พปชร.หักสามมิตร! เรียงหินส่อยกทีมหารังใหม่ ประยุทธ์-ประวิตรอุ้ม4รมต.


   

    “ประยุทธ์-ประวิตร” ประสานเสียงอุ้ม 4 รัฐมนตรี บอกมาขออนุญาตแล้วจึงให้ไป อัด “มาร์ค”  กลับสมัยนั้นมีธรรมาภิบาลไหม “บิ๊กป้อม” อ้างยุคสุรยุทธ์ก็ไม่มีใครไขก๊อก สนธิรัตน์รับทำงานยากขึ้น แพลมข่าวไม่แน่ใจ “สามมิตร” จะตั้งพรรคหรือไม่ พลังดูดพ่นพิษ! ทำ “สมศักดิ์” หายต๋อม ปวดหัวพื้นที่ทับซ้อน ทั้ง “เด็กฝาก-ทาบทาม” รมว.กห.ซัด “ลุงจิ๋ว” คิดมากเลยมั่วเรื่องบึ้ม 
    เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ในกรณีเสียงเรียกร้องให้รัฐมนตรี 4 คนที่ไปร่วมทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ  (พปชร.) ลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ ว่าการที่รัฐมนตรีไปทำงานการเมืองนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละบุคคล พูดมาหลายครั้งแล้ว และย้ำเตือนในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย รวมถึงช่วงที่เขามาขออนุญาต ก็ได้บอกไปว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน อย่าทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเสียหาย เพราะในการบริการราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีทั้ง 4 คนไม่ใช่ผู้ตัดสินหลักใน ครม. เพราะการจะออกมติอะไรจะต้องเป็นมติของ ครม.ทั้งคณะ โดยมีรองนายกฯ และรัฐมนตรี 
    “คงไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น ไม่ได้เอื้อประโยชน์อย่างเช่นที่ผ่านมาหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะหลายคนออกมาพูดว่าจะเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเคยเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า แล้วใครเป็นคนทำ ถ้าไม่มีก็แล้วไป แต่ขอร้องอย่ามาอ้างว่าวันนี้จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ รัฐบาลนี้ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดการเอื้อประโยชน์อยู่แล้ว เราจะดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป สานต่องานรักษาความสงบเรียบร้อย อะไรผิดกฎหมายก็ผิดกฎหมาย ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    เมื่อถามย้ำว่า แม้การไปทำงานการเมืองเป็นเรื่องส่วนตัว แต่มีกระแสดันให้ 4 รัฐมนตรีลาออกเพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามทันทีว่า  กฎหมายเขาว่าอย่างไร ก่อนหน้านั้นเขาทำอย่างไรกันอยู่ มีกรณีแบบนี้หรือไม่ มีหรือเปล่า มีไหมจ๊ะ  
ถามย้ำว่า มีการอ้างว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเผด็จการ พล.อ.ประยุทธ์สวนว่า “ผมเป็นรัฐบาล ที่ผมต้องบอกว่ามีธรรมาภิบาล สมัยที่คุณเป็น คุณมีธรรมาภิบาลหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงเสียงวิจารณ์การแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยา เอื้อประโยชน์นายสมชาย คุณปลื้ม ว่าการตั้งใครขึ้นมาก็แล้วแต่ ไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรทั้งสิ้น เรื่องนี้พูดหลายครั้งแล้ว อย่าถามซ้ำซาก
แนะให้ระมัดระวัง
     รายงานข่าวจาก ครม.แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงในที่ประชุม ครม. กรณีรัฐมนตรีไปร่วมทำงานการเมืองว่า ขอให้ระมัดระวัง จะทำอะไรขอให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม อย่าใช้อำนาจในทางการเมือง จนเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ในส่วนของรัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป รัฐมนตรีที่ตัดสินใจไปเล่นการเมือง ตัดสินใจแล้วก็ต้องระมัดระวังให้ดี อย่าให้เกิดการเข้าใจผิด คำว่าประชารัฐในมิติของรัฐบาลนี้ หมายถึงภาคประชาชนกับรัฐบาลมาทำงานร่วมกัน โดยภาคประชาชนหมายถึงองค์กรต่างๆ ไม่ว่าเป็นนักวิชาการ นักธุรกิจ พ่อค้า และประชาชนที่มาทำงานร่วมกับรัฐบาล ผลักดันให้งานเดินหน้าไปได้ ในส่วนทางการเมือง แม้มีชื่อพ้องกัน แต่ต้องแยกแยะให้ชัดเจน ว่าเป็นคนละส่วนกัน ส่วนนโยบายจะเหมือนกันหรือไม่ ตรงนี้ไม่ทราบ
     พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวประเด็นนี้ว่า ไม่มีการพูดกันในที่ประชุม ครม. เพราะมันเป็นเรื่องของเขา จะไปคุยในที่ประชุม ครม.ทำไม ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้มาจากการรัฐประหาร ไม่ควรใช้หลักการรัฐบาลรักษาการนั้น กฎหมายมีหรือไม่ เรื่องความสง่างามกับกฎหมายมันต่างกัน เวลานี้เรายึดกฎหมาย ทำตามกฎหมายทุกอย่าง
    เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้รัฐมนตรีลาออกก่อนไปหาเสียง พล.อ.ประวิตรกล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ถ้าอยากให้ลาออกก็ออกสิ ที่ผ่านมาเคยมีการกระทำเช่นนั้นหรือไม่ รัฐบาลที่มาจากวิธีพิเศษ เช่น รัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็มาจากพิธีพิเศษเช่นกัน ไม่เห็นมีใครออกสักคน มีใครเคยออกบ้าง ยืนยันเราทำตามกฎหมาย
    ทั้งนี้ เมื่อซักว่ารัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ไม่ได้ตั้งพรรคการเมือง และลงเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรก็เดินจากไปทันที
    ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยกล่าวว่า 4 รัฐมนตรีคงคิดพิจารณาตามกฎหมายและความเหมาะสมว่าจะต้องทำอย่างไร ไม่มีความคิดเห็นเพิ่มเติมในส่วนนี้ ซึ่งท่านทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่ในงานที่รับผิดชอบได้ดี เชื่อว่าจะไม่สงผลกระทบต่อภาพรวมของรัฐบาล
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ติดตามการเปิดตัวพรรค พปชร. เมื่อวันที่ 29 ก.ย.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ติดตามดูทุกพรรคการเมือง พบว่ายังไม่มีนโยบายของพรรคไหนที่ว่าแก้ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติให้มีผลดีอย่างไร มีแต่มาวิพากษ์กัน 
รับทำงานยากขึ้น
    ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะว่าที่เลขาธิการ พปชร. กล่าวถึงกระแสกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งต่างฝ่ายต่างต้องเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ก็จะอยู่ในทางการเมืองกันได้ แต่ยอมรับว่าการทำงานยากขึ้นตั้งแต่ตัดสินใจแล้ว การอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้แล้วต้องทำงานไปด้วยนั้นยาก ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองเยอะ เพราะเราต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมมาก 
เมื่อถามว่า การร่วมคณะลงพื้นที่ ครม.สัญจร จะเป็นอุปสรรคหรือเงื่อนไขต่อการทำงานหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ ส่วนช่วงเวลาที่ว่าสวมหมวกใบเดียวนั้น มีอยู่ในใจอยู่แล้ว เราจะทำให้ดีกว่ามาตรฐานที่เคยทำกันมา นี่คือสิ่งที่เรายืนยัน ทุกคนตระหนักดีว่าอะไรเหมาะอะไรควร 
    ถามย้ำว่า จะสวมหมวกใบเดียวเมื่อ คสช.ปลดล็อกทางการเมืองในช่วงกลางเดือน ธ.ค.หรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า บอกแล้วว่าเรื่องนี้อยู่ในใจ ขอให้ดูต่อไป ส่วนกระแสตอบรับของพรรค พปชร.นั้น สื่อต้องเป็นคนตอบว่าดีหรือไม่ เรามีหน้าที่เพียงเสนอตัว มีหน้าที่สร้างพรรคทางเลือกให้กับประเทศ ส่วนกระแสตอบรับเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน เราก็จะทำหน้าที่ของเราต่อไป และจะทำให้ดีที่สุด
