ไม่มีใครอยากรัฐประหาร


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กตู่" ป้อง "อภิรัชต์" ลั่นไม่มีใครอยากทำรัฐประหาร อย่าไปขุดคุ้ย โพสต์ถึงใคร? "ผมเพิ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราครับ" ประธานญาติวีรชนฯ แนะพรรคการเมืองให้ยอมรับความจริง ไม่สร้างเงื่อนไขเหมือนที่เคยทำ แนะ "บิ๊กแดง" เดินตามรอย ผบ.ทบ.คนเก่า  เป็นผู้เชื่อมประสานรอยร้าว 

    ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังกลับจากการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 12 (ASEM12) และการเข้าร่วมประชุมผู้นำสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN  Leaders’ Meeting) ที่กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไม่ยืนยันว่าจะมีการรัฐประหารในอนาคตหรือไม่ 
    โดย พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า "อนาคตอะไรนะ ปัดโธ่ คุณก็พูดไปเรื่อยแหละ ไม่มีใครเขาอยากทำหรอก อย่าไปขุดคุ้ย เขาก็พูดไปเรื่อย" ก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางกลับทันที
    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อนายกฯ เดินทางถึงประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยว่า "ผมเพิ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราครับ"
    นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ทุกฝ่ายควรมองในแง่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองควรคำนึงให้จงหนัก ไม่ควรหยิบถ้อยคำเพียงบางคำมาตอบโต้ให้เกิดความขัดแย้งและเสียบรรยากาศการเลือกตั้ง แต่ต้องมองภาพรวมของคำพูดทั้งหมด ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์มีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ระหว่างนี้เป็นช่วงที่พรรคการเมืองกำลังเตรียมการให้เกิดความพร้อมเพื่อส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง ยิ่งต้องประพฤติตนให้ดี เป็นที่ศรัทธาและเชื่อมั่นต่อประชาชน สมกับการได้ชื่อว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยและจะจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศภายหลังการเลือกตั้ง 
        เขากล่าวว่า วิกฤตการณ์ทางการเมืองในอดีตสาเหตุหนึ่งมาจากนักการเมือง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล  ที่มุ่งแต่จะหักโค่นช่วงชิงอำนาจ ไม่แก้ไขปัญหาตามระบบคือในรัฐสภา ไม่หันหน้าเข้าหากันทั้งๆ ที่เป็นนักการเมืองมาจากประชาชนด้วยกัน คอยแต่กล่าวหาโจมตีกัน สร้างความเกลียดชัง เมื่อสู้ในสภาไม่ได้ ก็นำมวลชนมาชุมนุมนอกสภาเพื่อเป็นพลังกดดัน กระทั่งเกิดความรุนแรงและสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อพี่น้องคนไทยด้วยกัน เศรษฐกิจพลอยเสียหายย่อยยับ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ควรเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้นักการเมืองรู้จักลดราวาศอก ไม่ตอบโต้ใส่ร้ายกันง่ายๆ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จมปลักอยู่กับความวุ่นวายขัดแย้งไม่มีที่สิ้นสุด 
       "การเลือกตั้งครั้งหน้านี้ ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าพรรคการเมืองสองขั้วจะยังขัดแย้งกันอยู่ ดูท่าทีแล้ว พรรคการเมืองแต่ละขั้วยังตั้งป้อมอยู่ในแนวทางของตัวเองแบบยืนกระต่ายขาเดียว ไม่มีใครยอมใครซึ่งผมไม่เห็นด้วย"
มั่นใจ 'อภิรัชต์' พัฒนาประชาธิปไตย
        นายบุญเลิศชี้ว่า วุฒิสภาชุดใหม่ควรเป็นพลังถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล แม้วุฒิสภา จะถูกกล่าวหาว่า คสช.คัดเลือกมา แต่เมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้สมกับการเป็นรัฐสภาของพระเจ้าอยู่หัว ทำหน้าที่ประสานความเข้าใจระหว่างพรรคการเมือง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ สมกับการเป็นผู้มีวุฒิภาวะ และความน่าเชื่อถือของสังคม ประนีประนอมให้ทุกพรรคหันหน้าเข้าหากัน ให้สติกับทุกฝ่ายว่าการอาฆาตแค้นหรือมุ่งเอาชนะคะคานกัน ไม่ใช่หนทางสู่ความสงบเรียบร้อย มีแต่ต้องให้อภัยกัน โดย ส.ว.ต้องไม่เข้าไปเป็นคู่ความขัดแย้งเสียเอง 
        "ผมมั่นใจว่า พล.อ.อภิรัชต์ รวมทั้งผู้นำกองทัพและ ผบ.ตร.ซึ่งเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งรวม 6 คน จะสามารถประคับประคองสถานการณ์บ้านเมือง และประสานให้ทุกฝ่ายจับมือกันพัฒนาประชาธิปไตยให้เดินหน้าไปได้ด้วยดี" นายบุญเลิศกล่าว
    นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวถึงคำสัมภาษณ์ของพล.อ.อภิรัชต์ว่าเป็นการสื่อสารที่ชัดเจน ในหลายประเด็นเกี่ยวกับการรัฐประหารที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจรัฐบาล คือ 1.การฉ้อราษฎร์บังหลวง 2.การใช้อำนาจเกินขอบเขตของรัฐบาล และ 3.การใช้ความรุนแรงเกินกว่าการควบคุมตามกฎหมายปกติ 
    อย่างไรก็ตาม อยากจะอธิบายถึงคำว่ากองทัพเป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาล สื่อความหมายนี้ย่อมชัดเจนว่ากองทัพจะต้องให้การสนับสนุนทุกๆ รัฐบาล เพราะกองทัพเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลที่บริหารประเทศ ส่วนการเป็นเนื้อเดียวกันกับ คสช.นั้นเป็นสิ่งที่น่าจะไม่ถูกต้อง เพราะจะเห็นว่าขณะที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเดิมมีผู้นำเหล่าทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง 
    แต่หลังจากนั้นภายใต้การดูแลกองทัพของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีต ผบ.ทบ.ก็ได้วางตัวชัดเจนและเหมาะสม มีเส้นแบ่งระหว่างการใช้อำนาจ คสช.กับกองทัพอย่างชัดเจน โดยไม่เคยก้าวก่ายไปถึงพรรคการเมืองกลุ่มการเมืองต่างๆ ดังนั้นคำพูดของ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันจึงต้องทำให้ชัดเจนและเหมาะสม ตามที่ได้บอกไว้ว่าจะเดินตามแนวนโยบายของอดีต ผบ.ทบ
    นายอดุลย์กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองก่อม็อบเรียกร้อง จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนว่า คณะกรรมการญาติวีรชนฯ เคยเข้าพบทุกพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองซึ่งทุกฝ่ายได้เคยยอมรับเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของความวุ่นวายดังกล่าว และได้เคยออกมาแสดงความเสียใจต่อสังคมเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวง ร.9 มาแล้ว  
'บิ๊กตู่' ทำอึมครึม
