นครสวรรค์จัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกคึกคัก ยกเป็นต้นแบบการใช้ที่ดินรัฐแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย


เพิ่มเพื่อน    

จ.นครสวรรค์ / พอช.และขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตกจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่จังหวัดนครสวรรค์คึกคัก  ยกเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาโดยนำที่ดินของรัฐให้ชุมชนเช่าปลูกสร้างบ้านในระยะยาว  โดยทำโครงการบ้านมั่นคงไปแล้ว  9  เมือง  รวม  43  โครงการ  จำนวน  4,854  ครัวเรือน   ด้าน พอช.ทำบ้านมั่นคงเมืองแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศแล้วกว่า  100,000  ครัวเรือน  ขณะที่ศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยเอเชีย (ACHR) เสนอจัดตั้งกองทุนที่อยู่อาศัยเอเซียเพื่อระดมทุนแก้ปัญหาระดับภูมิภาค

 

องค์การสหประชาติกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) เพื่อให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยหรือมีที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม  และหามาตรการแก้ไขปัญหา  ซึ่งในประเทศไทย  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ  ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคี  และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ  จัดกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลกขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้  โดยในจังหวัดภาคกลางและตะวันตกจัดกิจกรรมที่จังหวัดนครสวรรค์ระหว่างวันที่ 14-15 ตุลาคม  โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น  การเดินรณรงค์  การสร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส  ฯลฯ  มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

วันนี้ (15 ตุลาคม)  เวลา  9.00 น.  ที่ห้องประชุมเทศบาลนครนครสวรรค์  มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก  ภายในงานมีการจัดบูธแสดงนิทรรศการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย  เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์  การมอบโล่เกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน   โดยมีนายสุเทพ  วงษ์พานิช  รองผู้ว่าฯ จ.นครสวรรค์  เป็นประธานในงาน   มีนายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และประชาชนจากเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดภาคกลางและตะวันตกเข้าร่วมงานประมาณ  800  คน

 

นางอร่ามศรี  จันทร์สุขศรี  ประธานเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดนครสวรรค์  กล่าวว่า  จากการสำรวจข้อมูลของเครือข่าย พบว่า  ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์มีชุมชนทั้งหมด  71 ชุมชน  รวม 16,319 ครัวเรือน  ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในที่ดินราชพัสดุ  ที่ดินวัด/สำนักงานพระพุทธศาสนา  เทศบาล  เช่าที่ดินเอกชน  ฯลฯ  มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย  บางส่วนบุกรุกที่ดินของรัฐ  หรือเช่าที่ดินเอกชนในระยะสั้น  เสี่ยงต่อการโดนไล่ที่  รวมทั้งสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม   มีปัญหาขยะ  น้ำเน่าเสีย  บ้านเรือนทรุดโทรม   ประชาชนมีรายได้น้อย  ฐานะยากจน  ฯลฯ

 

นอกจากนี้ในอำเภอต่างๆ  ก็มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัยเช่นเดียว  ดังนั้นเครือข่ายฯ จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดทำโครงการ ‘บ้านมั่นคง’ เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน  โดยยึดหลักการ  ”ชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา  หน่วยงานต่างๆ มีบทบาทเป็นผู้สนับสนุน”  เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน

 

ประธานเครือข่ายฯ กล่าวต่อไปว่า  เนื่องจากจังหวัดนครสวรรค์เป็นประตูไปสู่ภาคเหนือ  และเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคกลาง  ทำให้ที่ดินมีราคาแพง  ประชาชนที่มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงที่ดินได้  ดังนั้นเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยฯ จึงขอใช้ที่ดินของหน่วยงานรัฐมาจัดทำโครงการบ้านมั่นคง  เช่น  ที่ดินราชพัสดุ  โดยขอเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย 

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา  ได้ใช้ที่ดินของรัฐจัดทำโครงการบ้านมั่นคงไปแล้ว  9  เมือง  รวม  43  โครงการ  จำนวน  4,854  ครัวเรือน  นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม  มีฐานะยากจน  ตามโครงการ ‘บ้านพอเพียงชนบท’ ในพื้นที่ 12  ตำบล  รวม  376  ครัวเรือน  อำเภอที่ดำเนินการ  เช่น  ตาคลี  ตากฟ้า  ท่าตะโก  เก้าเลี้ยว  ฯลฯ

 

“ในจังหวัดนครสวรรค์  เครือข่ายฯ ทำโครงการบ้านมั่นคงโดยไม่ได้ซื้อที่ดิน  เพราะที่ดินมีราคาแพง  เครือข่ายฯ จึงขอใช้ที่ดินของรัฐ  เช่น  กรมธนารักษ์  นำมาให้ชาวบ้านเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านในอัตราผ่อนปรน  ระยะยาว  อยู่ได้ชั่วลูกชั่วหลาน  ทำให้ชาวบ้านมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย  ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไล่ที่  และไม่ต้องมีภาระในการซื้อที่ดิน  นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ช่วยกันพัฒนาชุมชน  พัฒนาสิ่งแวดล้อม  จัดการเรื่องขยะและน้ำเสีย  ทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  นอกจากนี้ก็ยังมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมสนับสนุน  เช่น  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  การประปา  ฯลฯ ขยายการบริการเข้ามาในชุมชน  ทำให้ชุมชนมีสาธารณูปโภคใช้ในราคาถูก  ถือเป็นการรวมพลังประชารัฐ  รวมพลังจากทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย”  ประธานเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดนครสวรรค์กล่าว

 

ตัวอย่างชุมชนที่ทำโครงการบ้านมั่นคง  ชุมชนรณชัย  ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ข้างตลาดสดเทศบาล  ชุมชนอยู่ในที่ดินบุกรุกของกรมธนารักษ์มานานกว่า 60 ปี  มีเนื้อที่ 2 ไร่เศษ  มีชาวบ้านอยู่อาศัยรวม  180 ครัวเรือน  ส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย  รับจ้างทั่วไป  และจับปลา โดยชาวชุมชนได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2538  และร่วมกันจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน  มีสมาชิก 62 ราย มีเงินออมรวมกันประมาณ 1 ล้านบาทเศษ  กำลังสร้างบ้านเฟสแรก 54 หลัง  และปรับปรุง 3 หลัง  

แบบบ้านเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  บ้านแฝดและบ้านแถว 2 ชั้น  ขนาด 4x8 ตารางเมตร  ราคาประมาณ 250,000-310,000  บาท  ผ่อนชำระ 15 ปี  รวมค่าเช่าที่ดิน  เดือนละ 1,915-2,330 บาท  โดย พอช.สนับสนุนงบสาธารณูปโภค 2.85 ล้านบาท  งบอุดหนุนรวม 1.42 ล้านบาท  ใช้สินเชื่อจาก พอช.  รวม 11.7 ล้านบาท  ธนารักษ์จังหวัดให้เช่าที่ดินระยะ 30 ปี  อัตราตารางวาละ 4.50 บาทต่อเดือน  ขณะที่การไฟฟ้าได้ร่วมสนับสนุน  โดยขยายเขตไฟฟ้าเข้าไปในชุมชน

 

ชุมชนสวรรค์เมืองใหม่  ตั้งอยู่ด้านหลังสำนักงานอัยการจังหวัด  สร้างบ้านมั่นคงจำนวน  102  หลัง ขณะนี้สร้างเสร็จหมดแล้ว  รูปแบบเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว  และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  ขนาด 6x8 ตารางเมตร  ราคาบ้าน 290,000-380,000 บาท   พอช.อนุมัติสินเชื่อรวม 26.5 ล้านบาท  (หลังละ 230,000-300,000 บาท)  และอุดหนุนสร้างบ้านหลังละ 23,000 บาท  ขณะที่ชาวบ้านสมทบเงินหลังละ 37,000-57,000 บาท   ผ่อนชำระ 15 ปี  เดือนละ 1,941-2,532 บาท   นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนงบจำนวน 10.5 ล้านบาท  เพื่อถมดิน  ปรับภูมิทัศน์  บำบัดน้ำเสีย  ขณะที่เทศบาลและการไฟฟ้า  สร้างถนน  ประปา  ขยายไฟฟ้า  ฯลฯ  รวมงบประมาณ  26.4  ล้านบาท

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กล่าวว่า  พอช.ได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ลงมติเห็นชอบแล้ว  มีเป้าหมายประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ  จำนวน  1,053,702  ครัวเรือน  เช่น  โครงการบ้านมั่นเมือง  (เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 )  ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว  รวม 74 จังหวัด  388 เมือง   จำนวน  1,088  โครงการ  รวม  108,215  ครัวเรือน 

 

โครงการบ้านมั่นคงชนบท  (ปีงบประมาณ 2560-2561) ดำเนินการแล้ว  14 จังหวัด  21 เมือง  36 โครงการ  รวม 3,155 ครัวเรือน  ส่วนใหญ่เป็นที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และที่ดินป่าสงวนฯ เสื่อมโทรม  โครงการบ้านพอเพียงชนบท  เป็นการซ่อมแซมบ้านเรือนในชนบทที่ยากจน  มีสภาพทรุดโทรม  สนับสนุนครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 18,000 บาท  โดยหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น  ภาคประชาสังคม  ภาคเอกชน  และประชาชนร่วมกันลงแรง  หรือสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์  ดำเนินการแล้ว (ปีงบประมาณ 2560-2561) รวม 1,583 พื้นที่  จำนวน 31,622  ครัวเรือน

 

ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดภาคกลางและตะวันตก  ได้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง  จำนวน 16 จังหวัด  69 เมือง  137  โครงการ  รวม  12,415  ครัวเรือน  โครงการบ้านมั่นคงชนบท  รวม 3 จังหวัด  3 ตำบล จำนวน 768  ครัวเรือน  และโครงการบ้านพอเพียงชนบท  รวม  16 จังหวัด  508  ตำบล  จำนวน  5,611  ครัวเรือน

 

นอกจากการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกในประเทศไทยแล้ว  ศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย (Asian  Coalition for Housing Rights :  ACHR) ซึ่งมีสมาชิกเป็นเครือข่ายภาคประชาชนและประชาสังคมที่ทำงานด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศเอเซีย  จำนวน  19 ประเทศ  ได้จัดประชุม Asia  Hub ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคมที่ผ่านมา  มีผู้แทนจากประเทศต่างๆ 10 ประเทศ  รวม 57 คน  เช่น  อินเดีย  ปากีสถาน  บังคลาเทศ  เวียดนาม  พม่า  กัมพูชา  ฟิลิปปินส์  ฯลฯ เข้าร่วมประชุม  และเดินทางไปศึกษาดูงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย  รวมทั้งที่จังหวัดนครสวรรค์ด้วย

 

การประชุม Asia Hub ครั้งนี้  มีประเด็นที่น่าสนใจคือ  ที่ประชุมได้เสนอให้มีการฟื้นฟู ‘กองทุนที่อยู่อาศัยเอเซีย’ ขึ้นมา (เดิมเคยมีการจัดตั้งมาแล้ว)  โดยให้สมาชิกแต่ละประเทศจัดตั้งกองทุน ‘Asia  Community  Fund’ ขึ้นมา  และสมาชิกร่วมสมทบเงินคนละ 1 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 33 บาท) ต่อปี  โดยสมทบปีละ 1 ครั้งในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงวันที่อยู่อาศัยโลก  เพื่อรวบรวมเงินเป็นกองทุนในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาที่อยู่อาศัยของแต่ละประเทศและระดับภูมิภาค  ในรูปแบบการให้สมาชิกกู้ยืม  ดอกเบี้ยต่ำ  หรือนำไปสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประเทศสมาชิกที่เดือดร้อน   โดยขณะนี้  ACHR  ได้ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนประเดิมแล้ว  จำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 330,000 บาท

สร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.