11ปท.รุมถกลุงตู่ ‘จตุพร’จ่อหักพท.


เพิ่มเพื่อน    

  “ตู่ดิจิทัล” ถึงเบลเยียม โพสต์ภาพเซลฟีกับคนไทยขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ย้ำสิ่งที่สำคัญคือความสงบเรียบร้อย  "ดอน" เผยผู้นำ 11 ประเทศรุมขอหารือหลังเปิดตัวสนใจการเมืองและมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯ อีก "บิ๊กป้อม" ยันไม่สองมาตรฐานปล่อย "พปชร." หาเสียง "สุวิทย์" ลั่นถึงเวลาสละตำแหน่งแน่ "จตุพร" พร้อมหักเพื่อไทยร่วมรัฐบาลหนุน "บิ๊กตู่" นั่งนายกฯ "ภูมิธรรม" ปัดก๊วน ส.ส.อีสาน กดดัน "แม้ว-แกนนำ พท." ไม่เอา "หญิงหน่อย" ส่วน "อนาคตใหม่" ฟุ้งได้สมาชิกแล้วกว่า 5 พันคน "อดีต ส.ส.ระยอง" นำทีมซบ "ภูมิใจไทย"

    เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 18 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานกรุงบรัสเซลส์ เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Leaders’ Meeting) ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ระหว่างวันที่ 18-20 ตุลาคม 2561
    จากนั้นเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพถ่ายเซลฟีกับคนไทยในเบลเยียม ลงในอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ prayutofficial ว่า ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวไทยในเบลเยียมครับ กำหนดการต่อไปเป็นการประชุมกับทีมประเทศไทย และพบปะผู้แทนเยาวชนไทยที่จะเข้าร่วมประชุมผู้นำเยาวชน เอเชีย-ยุโรป #ตู่ดิจิทัล
    หลังจากนายกฯ เดินทางมาถึงกรุงบรัสเซลส์ ได้กล่าวกับคนไทยในเบลเยียมที่มาให้การต้อนรับ ซึ่งเพจไทยคู่ฟ้าได้นำคลิปวิดีโอมาเผยแพร่ว่า ดีใจด้วยที่ได้เจอ ผมเอาความรักความห่วงใยจากคนไทยทั้งประเทศมาหาทุกคน เพราะทุกคนถือว่าเป็นคนไทย เบลเยียมมีขนาดเล็กกว่าประเทศของเรา จำนวนคนก็น้อยกว่า ดังนั้น บ้านเราจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาคน พัฒนาความคิดของคน ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มที่กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งขณะนี้เราก็นำบริษัทข้างนอกเข้ามาช่วยคิดช่วยทำ แต่อะไรที่ทำดีอยู่แล้วก็ทำต่อไป
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวด้วยว่า อยากให้เข้าใจว่าเราจะมีการเลือกตั้ง และได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลได้อย่างไร และจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร เพราะการทำนั้นไม่ง่ายเหมือนกับการพูดปากเปล่า ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือความสงบเรียบร้อย ขณะที่ประชาชนที่มาต้อนรับบอกกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าได้ติดตามอินสตาแกรมของนายกฯ ด้วย พร้อมกันนี้ได้ยังมอบผักพันธุ์ไทยให้ พล.อ.ประยุทธ์ 
     นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในคณะของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในโอกาสที่นายกฯ เดินทางมาร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปครั้งนี้ ผู้นำหลายประเทศที่มีความประสงค์จะพบหารือกับนายกฯ แล้วมากกว่า 11 ประเทศ แต่คงไม่สามารถที่จะหารือได้ครบทุกประเทศ ซึ่งการที่เขาพูดคุยกับนายกฯส่วนหนึ่ง เพราะบรรดาผู้นำต่างๆ ก็สนใจกับโรดแมปของประเทศไทย ที่ทราบกันดีว่ากำลังเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง และเขาก็รับรู้ว่า แม้นายกฯ จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ก็มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ เพราะมีคนในรัฐบาลตั้งพรรคพลังประชารัฐ ก็ทำให้ฐานะของนายกฯ เข้มข้นขึ้น 
'ดอน'ฟุ้ง'บิ๊กตู่'เนื้อหอม
