เพื่อแม้วรุมถล่มป้อม ปัดพัลวัน'นายใหญ่'ครอบงำ/'กกต.'ขยับสอบถึงขั้นยุบพรรค


เพิ่มเพื่อน    


    "เลขาฯ กกต." รับลูก "บิ๊กป้อม" สอบ "ทักษิณ" ครอบงำ "เพื่อไทย" ลั่นพบผิดถึงขั้นยุบพรรค "วิโรจน์" เสียงแข็ง "แม้ว" ไม่เคยยุ่งเกี่ยว "พท." อ้างการแสดงความคิดเห็นแค่คนไทยรักชาติ ยันสมาชิกบินไปพบ ตปท.เรื่องส่วนตัว "ลิ่วล้อนายใหญ่" แห่อัด "ประวิตร" จ้องเตะตัดขาหวังทำลายคู่แข่งกลัวแพ้เลือกตั้ง ดักทาง "กกต." เชื่อเป็นอิสระ ไม่อยู่ใต้อาณัติใคร  "สุทิน" ยอมรับมีแนวคิดดัน "หญิงหน่อย" เข้าเซฟตี้โซนป้องกันพรรคโดนยุบ "ม.ร.ว.ดำรงดิศ" นั่งหัวหน้าพรรคภราดรภาพ แทงกั๊กหนุนได้ทั้งฝ่ายเอา-ไม่เอาทหาร
    เมื่อวันที่ 23 ต.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะขอให้ กกต.ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า  ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งจากภาพถ่าย คลิป และข่าว รวมถึงความเห็นของบุคคลต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งการจะเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ กกต.จะพิจารณาว่าพรรคการเมืองนั้นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมหรือไม่ หากเข้าข่ายความผิด จะส่งผลให้พรรคการเมืองนั้นถูกยุบพรรค
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนการเปิดรับสมัครองค์กรที่จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นั้น ยังคงเปิดรับสมัครอยู่ ซึ่งในวันที่ 24 ต.ค. จะเป็นวันสุดท้าย ล่าสุดมีองค์กรที่เข้ามาสมัครแล้ว 152 องค์กร โดยในส่วนของกรุงเทพมหานคร จะมีองค์กรมาสมัครมากที่สุด คาดว่าในวันที่ 24 ต.ค. จะมีองค์กรต่างๆ เข้ามาสมัครเป็นจำนวนมาก
    ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า นายทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งหรือเกี่ยวข้องกับทางพรรค การแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักและห่วงใยบ้านเมือง เป็นสิทธิของคนไทยทุกคน นายทักษิณไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับพรรค 
    พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ที่มีอดีต ส.ส.เดินทางไปพบที่ต่างประเทศ อาจจะเป็นเพราะสมาชิกของพรรคบางคนที่ยังเคารพนับถือเป็นการส่วนตัว ซึ่งในการพบปะเยี่ยมเยือนนั้น เป็นการส่วนตัว ทางพรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย และคณะกรรมการบริหารพรรคก็พร้อมที่จะชี้แจงต่อ กกต. โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร 
    "จะถึงยุบพรรคหรือเปล่า ผมมองว่าจะยุบพรรคได้อย่างไร ในเมื่อนายทักษิณก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือก้าวก่ายกับทางพรรคเพื่อไทย” พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าว
    ถามว่า พรรคเพื่อไทยอยากเรียกร้องอะไรในเรื่องของความเท่าเทียมหรือไม่ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขณะนี้พรรคจะทำอะไรก็ต้องทำไปด้วยความระมัดระวัง เพราะขนาดนี้โดนจับจ้องจากหลายฝ่าย การพบปะพี่น้องประชาชนก็ต้องระมัดระวังตัว  ไม่เหมือนกับบางพรรคที่สามารถจะทำอะไรก็ได้
    "ในความหมายของ พล.อ.ประวิตร คำว่าพรรคเรา คงหมายถึงพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคที่พร้อมสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว ผมคิดว่าการเมืองใกล้ถึงช่วงเลือกตั้งคงเป็นเช่นนี้ เป็นเรื่องธรรมดา" รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว 
    ซักว่า ได้ประเมินสถานการณ์อย่างไรกับการแตกพรรคย่อยของพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ไม่มีพรรคย่อยและพรรคสำรอง มีเพียงแต่พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวที่ดำเนินการทางการเมือง การเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคไหนที่มีเจตนารมณ์เดียวกับพรรคเพื่อไทยแล้วจะร่วมกันเป็นรัฐบาล ก็ต้องไว้คิดกันในอนาคต
    ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาฯ กกต. รับลูก พล.อ.ประวิตรตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายทักษิณเข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า เลขาฯ กกต.คงตอบคำถามไปตามหลักการทั่วไป คงไม่ได้มีธงหรือรับใบสั่งใครในการมายุบพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด ความปรารถนาของคนในประเทศต้องการให้ กกต.ควบคุมและบริหารจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประเทศ 
แห่ปัดอยู่ใต้เงาแม้ว