    อย่างไรก็ตาม จากผลของการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์และพวก ที่มีความสามารถไม่พอเพียง ทำให้กับสังคมไทยยังคงอึมครึมจนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะสร้างความแปลกแยกมากยิ่งขึ้น จากการพยายามจะสืบทอดอำนาจของตัวเองและพวกไว้ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองจะต้องยอมรับความจริง และไม่สร้างเงื่อนไขหรือปฏิบัติเช่นเดิมอีกต่อไป
    "หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.อภิรัชต์จะสามารถดำเนินนโยบายตามที่ พล.อ.เฉลิมชัยได้วางแนวนโยบายไว้ และเป็นผู้ที่เชื่อมประสานรอยร้าวในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬกับกองทัพจนเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นสังคมไทยจะต้องระมัดระวังการใช้คำพูด หากวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์และพวกก็วิจารณ์ตรงๆ โดยไม่เหมารวมลากเอากองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะจะไม่เป็นธรรมกับกองทัพโดยรวม แม้ ผบ.ทบ.จะมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการ คสช.โดยตำแหน่งก็ตาม"
    ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวอีกว่า หากย้อนไปในช่วงการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คณะกรรมการญาติวีรชนฯ ได้เคยย้ำเตือนว่าหากมีการเขียนเพื่อสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของผู้ทำรัฐประหาร ก็จะนำมาซึ่งความยุ่งยากวุ่นวาย จึงได้ประกาศไม่เห็นชอบไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลังเลือกตั้งทุกฝ่ายก็มองเห็นชัดว่าอาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้ง ไม่ยอมรับผลของการเลือกตั้ง และอาจเกิดสภาพของความจลาจลได้อีก ซึ่งญาติวีรชนฯ ก็ได้พยายามเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ปรองดองสามัคคี รักใคร่ เกื้อกูลต่อกันตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว และสามารถทำให้กองทัพได้กลับมาเป็นกองทัพของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง
    "จึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มการเมืองและทุกฝ่าย ได้ดำเนินการทางการเมืองภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ให้ตระหนักว่าความรุนแรงมีแต่ความสูญเสีย ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น สำหรับประเทศชาติและประชาชนเลยซึ่งมีบทเรียนให้เห็นมากแล้ว อย่างไรก็ตามหากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย กองทัพก็สามารถประกาศใช้กฎอัยการศึกควบคุมสถานการณ์ได้ อย่าฉวยโอกาสยึดอำนาจล้มล้างรัฐธรรมนูญอีก เพราะเป็นเพียงการยับยั้งปัญหาเฉพาะหน้า แต่สร้างปัญหาระยะยาวยากจะเยียวยา   และที่สำคัญทุกฝ่ายจะต้องไม่ทำลายบรรยากาศ ของประชาชนที่กำลังรอคอยความปลื้มปีติยินดีที่กำลังจะมาถึงด้วย" นายอดุลย์กล่าว
    ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เสรี สุวรรณภานนท์" ว่าการที่ พล.อ.อภิรัชต์ ผบ.ทบ.ออกมากล่าวเตือนสติว่า "ไม่ยืนยันว่าไม่มีการทำรัฐประหาร" ก็ต้องดูเหตุผลรายละเอียดให้ครบถ้วน
      "ผมเชื่อว่าที่พูดอย่างนี้ก็เพราะไม่ต้องการให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก จึงได้ออกมาเตือนสติ โดยไม่ได้มีการทำรัฐประหารอะไรสักหน่อย แค่นี้ก็ออกมาตีโพยตีพายกันยกใหญ่ ลืมไปว่าที่บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพอย่างที่เป็นอยู่นี้ เกิดจากการเล่นการเมืองแบบไม่มีคุณภาพ พอถูกดำเนินคดีหรือเสียประโยชน์ก็ไปแบ่งแยกนำพาชาวบ้านออกมาตีกัน บ้านเมืองจลาจลสับสนวุ่นวาย จนบาดเจ็บล้มตาย แต่พวกนักการเมืองที่เป็นแกนนำไม่เห็นเป็นอะไรสักคน ที่ผ่านมาชาวบ้านจึงเป็นเหยื่อทางการเมืองมาโดยตลอด"
'เจี๊ยบ' เหน็บ 'บิ๊กแดง' พระเอกลิเก
     "และผมก็เชื่ออีกว่า ผบ.ทบ.ก็คงไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเหล่านี้ เพียงแค่ออกมาเตือนสติ แทนที่จะเห็นประโยชน์ ช่วยกันแก้ปัญหาไม่ให้มีหรือไม่ทำสิ่งเหล่านี้ จะได้ไม่เป็นเงื่อนไขที่ต้องมาแก้ปัญหาบ้านเมืองด้วยการรัฐประหารอีก ก็รับกันไม่ได้
     นี่แหละการเมืองแบบฉวยโอกาส แบบเอาความดีใส่ตัว เอาความชั่วยกให้คนอื่น ตามสูตร แบบด่าคนอื่นแล้วตัวเองได้คะแนน ไปๆ มาๆ ก็ไม่พ้นการเมืองแบบน้ำเน่าแบบเดิม ไอ้ที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง ดูทีจะยากลำบากขึ้น เพราะปัญหามันอยู่ที่คนที่ไม่ยอมปฏิรูป"
      ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อย่ามาทำเป็นตีหน้าเซ่อ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เรื่องที่ พล.อ.อภิรัชต์บอกว่าไม่รับประกันจะไม่มีการปฏิวัติอีก เพราะใครๆ ก็มองออกว่าเป็นการแบ่งบทกันเล่น โดยหัวหน้าแก๊งเดินสายไปบอกต่างประเทศและส่งสัญญาณทำนองว่า โรดแมปเลือกตั้งอาจจะขยับจากเดือนกุมภาพันธ์ไปเป็นเดือนพฤษภาคม 2562 นี่คือสัญญาณว่าท่านจะเบี้ยวการเลือกตั้งอีกใช่หรือไม่    
    "ส่วนลูกสมุนที่ทำหน้าที่เฝ้าบ้าน ก็พูดออกตัวไว้ล่วงหน้าว่าอาจมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกก็ได้ถ้าจำเป็น ส่วนลูกสมุนในคราบนักการเมือง ที่ถูกส่งมาตั้งพรรคการเมืองเพื่อรอหนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็เรียงหน้ากันออกมาพูดเชลียร์เอาใจ พล.อ.อภิรัชต์อย่างออกนอกหน้า โดยไม่สนใจว่าคำขู่เรื่องการปฏิวัติจะทำลายความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้ง และทำลายบรรยากาศการลงทุนและส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร ไม่ทราบว่าพวกที่ออกมาเชลียร์ ผบ.ทบ.ทั้งหลาย เห็น พล.อ.อภิรัชต์หน้าตาหล่อเหมือนพระเอกลิเกหรืออย่างไร ถึงได้อยากสมัครเป็นหางเครื่องกันเยอะนัก และประสานเสียงกันเป็นลิเกโรงใหญ่" 
     เธอกล่าวต่อไปว่า สงสัยลิเกคณะนี้คงจะมีชื่อว่าคณะรัฐประหาร และลิเกฉากนี้คงชื่อว่าอุบายสืบทอดอำนาจ โดยหางเครื่องแต่ละคนล้วนแต่พูดให้ท้าย พล.อ.อภิรัชต์ ทั้งๆ ที่ ผบ.ทบ.มีความคิดที่ไม่ถูกต้องในเรื่องการยึดอำนาจ 
    "ขอฝากถึง พล.อ.อภิรัชต์ด้วยความเคารพว่า พล.อ.อภิรัชต์ยังหนุ่มยังแน่น หน้าตาก็หล่อยิ่งกว่าพระเอกลิเก มีอนาคตอีกยาวไกล ไม่ควรไปเจริญรอยตาม พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งชีวิตมีแต่จะนับถอยหลัง  ขนาดพีอาร์ตัวเองอย่างหนัก โดยบังคับให้ทีวีและวิทยุทุกช่องออกอากาศรายการของตัวเองเป็นร้อยๆ  ช่อง ทุกคืนวันศุกร์ติดกันมา 4-5 ปีแล้ว ก็ยังล้มเหลว จนต้องหันมาเปิดเฟซบุ๊กบุกตลาดออนไลน์เพื่อรีแบรนด์ตัวเอง ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ควรลองเปิดใจรับฟังข้อเสนอให้พลิกลายพรางเพื่อปฏิรูปกองทัพไม่ให้เข้ามาแทรกแซงการเมือง แล้วจะรู้ว่าเป็นสิ่งที่ดี" สมาชิกพรรคเพื่อไทยรายนี้กล่าว.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"