    เมื่อถามว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ อยากให้ทุกพรรคการเมืองแข่งกันด้วยนโยบาย พปชร.เอง จะมีนโยบายอะไรที่เซอร์ไพรส์หรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มีแน่นอน ขอให้รอ เพราะเราต้องการสร้างการเมืองที่มีนโยบายนำพาประเทศไปได้ ซึ่ง 60-70 คนที่มาเปิดตัวกับพรรคในรอบแรก ล้วนเป็นบุคคลคุณภาพของประเทศไทย แต่เดิมคนที่จะเข้าสู่การเมือง กลัวการเมืองทั้งสิ้น เราพยายามสร้างให้เห็นว่าการเมืองเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้ามาและร่วมกันทำ"
    ถามอีกว่า ที่นายสมคิดระบุว่า 4 รัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องลาออก ทำให้มีกำลังใจมากขึ้นหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ก็เป็นกำลังใจของผู้บังคับบัญชา ส่วนในที่ประชุม ครม.นั้น นายกฯ ได้ฝากว่าคนที่จะไปทำงานการเมืองขอให้ระมัดระวังในการทำงาน แต่ไม่ได้พูดถึงความกังวลของ 4 รัฐมนตรีต่อประชุม ครม.สัญจรแต่อย่างใด
    ขณะเดียวกัน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีนายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ไปดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร พปชร.ว่า เป็นเรื่องธรรมชาติ ส่วนจะฝากให้ระมัดระวังอะไรบ้างหรือไม่นั้น คงไม่ เพราะนายอิทธิพลอยู่ในการเมืองมากกว่าตนเอง
    สำหรับความคิดเห็นของนักการเมืองนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร และไม่ได้เรียกร้องให้ใครลาออก เพราะไม่คิดถึงคนอื่น คิดถึงแต่พรรคตัวเอง และไม่ได้มองเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบ คนใน ภท.ไม่มีใครถอดใจ มีแต่สั่นสู้ทุกคน และพร้อมร่วมเวทีดีเบตกับทุกพรรค รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ถ้าสนใจลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องลาออกเพื่อความสง่างามหรือไม่นั้น ไม่ขอให้ความเห็น เพราะทุกคนคิดไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นเรา เราออก เขาอาจไม่ออก จะไปบังคับให้คนอื่นทำตามได้อย่างไร อยู่ที่ความคิดแต่ละคน
    “ภูมิใจไทยทำงานเหมือนขี่ม้า ไม่มองด้านข้าง มองแต่ด้านหน้า เราได้หมดถ้าสดชื่น" นายอนุทินกล่าว
     ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เป็นสิ่งบ่งชี้สำคัญว่ารัฐบาล คสช.ฟังเสียงประชาชนแค่ไหน หลายกรณีก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนี้ เช่น แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน ไม่ต้องออก กกต.ชี้ขาดรัฐมนตรีถือครองหุ้นจนขาดคุณสมบัติก็ไม่ต้องออก คุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีหรือไม่ แสดงถึงความเคารพต่อประชาชนว่ารัฐบาลนี้มีแค่ไหน 
“แกนนำรัฐบาล คสช.ทั้งหลายออกมาช่วยกันอธิบายว่า กฎหมายไม่ได้ห้าม ยิ่งอธิบาย ยิ่งทำลายความไว้วางใจจากประชาชนหรือไม่ เพราะความรับผิดชอบทางการเมืองต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย แล้วยังมาคิดเล็กคิดน้อยเอาเปรียบคนอื่น ประชาชนจะยิ่งเบื่อหน่ายหรือไม่ อย่าไปคิดว่าการซุกปัญหาไว้ใต้พรม ไม่มีใครกล้ามาเรียกร้องท่าน แต่ยิ่งกดทับมากเท่าไหร่ เวลาที่ระเบิดออกมาจะรุนแรงมากขึ้น วันนี้ประชาชนมีคำตอบหมดแล้ว พร้อมจะประกาศให้โลกรู้และระเบิดออกมาในวันเลือกตั้ง” นายอนุสรณ์กล่าว
ชี้"สามมิตร"ลูกผีลูกคน
    วันเดียวกัน ยังมีกรณีความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่น่าสนใจ เมื่อนายสนธิรัตน์ตอบคำถามถึงความชัดเจนว่ากลุ่มสามมิตรจะมาร่วมกับ พปชร.หรือไม่ ว่ายังไม่รู้เลย และเมื่อถามย้ำว่าเขายืนยันหรือไม่ นายสนธิรัตน์ย้อนถามกลับว่า "เขาจะตั้งพรรครึเปล่า" 
