ท่องทะลุเขาหินปูนอายุหลายพันปี สัมผัสโอทอปนวัตวิถี อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว


   

“เขาหินแกร่ง  แหล่งอารยธรรม ถ้ำเขาทะลุ กรุโครงกระดูก เพาะปลูกพืชไร่ ลิงไพรนับหมื่น ค้างคาวตื่นนับล้าน” คือ คำขวัญของอำเภอเขาฉกรรจ์  ดินแดนที่เชิญชวนให้คุณออกไปสัมผัสวิถีการพักผ่อนแบบชิลล์ๆ รับกลิ่นไอธรรมชาติ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นนานาชนิด เติมพลังชีวิตให้เข้มแข็ง สดใส ในงบประมาณที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้

มีความเชื่อที่เล่าต่อกันมาว่า  พื้นที่แห่งนี้พระยาวชิรปราการ หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงรวบรวมคนไทยจากชุมชนต่างๆ เพื่อกอบกู้เอกราชจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 โดยทรงประกอบพิธี ฉอ-กัณฑ์ หรือพิธีตัดไม้ข่มนาม หลังจากเสร็จพิธีได้ยกทัพไปตีชุมชน 5 แห่ง และรวบรวมไพร่พลให้เป็นหนึ่งเดียว จนนำไปสู่การกอบกู้เอกราชจนสำเร็จ ทำให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการเรียกขานว่า “เขาฉอ-กัณฑ์” ภายหลังมีการเพี้ยนเสียงจนกลายเป็น “เขาฉกรรจ์” จนทุกวันนี้

หากกล่าวถึงสถานที่ “เช็คอิน” สำคัญของที่นี่ คงหนีไม่พ้น “วัดถ้ำเขาฉกรรจ์”  ถ้าได้แวะมาเยี่ยมชมแล้วจะต้องร้องว้าว!  กันเลยทีเดียว การเดินทางมาสะดวกสบาย หาง่าย เพราะตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 317 สระแก้ว-จันทบุรี ห่างจากตัวเมืองสระแก้ว ประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อเดินทางเข้าสู่บริเวณวัดถ้ำเขาฉกรรจ์จะพบกับเขาหินปูน 3 ลูก ทอดยาวเรียงรายกันโดดเด่นสะดุดตา คาดการณ์ว่ามีอายุราว 2 – 4 พันปี เชิงเขาเป็นสวนรุกขชาติซึ่งกรมป่าไม้ได้ทำการปลูกป่าไว้ ในส่วนของถ้ำขนาดใหญ่ที่เป็นไฮไลท์ คือ ถ้ำเขาทะลุ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา สามารถเดินขึ้นบันไดไปสัมผัสกับวิวทิวทัศน์อันงดงามสุดลูกหูลูกตาในมุม 180 องศา  เพราะถ้ำเขาทะลุมีช่องเขาโหว่ตรงกลาง ทะลุไปอีกด้านหนึ่ง นอกจากนี้ภายในถ้ำยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆ และรอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ไม่ควรพลาดการกราบไหว้สักการะ อิ่มทั้งตาและใจกันไปเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้บริเวณโดยรอบยังมีฝูงลิงจำนวนนับพันตัว ที่มารออาหารจากนักท่องเที่ยว และอีกหนึ่งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สำคัญในยามเย็น คือ ฝูงค้างค้าวนับล้านตัวบินเรียงรายออกจากถ้ำทอดยาวเป็นสายเพื่อออกหากิน

 

เยือนโอทอปนวัตวิถี 4 ตำบล สัมผัสความแตกต่าง สร้างความแปลกใหม่ให้ชีวิต

ณ บ้านพรสวรรค์  ตำบลเขาฉกรรจ์ท่านจะได้สัมผัสกับภูมิปัญญาที่โดดเด่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสินค้าโอทอป 4 ดาว และสินค้ามาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) นั่นคือ ผ้าขาวม้า  ความแตกต่างอยู่ที่เนื้อผ้าหนา คุณภาพดี สีไม่ตก ผืนใหญ่ ราคาไม่แพง นอกจากจะขายเป็นผืนแล้วยังมีการพัฒนาเป็นเสื้อ กางเกง กระโปรง กระเป๋า ผ้าพันคอ และอื่นๆ อีกหลายรูปแบบ แต่ที่กำลังมาแรง คือ “มาลัยกร” นวัตกรรมในการนำผ้าขาวม้ามาจัดรูปใหม่ให้เป็นมาลัยสำหรับสวมใส่ข้อมือ จนเป็นสินค้ายอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย  ส่วนอาหารขึ้นชื่อที่เชิญลิ้มลอง ได้แก่ น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกนรก น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกะปิผัด หมูหวาน หมูสวรรค์ ที่อร่อยจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว นอกจากนี้ท่านจะได้พบกับศูนย์การเรียนรู้ อาทิ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง ศูนย์การเรียนรู้การทอผ้า ศูนย์สาธิตการเลี้ยงหม่อนไหม หากยังไม่จุใจหรือต้องการสัมผัสกับวิถีชาวบ้านแบบใกล้ชิด ทางชุมชนก็มีบริการด้านการท่องเที่ยว โดยสามารถติดต่อสอบถามที่ผู้ใหญ่ใหม่ อานุการ โทร. 091-230-6862 

 