    "ซึ่งหมายความว่า แม้นายกฯ จะไม่ได้เข้าสู่การเลือกตั้งโดยตรง แต่ก็เปิดโอกาสให้ตัวเอง ซึ่งก็ทำให้นานาประเทศรับรู้ว่าโอกาสที่นายกฯ จะกลับมาอีกก็มี เมื่อมีโอกาส มีมุมนี้ขึ้นมา ก็อาจจะเป็นมุมที่ทำให้ใครๆ ก็อยากจะพูดคุย กับผู้ที่อาจจะเป็นผู้นำคนต่อไปของประเทศไทยก็ได้" นายดอนกล่าว
    ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการลงพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐในขณะที่พรรคอื่นๆ ทำไม่ได้ว่า การลงพื้นที่ของพรรคประชารัฐไปฟังความต้องการของประชาชน และตลาดคลองลัดมะยมก็เป็นของนายชวน ชูจันทร์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เดินทางลงพื้นที่อื่น ไม่ได้ไปหาเสียงหรือโฆษณาอะไร 
    "ทุกวันนี้พรรคการเมืองอื่นๆ ก็ทำกันอยู่แล้วในการลงพื้นที่รับฟังเสียงของประชาชน มาว่าแต่พลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนยันรัฐบาลและ คสช.ไม่มีสองมาตรฐาน คิดกันไปเอง พรรคพลังประชารัฐไม่มีอภิสิทธิ์เหนือพรรคอื่น และขณะนี้ยังไม่เป็นพรรคการเมือง เรื่องจาก กกต. ยังไม่ประกาศรับรองให้พรรคประชารัฐเป็นพรรคการเมือง ที่สำคัญยังไม่ได้หาเสียง" พล.อ.ประวิตรกล่าว
    นายสุวิทย์ เมษินทรีย รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความชัดเจนการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่า เมื่อทำงานการเมืองเมื่อไหร่รัฐมนตรีทั้ง 4 คนไม่เอาเปรียบแน่ จะแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งแน่นอน เพียงแต่ตอนนี้ทั้ง 4 คนยังมีงานสำคัญที่ต้องสะสาง คุยกันแล้วเมื่อมาด้วยกันต้องไปด้วยกัน การลาออกจะเกิดขึ้นคือเมื่อ กกต.รับรองการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ หรือเมื่อ คสช.ปลดล็อกทางการเมือง หรือเมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ไม่คิดเอาเปรียบพรรคอื่น แค่มีงานค้างอยู่มาก จึงไม่อยากลาออกตอนนี้ 
    ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้มีประสบการณ์ทำงานและด้านการเมืองจำนวนมาก พร้อมมาร่วมงานกับพรรค เช่นเดียวกับ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีต รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เป็นสมาชิกพรรค และยังมีคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่สนใจเข้ามา
    ในส่วนพรรคเพื่อชาติ มีรายงานว่าระดับแกนนำของพรรค อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ได้ประเมินว่าการเลือกตั้งที่จะถึงพรรคเพื่อชาติจะได้ ส.ส.เข้าสภาทั้งระบบบัญชีรายชื่อพรรคและระบบเขตประมาณ 15-20 ที่นั่ง ซึ่งฐานเสียงส่วนใหญ่มาจากมวลชนคนเสื้อแดงในจังหวัดภาคอีสานและภาคเหนือ
    "มีหลายคนที่ทำงานในพื้นที่ แต่ที่ผ่านมาผิดหวัง ไม่ถูกส่งลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย เพราะระบบพรรคเพื่อไทยถูกเคาะเลือกจากผู้มีบารมีกลุ่มต่างๆ ภายในพรรค เน้นความใกล้ชิดเป็นสำคัญ เอาประเภทคนของใครคนของมัน ทั้งที่หลายคนมีความโดดเด่น และชาวบ้านให้การยอมรับมากกว่าผู้ที่ส่งลงสมัครด้วยซ้ำ คนเหล่านี้จะเข้าร่วมกับพรรคเพื่อชาติ" แหล่งข่าวระบุ
    แหล่งข่าวระบุว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงเกิน 250 เสียง และดูแล้วเป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยจะสามารถรวบรวมเสียงจากพรรคในเครือข่ายได้เกิน 375 เสียงเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีกฝ่ายมี ส.ว.อยู่ในมือแล้ว 250 เสียง หาเพียงอีก 126 เสียงก็โหวตนายกรัฐมนตรีได้แล้ว
    "ต้องดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากตัดสินใจลงเล่นการเมือง จะอยู่อย่างไรในระบบเลือกตั้ง หากมีชื่ออยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่มีปัญหา เพราะเป็นไปกติกา และต้องดูผลการเลือกตั้งด้วยจะออกมาอย่างไรด้วย" แหล่งข่าวระบุ และย้ำว่าถ้ามาตามระบบกลไกของรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อชาติก็ไม่มีปัญหาที่จะร่วมทำงาน ไม่งั้นบ้านเมืองไปต่อไม่ได้  เมื่อในสภาไม่จบ ก็จะกลับสู่ความขัดแย้งกันอีก ไม่อยากให้จบกันบนถนนแบบในอดีต จนนำไปสู่การรัฐประหารอีก" แหล่งข่าวระบุ
ปัด พท.อีสานต้าน 'หน่อย'
     ด้านพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมในการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 28 ต.ค.ว่า จะเป็นการประชุมเพื่อรับรองการประชุมครั้งที่แล้ว และเลือกหัวหน้าพรรค เมื่อได้หัวหน้าพรรคจะเสนอรายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งชุดให้ที่ประชุมรับรอง  ในวันดังกล่าวอาจจะมีการเสนอผู้สมัครท่านอื่นมาแข่งขันด้วยก็ได้ จะมีการลงมติในวันนั้น ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย จากนั้นจะเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน ตามกฎหมาย ซึ่งใน 11 คนนี้จะมีกรรมการบริหาร 4 คนโดยตำแหน่ง และสมาชิกพรรคคนอื่นๆ อีก 7 คน 
    ถามถึงกรณีกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 40 คนเดินทางมาพบเพื่อคัดค้านการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังสับสนข้อมูลที่ได้รับมา ไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ยอมรับมีการพูดคุยกับอดีต ส.ส. เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เป็นการเล่าถึงสถานการณ์ต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะข่าวลือที่บอกว่าภายในพรรคมีความเห็นต่างเกิดขึ้น 
    ซักว่า มีกระแสข่าวอดีต ส.ส.เดินทางไปฮ่องกงเพื่อเคลียร์เรื่องหัวหน้าพรรคกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เลขาฯ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่มีข่าวนี้ เป็นเรื่องปกติของทุกพรรคการเมืองที่จะต้องมีสภาวะการเปลี่ยนคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งในกระบวนการนี้ก็จะเห็นถึงการเสนอความเห็นต่าง แต่สุดท้ายก็ต้องได้ข้อยุติร่วมกัน ดังนั้นวันนี้ข่าวจึงเป็นข่าวที่ลือกันออกไปที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    "ไม่ว่าจะเลือกใครเป็นหัวหน้าพรรค ถ้าเป็นฉันทานุมัติ เชื่อว่าจะเป็นข้อยุติ และสมาชิกทุกคนมีวินัย ระบอบประชาธิปไตยก็เช่นเดียวกัน เราให้พี่น้องประชาชนตัดสินเรื่องรัฐบาล เมื่อเลือกมาแล้วพอใจหรือไม่พอใจก็ต้องรอให้ถึงวาระของการพิจารณาใหม่" เลขาฯ พรรคเพื่อไทยกล่าว
    นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้บางพรรคการเมืองก็ถูกกล่าวหาว่าใช้กระบวนการไปกระทำการหาเสียง จริงๆ เรามีความเห็นว่า คสช.และผู้ที่เกี่ยวข้องควรปลดล็อกให้มีการทำกิจกรรมได้แล้ว เพราะสถานการณ์ในบ้านเมืองยังไม่มีเหตุการณ์อะไรน่ากังวลถึงขั้นวุ่นวาย ขณะนี้ทุกอย่างกำลังดำเนินการไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี และเป็นเรื่องปกติที่ควรกระทำโดยเร็วที่สุด เพราะคือหนทางที่สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ และทำให้ประเทศมีทางออก ดังนั้นถ้าจะทำให้กระบวนการนี้เป็นกระบวนการปกติ ก็ต้องเปิดให้ทุกพรรคการเมืองกระทำได้ทุกอย่าง 
    ถามถึงข่าวนายพานทองแท้ ชินวัตร และน้องสาวทั้งสองคนจะเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะมาเมื่อไหร่ และได้ทราบแค่จากสื่อเท่านั้น แต่ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่หลายคนจะเข้ามาร่วมในพรรค 
    อย่างไรก็ดี นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย และนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาสนับสนุนคุณหญิสุดารัตน์เป็นหัวหน้าพรรค โดยนายสรวงศ์กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองที่มีภาวะเช่นนี้ คุณหญิงสุดารัตน์มีประสบการณ์สูงทางการเมือง และมีความเข้าใจความต้องการของประชาชนทั้งในเมืองและในชนบท จึงน่าจะสามารถนำความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาสู่สังคมไทยได้ 
    "เท่าที่ได้พูดคุยกับอดีต ส.ส.จังหวัดต่างๆ ในพรรคเพื่อไทย รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่ก็มีความเชื่อมั่นและยอมรับ" นายสรวงศ์กล่าว
แห่ยกทีมเข้าภูมิใจไทย
    มีรายงานว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 17 ต.ค. ตอบข้อสอบถามพรรคเพื่อไทยกรณีในการเลือกตั้งครั้งแรกหลังพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มีผลบังคับใช้ หากพรรคการเมืองใดยังไม่ได้จัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้งใด การสรรหาผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของคณะกรรมการสรรหาไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นของหัวหน้าสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดโดยสภาพใช่หรือไม่ หรือหากพรรคมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ก็ให้รับฟังความคิดเห็นเท่าที่มีอยู่ใช่หรือไม่ หรือจำเป็นที่พรรคการเมืองต้องจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดขึ้นจำนวนเท่าใดหรือไม่   
    "ที่ประชุม กกต.พิจารณาแล้วมีมติว่า หากพรรคการเมืองไม่มี หรือไม่ได้จัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้งใด ก็ไม่สามารถรับฟังความคิดเห็นของหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดโดยสภาพอยู่แล้ว แต่พรรคการเมืองนั้นจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดนั้นไม่ได้ ดังนั้นหากพรรคการเมืองประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดใด จะต้องมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดอย่างน้อยหนึ่งแห่งก็สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทุกเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น ตามมาตรา 145 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560" หนังสือตอบจาก กกต.ระบุ
    ที่อาคารไทยซัมมิท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ร่วมแถลงถึงความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมของพรรค 
    น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ขณะนี้ยอดสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่รวมแล้วกว่า 5,000 คน แบ่งเป็นสมาชิกแบบออนไลน์กับสำนักงานใหญ่เกือบ 3,000 คน และศูนย์ประสานงานทั่วประเทศกว่า 2,000 คน ขณะที่ทางพรรคยังคงจัดคาราวานรับสมัครสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 6 จังหวัดที่จะจัดตั้งเป็นสาขาพรรค คาดว่าจะได้สมาชิกเพิ่มอีกจำนวนมาก และทำให้พรรคเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะในต่างจังหวัดมากขึ้น เงินจากการระดมทุน รวมทั้งสิ้น 816,334 บาท เป็นเงินจากการขายของทางโทรศัพท์ และที่สำนักงานใหญ่ รวมถึงสาขาพรรค และค่าสมาชิกอีก รวมเป็น  1,868,606 บาท ไม่นับเงินบริจาคที่ให้กับพรรคตั้งแต่ 6 ตุลาคมเป็นต้นมา
    วันเดียวกัน ที่พรรคภูมิใจไทย นายเสริมศักดิ์ การุญ อดีต ส.ส.ระยอง นำทีมนักการเมืองจังหวัดระยอง เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายบุญชู ใจสุด และนายกรี ไพรสี โดยมีนายสรอรรถ กลิ่นประทุม กรรมการบริหารพรรค ให้การต้อนรับ
    นายเสริมศักดิ์กล่าวว่า ได้รับการทาบทามจากนายสรอรรถ และนายสุนทร วิลาวัลย์ อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี มาช่วยทำงาน จึงตัดสินใจเข้ามา เพราะเห็นถึงความเข้มแข็งของพรรค และคิดว่าจะเข้ามาทำงานช่วยประชาชนและแก้ปัญหาของชาติได้.
    


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"