เปิดคำสั่งฟ้อง 'เช็ค 10 ล้าน' มัด 'พานทองแท้'


เพิ่มเพื่อน    

10 ต.ค.61 -  ที่ห้องประชุม ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงผลการสั่งคดีที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนไว้เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2561 กล่าวหานางเกศินี จิปิภพ มารดาของนางกาญจนา ผู้ต้องหาที่ 1, นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ ผู้ต้องหาที่ 2, นายวันชัย หงษ์เหิน สามีของนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่ 3 และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่ 4 ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน 

นายธรัมพ์ กล่าวว่า ในสำนวนคดีนี้ได้แบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือรับโอนเช็ค 26 ล้านบาท ซึ่งอัยการสั่งฟ้องนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่ 2 กับนายวันชัย ผู้ต้องหาที่ 3 ในความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 รวมถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 พ.ศ.2526 มาตรา 4 โดยอัยการได้มีคำสั่งไม่สั่งฟ้องนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 และนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน กรณีเช็คจำนวน 26 ล้านบาท 

ส่วนที่สองคือรับโอนเช็ค 10 ล้านบาท ในวันนี้ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้มีคำสั่งฟ้องนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 เพียงคนเดียว ฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9,  60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 รวมถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 พ.ศ.2526 มาตรา 4

นายธรัมพ์ ยังกล่าวอีกว่า กลุ่มที่รับโอนเงินได้มาจากการกระทำความผิดนั้น เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ส่งสำนวนกล่าวหาผู้ต้องหารวมแล้ว 159 คน กระทำผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินมาให้อัยการพิจารณาเพิ่มเติมด้วย โดยในส่วนของผู้โอนเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดนั้น อัยการก็ได้ยื่นฟ้องนายวิชัย กฤษดาธานนท์ กับพวกรวม 13 คน ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปแล้ว หลังจากพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ส่งสำนวนกล่าวหานายวิชัยมาให้อัยการพิจารณาเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2560

ขณะที่นายประยุทธ รองโฆษกฯ ได้ตอบคำถามถึงเหตุสั่งไม่ฟ้องและอายุความดำเนินคดีว่า เหตุผลการสั่งไม่ฟ้องนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 และนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ในส่วนเช็ค 26 ล้านบาท ขณะนี้ไม่สามารถจะระบุรายละเอียดทั้งหมดได้ เนื่องจากกระบวนการสั่งคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะอัยการยังจะต้องส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวกลับไปให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่อย่างไร หากพนักงานสอบสวนเห็นพ้องกับความเห็นของอัยการคือสั่งไม่ฟ้อง คดีก็จะเป็นไปตามที่สั่งไว้ครั้งแรก แต่ถ้าพนักงานสอบสวนมีความเห็นแย้งยืนยันให้ฟ้อง จะต้องส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย โดยในส่วนของนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 นั้น ตามสำนวนพนักงานสอบสวนก็มีความเห็นควรไม่ฟ้องมาอยู่แล้ว 

แต่ในส่วนของนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 นั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นควรสั่งฟ้อง รับเช็คโอนเงินมาทั้ง 2 ฉบับ คือ 26 ล้านบาทและ 10 ล้านบาท ซึ่งอัยการได้เร่งส่งสำนวนคืนดีเอสไอแล้ว และคาดว่าดีเอสไอจะพิจารณาความเห็นโดยเร็วตามกรอบเวลาภายในอายุความ พร้อมส่งสำนวนและความเห็นเกี่ยวกับการสั่งคดีเช็คเงินจำนวน 26 ล้านบาท กลับมาให้อัยการได้ทันเวลาอายุความดังกล่าว ซึ่งความผิดฐานฟอกเงินมีโทษจำคุก 1-10 ปี อายุความไม่เกิน 15 ปี ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดในช่วงระหว่างปี 2547-2548 ก็จะเหลือเวลาดำเนินคดีอีกราวปีเศษ สำหรับผู้ต้องหาในกลุ่มรับโอนเงินอีก 159 คนนั้น คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากอัยการมีคำสั่งจะแถลงให้ทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสั่งคดีวันนี้ กลุ่มของผู้ต้องหามีเพียงนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 เท่านั้นที่เดินทางมาให้การกับอัยการ ซึ่งอัยการก็ได้นำตัวนายพานทองแท้ไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ (10 ต.ค.) ส่วนนางกาญจนาภาและนายวันชัย ผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ที่อัยการสั่งฟ้องกรณีรับเช็คโอนเงิน 26 ล้านบาทนั้น วันนี้ยังไม่มารายงานตัวกับอัยการ อัยการจึงนัดให้ทั้งสองมาฟังคำสั่งฟ้อง พร้อมนำตัวไปฟ้องในวันที่ 18 ต.ค.นี้


การตั้งหัวข้อไลฟ์สด.... "วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย" วันก่อนของ "ธนาธร" ถือว่า พบความสำเร็จ "๒ เด่นชัด" เด่นชัดแรก "ตัวนำ" ผู้ทรงอิทธิพลทางคิดชั่วของขบวนการล้มเจ้า ที่มะลำ-มะเลืองมาตลอด "โผล่หน้า" แล้ว

'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"
เมืองไทย"มีบ่อน"เอามั้่ย?
ยะลาที่ "อนาคตจะเปลี่ยน"