ณ บ้านคลองสิบสาม ตำบลเขาสามสิบ  ท่านจะได้พบกับวิสาหกิจฟาร์มจ่าทูล  ศูนย์การเรียนรู้ของคนในชุมชนและบุคคลภายนอก ที่นี่มีฐานการเรียนรู้ 10 ฐาน อาทิ  ฐานไบโอชาร์  เป็นฐานการเรียนรู้ในการผลิตถ่าน จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สามารถนำไปใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี และไล่ศัตรูพืชได้ด้วย ฐานการทำนา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน เป็นฐานการเรียนรู้ในการบริหารจัดการแปลงนา ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  นอกจากได้ศึกษาเรียนรู้แล้วที่นี่ยังมีการวางจำหน่ายผักปลอดสารพิษ และต้นพันธุ์พืช อาทิ ต้นหญ้าหวาน ที่สามารถใช้ใบแทนความหวานจากน้ำตาลได้ มีทั้งจำหน่ายเป็นกระถาง และผลิตเป็นน้ำหญ้าหวานบรรจุขวด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่จ่าสิบเอกไพทูล  พ้นธาตุ โทร. 081-861-6923  เดินทางต่อมาไม่ไกลนัก ท่านจะได้พบ และเลือกซื้อสินค้าโอทอปนวัตวิถี ณ บ้านหนองโกวิทย์  ที่โดดเด่นสะดุดตาคงหนีไม่พ้น ผ้าขาวม้าย้อมโคลน ซึ่งเกิดจากการนำเอาเปลือกไม้มาต้มย้อมกับฝ้าย แล้วนำไปหมักโคลน ทำให้ได้สีสันจากธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ และผ้าขาวม้าแปรรูปอื่นๆ อาทิ  ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋า หมอนอิง สามารถติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อกับผู้ใหญ่ สุวรรณะ ประไพ โทร. 081-921-8791  

 ณ  ตำบลพระเพลิง ชื่อตำบลที่หลายคนอาจผวาไม่กล้าย่างกรายมาใกล้ เพราะจินตนาการไปถึงไฟ แต่สบายใจได้เลยที่นี่มีแต่ความเย็นสบาย ร่มรื่น น่าแวะเข้ามาเยี่ยมเยือนยิ่งนัก สำหรับสาเหตุที่ได้ชื่อว่าตำบลพระเพลิง เกิดจากเดิมทีที่นี่มีต้นยางจำนวนมาก จึงมีคนมาขุดเจาะต้นยาง แล้วจุดไฟลนเอาน้ำมันยางไปขาย ต่อมาเมื่อมีผู้คนเข้ามาอาศัยจึงเรียกชื่อว่าบ้านพระเพลิง ปัจจุบันได้ยกฐานะเป็นตำบลแล้ว  เมื่อมาที่นี่ท่านจะได้พบกับ สินค้าโอทอปบ้านท่าเต็นท์  ที่โดดเด่น ได้แก่ เสื่อกก สามารถเลือกซื้อไปปูนั่งปูนอนรับลมชิวๆ  หากต้องการเข้าชุดขอเชิญเลือกซื้อปลอกหมอนขิดจากเสื่อกกไปคู่กัน  ส่วนสินค้าอื่นๆ ยังมีให้เลือกอีกมากมาย อาทิ ผ้าทอมัดหมี่ ของที่ระลึกจากเศษไม้ ปลาส้ม ปลาร้า กล้วยฉาบ น้ำดื่มสมุนไพร ของจักสาน  ไม่เพียงแค่สินค้าเท่านั้น ในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีแพ็คเกจสำหรับนักท่องเที่ยวในการมาชมหิงห้อยยามค่ำคืน หรือจะนั่งเกวียนชมนวัตวิถี ศึกษาเรียนรู้สวนเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในตอนกลางวันด้วยก็ได้  สามารถติดต่อสอบถามคุณทิวาลัย ศรีหงษ์ โทร. 089-936-3191

ณ ตำบลหนองหว้า ตำบลที่มีจำนวนหมู่บ้านมากที่สุดในอำเภอเขาฉกรรจ์ มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบ และที่ราบสูง แวดล้อมไปด้วยลำห้วยธรรมชาติ และลำคลองที่สำคัญ คือ คลองพระสะทึง มีภูเขาสำคัญ คือ เขาสำพุง และเขาดิน  สำหรับสินค้าโอทอปที่น่าสนใจและขึ้นชื่อของที่นี่ ได้แก่ น้ำพริกแกง ปลาส้ม ปลาแดดเดียว  ปลาร้า กล้วยฉาบ มะม่วงแช่อิ่ม เสื่อกก ผ้าขาวม้า ผ้าถุง  และที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง คือ ที่นี่มีสวนลำใย ปลอดสารพิษ ให้ผู้มาเยือนได้เห็นต้นลำใยแท้ๆ สัมผัสผลลำใยสดๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงภาคเหนือ สามารถติดต่อสอบถามคุณอมร ศิลา โทร. 092-814-3276

การเดินทางมาเยือนเขาฉกรรจ์จะช่วยเพิ่มสีสัน และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ได้รู้ ได้สัมผัส ได้เข้าใจวิถีชีวิตของผู้คน ลองแวะมาสักครั้งแล้วจะได้พบประสบการณ์สุดพิเศษที่จะตราตรึงในหัวใจไปอีกนาน