกรรมการที่เป็นคนเดียวกันลงมาเล่นในเวทีเอง

นายเผด็จถามว่า มีทางออกทางเดียวหรือ ทางอื่นไม่มีหรือ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ทางอื่นมีเหมือนกัน แต่มันจะยุ่งเหยิงเป็นต้นว่าผมใช้คนแค่ 20 คน อาจจะออกได้เหมือนกัน พรุ่งนี้โน่น หน้าทำเนียบลูกนึง หน้าตลาดนัดสามเสนลูกนึง หน้าอ.ต.ก.2 ลูก หน้าเสาไฟโน่น 5 ลูก หน้าเชียงใหม่ 3 ลูก ภูเก็ต 2 ลูก ระเบิดทั้งเมือง ทั้งประเทศ นี่ไงทางออก

จากนั้นเผด็จ พูดขึ้นมาว่า ผิดกฎหมาย พล.อ.ชวลิตกล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า ก็ผิดไง เป็นแนวทางที่ไม่ถูกเป็นแนวทางที่ผิด แต่ถามว่าทำได้ไหม ทำได้ ทำไมจะทำไม่ได้ แต่เราไม่ทำ นายเผด็จถามต่อว่าหากให้มีการเลือกตั้งแล้วค่อยปรับมาทำตามแนวทางนี้ได้หรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบเน้นหลายรอบว่า ชาติหน้า ชาติหน้า

นายเผด็จถามอีกว่า มีคำพูดเก่าๆที่มักพูดกัน อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน กรณีที่เกิดจะถูกกล่าวหาอย่างนี้หรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า เป็นหัวใจหรือความรู้สึกของพวกเรา ที่ทรงตระหนักในน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์ท่าน หรือแม้สมัยเสด็จพ่อ ที่มีต่อพี่น้องประชาชน เราเห็นได้ จิตอาสาหรืออะไรก็ดี เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เราไม่ได้ดึงฟ้าต่ำ มีแต่จะยกฟ้าให้สูงขึ้น เพียงแต่ความรู้สึกพวกเราก็เกรงว่าจะทำให้พระองค์ท่านไม่สบายพระทัย วิธีทำให้ถูกก็อย่างที่นายจตุพร นายเผด็จบอก ก็ทำให้ถูก แก้รัฐธรรมนูญหรือตัวเองไปยุ่งเองไม่ทำ ซึ่งทำได้ ไม่ใช่เรา อยู่ที่ท่าน

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากจะทำได้พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก ยอมมาเป็นผู้เล่น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ ตระหนักแล้วว่าความเป็นจริงของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง อะไรกำลังจะเกิด เราคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์มีความเป็นทหาร สุภาพบุรุษ เป็นนักการเมืองที่ดี ตั้งใจทำงาน น่ารับฟังในคำร้องขอ ที่มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ซึ่งคงเป็นความปรารถนาดีกับท่านด้วย เพราะฉะนั้นท่านน่าจะทำ

ถามว่าถ้านายกฯลงตำแหน่งตอนนี้ มีคนกลางมาทำหน้าที่ ปล่อยให้การเลือกตั้งเดินไป คงไม่น่าจะต้องมีรัฐบาลเฉพาะกาล นายจตุพรกล่าวว่า เรามีบทเรียนหลังจาก 2535/1 ที่มีความสูญเสีย ถ้าย้อนรอยดีๆ ปัจจุบันก็เทียบได้กับตอนนั้น แต่ระหว่างก่อน 2535/2 มีคนบาดเจ็บ ตาย สูญเสียได้ นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ แม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่พอทำท่าจะได้นายกฯจากเลือกตั้งก็มีปัญหา เมื่อได้คนกลางแล้วส่งไม้ให้ประชาชน บ้านเมืองก็ร่มเย็นเป็นระยะเวลานาน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เป็นผู้เล่น บ้านเมืองก็เดินไปปกติ แต่เมื่อเป็นผู้เล่นและกรรมการที่มีอำนาจมาก จะยิ่งสร้างวิกฤติที่มีอยู่ข้างหน้า

ถามว่าบ้านเมืองขัดแย้งหนัก จะใช้คนกลางเข้ามามีปัญหาหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ถ้ามาทำหน้าที่ส่งไม้ให้ประชาชน เหมือนนายอานันท์ แต่ถ้าจากกรรมการมาเป็นผู้เล่นจะต่างกัน  

ถามอีกว่าแล้วคนกลางที่เหมาะสมคือใคร นายจตุพรกล่าวว่า ยังไม่นึกถึงว่าจะเป็นใคร เพียงแต่ว่า เราเคยมีตัวอย่างอยู่ พล.อ.ชวลิตกล่าวเสริมว่า อาจจะยังเข้าใจผิด รัฐบาลเฉพาะกาลนั้น ไม่เกี่ยวกับการปกครอง ตั้งมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ เหมือน set zero สิ่งที่ถูกต้องแล้วประชาชนจัดการกันเอง.


คนร่วมชุมนุม "ม็อบสามสัส" ระยะหลังดูจะออกอาการเซ็งๆ เห็นโพสต์บ่น....ไรวะ"เย็นนัดชุมนุม-ค่ำให้กลับไปกินนมนอน"!แบบนี้ มันคงจบหรอกนะ ที่ "รุ่นเรา" น่ะมันน่าจะไปจบที่ "คุก" ซะก่อนมากกว่า!

ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'