เมื่อถามว่า อีกกระแสระบุว่ากลุ่มสามมิตรจะไม่มาร่วม พปชร.ใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า สื่อน่าจะรู้กันหมดแล้ว และเมื่อถามย้ำว่า มีข่าวว่ากลุ่มสามมิตรจะไปตั้งพรรคหรือ นายสนธิรัตน์ตอบว่า ไม่รู้ ต้องไปถามเขา
    รายงานข่าวจากกลุ่มสามมิตรแจ้งว่า ช่วงนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตรได้เงียบหายไป และยังไม่เดินทางไปเปิดตัวกับ พปชร.เมื่อวันเสาร์ 29 ก.ย. ซึ่งช่วงนี้นายสมศักดิ์ค่อนข้างเครียด เนื่องจากการจัดพื้นที่นั้นให้ผู้สมัคร ส.ส.นั้นไม่ลงตัว เพราะในผู้สมัครของกลุ่มสามมิตรมีถึง 3 กลุ่มที่สรรหามา คือ 1.กลุ่มบุคคลที่นายสมศักดิ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประสานมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ส.จากภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางบางส่วน 2.กลุ่มที่ทหารสรรหามา และ 3.กลุ่มคนสนิทที่เสนอรายชื่อเข้ามาเช่นกัน ทำให้เกิดทับซ้อนในการจัดวางผู้สมัคร และบางรายยังเป็นคนที่ไม่มีคะแนนนิยม แต่กลับได้รับการผลักดันอย่างมาก ทำให้การจัดตัวมีปัญหามาก
    “หลัง พปชร.เปิดตัวไปทำให้อดีต ส.ส.หลายคนเริ่มสับสน ว่าใครจะลงรับสมัครตรงไหนเขตใด แนวทางพรรคจะเป็นอย่างไร เพราะมีแต่คนหน้าใหม่ และยังเกรงว่าพรรคจะไม่ได้ ส.ส.ตามที่กำหนดกันไว้ ดังนั้นเวลานี้จึงมีพรรคการเมืองใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อไม่นานพยายามติดต่อหานายสมศักดิ์ให้ขนสมาชิกกลุ่มสามมิตรภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางบางส่วนไปร่วมทีม แต่นายสมศักดิ์ยังเก็บตัว ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ”รายงานระบุ
จวก"บิ๊กจิ๋ว"คิดมาก
    สำหรับข้อเสนอของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เสนอให้แต่งตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของ พล.อ.ชวลิต เขาจะมาถามอะไรตน เขาคิดอย่างไรก็เรื่องของเขา ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ สื่อลองตอบสิว่าคิดอย่างไร ที่ท่านเสนอให้ทำตอนนี้ทำได้หรือไม่ ไม่มีหรอก มันเคยมีหรือไม่ เมื่อมันไม่เคยมีจะมีได้อย่างไร
    เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ชวลิตระบุว่าสามารถวางระเบิดได้หลายจุด จะทำได้หรือไม่ในยุคนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาพูดไปเอง ที่ผ่านมาท่านคงดูแลความมั่นคงมาก่อน ท่านจึงคิดมาก ซึ่งตนเองก็ดูแลความมั่นคง แต่คิดน้อยหน่อย เมื่อถามย้ำว่ากรณีเช่นนั้นเกิดขึ้นได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้ำทันทีว่า ไม่ได้
    พล.อ.อนุพงษ์กล่าวเรื่องนี้ว่า ท่านเป็นรุ่นพี่ ไม่อยากวิพากษ์ท่าน ส่วนข้อเสนอให้แต่งตั้งรัฐบาลเห็นชาตินั้น ประเทศชาติเดินมาในทิศทางที่ดีแล้ว เรามีรัฐธรรมนูญ และกำลังเตรียมการเลือกตั้ง ไม่เห็นความจำเป็นที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามที่เสนอ แม้ พล.อ.ชวลิตจะอ้างว่าใกล้เลือกตั้งแล้วจะเกิดความวุ่นวาย แต่หากตั้งรัฐบาลแห่งชาติก็ไม่มีกฎหมายรองรับ
    “คุณช่วยกันดูเอาเองว่าประเทศชาติควรเดินไปในทิศทางนั้นหรือไม่ วันนี้มีกฎหมายรัฐธรรมนูญรองรับทุกเรื่อง ทุกคนเดินไปตามนั้น การจะไปทำอย่างอื่นนั้นไม่มีกฎหมายรองรับ ดังนั้นจะผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาดูแล แล้วจะเกิดผลดีต่อประเทศชาติหรือไม่ พวกคุณต้องช่วยกันวิเคราะห์” พล.อ.อนุพงษ์ระบุ
นายอนุทินกล่าวว่า เห็นว่าก่อนเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญไม่น่าทำได้ และหลังเลือกตั้งก็ไม่เหมาะสม เพราะทุกอย่างต้องดำเนินตามกระบวนการประชาธิปไตย.


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน