
4ต.ค.61- BIOTHAI เสนอเก็บภาษีจากสารเคมีตามระดับความรุนแรงตามหลักการ “ผู้ก่อมลพิษ เป็นผู้จ่าย” เพื่อนำเงินสนับสนุนเกษตรกร เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และสนับสนุนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ชี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษา
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวถึงกรณีBIOTHAI ได้โพสต์แนวทางการแก้ไขปัญหาสารเคมี ซึ่งมีเรื่องของการเก็บภาษีในสารเคมีที่ยังไม่แบนตามระดับความรุนแรง ว่า ในการจัดการปัญหาเรื่องสารเคมีในต่างประเทศ นั้น จะมีวิธีการจัดการ 2 ขั้นตอน คือ1. การยกเลิกสารเคมีที่มีอันตรายร้ายแรงตั้งแต่ต้น และ2. การเก็บภาษีก้าวหน้าในสารเคมีตามระดับความรุนแรง ตามหลักการ “ผู้ก่อมลพิษ เป็นผู้จ่าย” มีตัวอย่างในประเทศนอร์ดิกหลายประเทศ เช่น เดนมาร์ก นอร์เวย์ เป็นต้น บางชนิดที่มีความร้ายแรงสูงมีการเก็บภาษีสูงถึง 10 เท่า ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ราคาสารเคมีสูงจนไม่สามารถซื้อได้ ซึ่งเงินที่ได้จากการเก็บภาษีจะนำมาช่วยเกษตรกรเพื่อส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ช่วยในการจัดการที่ดิน และสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับการหาสารทดแทนสารเคมี ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้จะเป็นทางเลือกเชิงนโยบายให้กับประชาชน เพราะเราไม่สามารถห้ามเกษตรกรไม่ให้ใช้สารเคมีได้ ดังนั้นที่ผ่านมาในการเก็บภาษีบริษัทสารเคมีมักจะใช้วาทกรรมว่าทำให้ราคาต้นทุนสารเคมีสูงขึ้น แต่ไม่ทราบว่าเงินจากภาษีนั้นไปที่ส่วนไหนเพื่อให้ประชาชนอยู่ข้างบริษัท แต่หากมีนโยบายการเก็บภาษีเพื่อนำเงินกลับไปช่วยเกษตรกรดังกล่าว จะทำให้ประชาชนเห็นว่าเงินดังกล่าวกลับไปสนับสนุนเกษตรกรก็จะทำให้ประชาชนหันกลับมาสนับสนุนการทำเกษตรยั่งยืนและเลิกใช้สารเคมีไปเอง อย่างไรก็ตามซึ่งในขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษาหลักการการเก็บภาษีดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยมีการเสนอไปยัง พ.ร.บ.เกษตรยั่งยืน พ.ศ.2550 แต่ถูกคัดค้านโดยบริษัทสารเคมี ในขณะนั้นจึงไม่สามารถทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการเก็บภาษีจากสารเคมีในประเทศไทยตามบริบทการใช้สารเคมีในประเทศไทยควรนำเงินไปสนับสนุนในส่วนใดก่อนเป็นอันดับแรก นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ในขณะนี้มีข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากการได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นอันดับแรกควรนำใช้ในการเยียวยาผู้ป่วยจากการใช้สารเคมี และนำมาสนับสนุนส่งเสริมเรื่องเกษตรกรรมปลอดภัยตามลำดับ
เมื่อถามว่าการเก็บภาษีจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาได้หรือไม่เพราะสารเคมีก็จะมีอยู่ นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สารเคมีมีหลายชนิด การเก็บภาษีกับการแบนสารเคมีเป็นคนละเรื่องกัน สาเคมีทั้ง 3 ชนิด ทั้งพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่มีอันตรายร้ายแรงการเสนอให้แบนก็ยังแบนต่อไป แต่อย่างที่บอกว่าการเก็บภาษีจะเก็บในสารเคมีที่ยังใช้ได้อยู่ ซึ่งการใช้สารเคมีทุกชนิดไม่ได้บอกว่าชนิดไหนปลอดภัย แต่ทุกชนิดก็มีอันตรายในระดับต่ำ ปานกลาง และสูง แตกต่างกัน .
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |