จะเอาสามก๊กเวอร์ชั่นไหนดี???


เพิ่มเพื่อน    

      ใครจะออก-ไม่ออก...จะยึดมาตรฐานทางกฎหมาย หรือมาตรฐานทางกฎแห่งกรรม ก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่สำหรับพงศาวดาร สามก๊ก ฉบับไทยๆ ในช่วงระยะนี้ ออกจะชุลมุน ชุลเก สับสน วุ่นวาย ไปทั่วทุกก๊กเอาเลยก็ว่าได้ ชนิดไม่ว่ามังกร หรือมังกือการเมือง ยังอดปวดเศียร เวียนเกล้า แยกออก-บอกไม่ถูก ว่าไผเป็นไผ อะไรเป็นอะไร ไปแล้วถึงขั้นนั้น...

                                                             ------------------------------------------------

      จะด้วยเหตุเพราะการดำเนินกลยุทธ์ กลศึก ตามแบบฉบับ แตกแบงก์พันให้กลายเป็นแบงก์ร้อย ดังที่คุณลุงกำนัน เทพเทือก ท่านอุปมา-อุปไมยเอาไว้หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ ไม่ว่าจะ ก๊กเอาบิ๊กตู่ หรือ ก๊กไม่เอาบิ๊กตู่ ต่างมีลักษณะอาการไม่ต่างอะไรไปจากกัน อาทิ พรรคพลังประชารัฐ ของ 4 กรรมการ หรือ 4 รัฐมนตรี บวกกับอีก 2-3 ข้าราชการการเมือง ไปๆ-มาๆ ทำท่าว่าชักไม่ค่อยสนใจ เศษสตางค์ ของพวก กลุ่มสามมิตร ขึ้นมามั่งแล้ว โดยเฉพาะประเภทที่แบงก์ออกไปทางยับยู่ยี่ หรือเศษเหรียญออกจะดำคล้ำหงิกๆ งอๆ อันเนื่องมาจากถูกดูด ถูกลำเลียง ผ่านท่อพญานาคของ สุโขทัย เรียงหิน แบบเป็นกระบิๆ...

                                                             -------------------------------------------------

      คืออาจเพราะหนักไปทางดูดมั่ว ดูดไม่เลือก จนแทบไม่รู้ว่าอะไรคืออดีต ส.ส. อะไรคือแค่อดีต อบต. ก็แล้วแต่จะสรุปกันเอาเอง...แต่เอาเป็นว่า เมื่อต้องแยกก้อนแต่ละก้อน ว่าก้อนไหนเป็นก้อนแร่ ก้อนไหนเป็นก้อนขี้ อันนี้นี่แหละ...เลยทำให้พลังประชารัฐ ชักไม่ได้ออกไปทาง เพื่อผไทของไทยทุกส่วนขึ้นมามั่งแล้ว หรืออาจส่งผลให้ทวยไทยบางส่วน มีสิทธิ์ต้องแยกสาย แยกกอ ไหลต่อไปรวมกับพรรคไหนต่อพรรคไหนก็มิอาจรู้ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ พลังประชารัฐ เป็นที่รวมของรัฐมนตรี ของข้าราชการ และของบรรดานักวิชาการ ระดับด๊อกต้ง ด๊อกเตอร์ แบบสดใส สะอาด บริสุทธิ์ ขึ้นมาหน่อย ไม่ต้องเปื้อนขี้ เปื้อนเยี่ยว อะไรต่อมิอะไรมากมายจนเกินไป...

                                                              -----------------------------------------------------

      พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ใช่แค่เฉพาะ แตกแบงก์พันให้กลายเป็นแบงก์ร้อย เท่านั้น...แต่ยังต้องแตกเป็นเศษเหรียญ เศษสตางค์ โดยแต่ละเศษจะถูกกวาดรวมไปอยู่พรรคใดต่อพรรคใด คงต้องตามไปดูกันอีกเที่ยว ไม่ต่างไปจาก ก๊กไม่เอาบิ๊กตู่ ที่ไม่ใช่แตกออกไปเป็น เพื่อไทย กับ อนาคตใหม่ แต่ยังมี เพื่อธรรม โผล่ขึ้นมาสอดแทรก โดยจะเป็นแบงก์สิบ แบงก์ร้อย หรือแบงก์อะไรก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...พร้อมที่จะ เผา ใครต่อใคร ตามแบบฉบับ เผาไทย ของแท้แต่ดั้งเดิมได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะบรรดาทหารและเผด็จการทั้งหลาย ย่อมมีสิทธิ์ถูกจับขึ้นเมรุได้แบบฉับพลันทันที ถ้าหากแบงก์ในแต่ละใบนั้น สามารถแลนด์สไลด์ แอฝะลานช์ ได้ตามที่ นายใหญ่ ท่านวาดหวังและจินตนาการเอาไว้ก่อนหน้านี้...

                                                                  ----------------------------------------------------

      ส่วน ก๊กเอาก็ไม่ใช่-ไม่เอาก็ไม่เชิง ที่ยังกำแบงก์พันเอาไว้แน่นอยู่ในมือ...แต่มาถึงช่วงระยะนี้ ระหว่าง กลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ กับ กลุ่มเพื่อนอภิสิทธิ์ ก็ชักจะ ใส่ กันแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนแทบไม่รู้ว่า...หลังการเลือกตั้งหัวหน้าก๊กผ่านไปแล้ว จะต่อกันติดอีกหรือไม่ เพียงใด หรือจะต้องนิราศร้างห่างเหเสน่หา แบบกลุ่ม 10 มกราฯ หรือกลุ่มใดต่อกลุ่มใด เท่าที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ ดังนั้น...โดยสรุปรวมความแล้ว พงศาวดารสามก๊กฉบับไทยๆ ช่วงนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากพงศาวดารสามก๊กฉบับจีนๆ เมื่อไม่รู้กี่ต่อกี่พันปีที่ผ่านมานั่นเอง คือต้องสู้กันทั้งภายนอกและภายใน ตราบใดที่สิ่งที่เรียกว่า อำนาจ ยังคงเป็นเป้าหมายและกรรมวิธีของแต่ละเหล่า แต่ละก๊ก อย่างไม่มีวันผันแปรไปเป็นอื่น...

                                                                    ----------------------------------------------------

      ส่วนบรรดาไพร่ฟ้า ประชาราษฎร์ พสกนิกร...คงหนีไม่พ้นต้องรับบท ลิ่วล้อในหนังจีน ไปตามสภาพ เพราะหลังจากที่มีโอกาสได้ เข้าฉาก หรือได้รับบทเป็น ตัวประกอบ ภายในคูหาเลือกตั้ง ประมาณ 4 วินาที หรือไม่น่าจะเกินไปกว่านี้ จากนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงไม่ได้ต่างอะไรไปจากเดิมมากมายซักเท่าไหร่ ไม่ว่า ก๊กเอาบิ๊กตู่,  ก๊กไม่เอาบิ๊กตู่ หรือ ก๊กเอาก็ไม่ใช่-ไม่เอาก็ไม่เชิง จะกวาดเก้าอี้ กวาดคะแนนเสียง ได้มาซักกี่สิบ กี่ร้อย โอกาสที่ต้อง รบกันต่อ ไม่ว่าในเวทีรัฐสภา หรือนอกเวทีรัฐสภา ย่อมเป็นสิ่งซึ่งมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย ปัญหาจึงขึ้นอยู่กับว่า...จะส่งผลให้บรรดา ลิ่วล้อ ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย ไปอีกถึงขั้นไหน อันนี้นี่แหละ...ที่เป็นเรื่องของ ผู้แต่งพงศาวดาร จะต้องใคร่ครวญ พิจารณา ให้ละเอียด ประณีต เอาไว้ก่อนล่วงหน้า...

                                                                    -------------------------------------------------------

      เพราะพงศาวดารสามก๊กในแต่ละเรื่อง แต่ละเวอร์ชั่นนั้น...มันยังมีอยู่ด้วยกันหลายรูป หลายแบบ มีทั้งสามก๊กฉบับนักบริหาร สามก๊กฉบับวณิพก สามก๊กฉบับราชบัณฑิตยสภา สามก๊กฉบับนายทุนของอาจารย์ คึกฤทธิ์ ปราโมช สามก๊กฉบับเล่าชวนหัว หรือแม้แต่สามก๊กฉบับ เสธ.ไพศาล หรือฉบับเรืองวิทยาคม ฯลฯลฯลฯ ก็แล้วแต่ใครจะแต่ง ใครจะเรียบเรียง ไปตามมุมมองของใครของมันได้ด้วยกันทั้งสิ้น ยิ่งถ้าหาก ผู้แต่งพงศาวดาร ไม่ได้คิดจะเน้นน้ำหนักไปที่ความเก่ง ความฉลาด ความมีอำนาจของบรรดาผู้นำในแต่ละก๊ก ซึ่งล้วนแล้วแต่เหมือนๆ ไปด้วยกันทั้งนั้น แต่หันมาให้ความสำคัญกับความทุกข์ ความสุข ของบรรดาอาณาประชาราษฎร์ ของไพร่ฟ้า พสกนิกร เป็นที่ตั้ง อันนี้...ไม่ว่าใครแพ้-ใครชนะ ใครเป็นโจโฉ ซุนกวน เป็นเล่าปี่ ก็ตาม แต่ราชอาณาจักรไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา คงได้มีโอกาสสุข สงบ ร่มเย็น ไปโดยตลอดชั่วนิรันดรกาล นั่นแล...

                                                                    -------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Sanskrit saying.... Rise and fall are properties of the big as wax and wane are of the moon; stars, however, suffer no change- ความเจริญและความเสื่อมเป็นเรื่องของคนใหญ่ คนโต อุปมาดั่งพระจันทร์ซึ่งมีขึ้น มีแรม ส่วนดวงดาวทั้งหลาย หาได้มีการผันแปรไม่...

                                                                    ------------------------------------------------------


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'