    "ขอยืนยันด้วยความมั่นใจอีกครั้งว่า ดร.ทักษิณ ไม่ได้ครอบงำพรรคเพื่อไทยแน่นอน แต่ กกต.จะถูกพล.อ.ประวิตรครอบงำหรือไม่ ต้องให้การทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์ และไม่แน่ใจว่าถ้าจะร้องเรื่องนี้ต้องไปร้องที่ไหน หน่วยงานใด แต่คำว่าครอบงำในส่วนของพรรคเพื่อไทย ยังมีองค์ประกอบและแง่มุมที่ต้องพิจารณาอีกมาก นอกเหนือจากการตีความว่าเข้าข่ายเป็นการครอบงำหรือไม่แล้ว ยังต้องพิจารณาว่ากรรมการบริหารพรรคยอมให้มีการครอบงำหรือไม่ ซึ่งก็ชัดเจนว่ากรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยสามารถบริหารจัดการและนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่การเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้อย่างสง่างาม ไม่ยอมให้มีการครอบงำแน่นอน" นายอนุสรณ์กล่าว  
    ถามถึงกรณีนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว. และนายสุริยะใส กตะศิลา ออกมาตั้งข้อสังเกตพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่นายทักษิณระบุจะได้ที่นั่งในสภาเกิน 300 ที่นั่งคือฝ่ายไหน รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ไม่คิดว่าประเทศไทยและคนไทยต้องมาฟังนิยามของคำว่าประชาธิปไตยจากคนกลุ่มที่ยึดสนามบิน ชัตดาวน์ประเทศ ชัตดาวน์ระบบราชการ เสมือนการไปฟังเรื่องการรักษาศีล 5 จากกลุ่มคนที่ติดสุราเรื้อรัง หรือขึ้นธรรมาสน์ไม่ล้างเท้าหรือไม่ ประชาชนเขาดูออกทั้งหมดว่าพรรคไหนคือพรรคฝ่ายประชาธิปไตย พรรคไหนไม่ใช่ หรือพรรคไหนสนับสนุนเผด็จการ พรรคไหนสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ดังนั้นอย่ามาตั้งข้อสังเกตให้เกิดความสับสน 
    เช่นเดียวกับ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประวิตรอาจจะเชียร์บางพรรคอยู่ จึงไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองพรรคนี้ยังอยู่ในหัวใจประชาชน คนยังยึดมั่น ศรัทธานโยบาย ชนะการเลือกตั้ง จึงมีความพยายามทำลาย เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยถูกยุบจริง เขาก็จะได้ประโยชน์ เลยมีการหาเหตุต่างๆ เช่น นายทักษิณเข้ามาบงการ สั่งการ ชี้นำพรรคเพื่อไทย การที่สมาชิกพรรคเดินทางไปพบนายทักษิณ เป็นความผูกพันกันส่วนตัว ท่านเป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักห่วงใยประเทศชาติ ยังมีความรู้ความสามารถ 
    “พล.อ.ประวิตรควรอยู่เฉยๆ เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แล้วปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปตามกลไก กติกา กกต.ก็ต้องรู้ควรทำหน้าที่อะไร ทำงานอย่างเป็นอิสระ อย่าไปอยู่ใต้อาณัติสัญญาณใคร ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเสื่อมศรัทธา พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวกับนายทักษิณ การตัดสินใจดำเนินการเรื่องใด มาจากคณะกรรมการบริหารพรรค” นพ.เชิดชัยกล่าว
    ถามว่า กังวลต่อกระแสข่าวการยุบพรรคหรือไม่ นพ.เชิดชัยกล่าวว่า เราเคยชินแล้ว มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน ส่วนพรรคเพื่อไทย หากมีการยุบในเวลาที่สมาชิกพรรคย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ไม่ทันใน 90 วัน ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง กฎกติกาการยุบพรรคควรเลิกไปได้แล้ว พรรคเพื่อไทยเล่นตามกติกามาโดยตลอด ไม่ได้ทำผิดอะไร หากดูแนวโน้มแล้วอาจจะถูกยุบพรรค อาจจะทำตามข้อเสนอ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม ที่จะชักชวนสมาชิกพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นก็เป็นไปได้ ในวันนี้เราไม่ได้กลัวการยุบพรรค แต่กลัวความไม่เป็นธรรมที่จะได้รับมากกว่า และควรปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามครรลองอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง
    นายศักดา นพสิทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประวิตรขอให้ กกต.ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยมีการครอบงำพรรค เป็นการใส่ร้ายให้มีความเข้าใจผิดและมุ่งทำลายพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคถือกำเนิดเป็นสถาบันการเมืองแล้ว มีนายกรัฐมนตรี มีรองนายกและรัฐมนตรีจำนวนมาก ทั้งยังมี ส.ส.มากกว่าทุกพรรคการเมือง ในหลายทศวรรษนี้ ไม่มีใครที่จะครอบงำพรรคได้ ที่สำคัญบุคลากรในพรรคล้วนแต่มีวุฒิภาวะ ที่รู้ดีว่าสิ่งใดควรหรือไม่ 
ฟุ้งตัดขากลัว พท.ชนะ
    "เขาประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จึงให้สัมภาษณ์เพื่อทำลายความนิยม วันนี้รัฐบาลไม่ควรคำนึงถึงการกลับมาเป็นรัฐบาลของคสช.อีก ควรบริหารประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้น และสร้างความเป็นธรรมในสังคม เพื่อให้สอดรับกับการปฏิรูปรอบด้าน ควรกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนเพื่อความความมั่นใจของประชาชน ว่าสามารถกำหนดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่รัฐบาลที่ยึดอำนาจ และทำให้ประชาชนลำบาก" นายศักดากล่าว
    สมาชิกพรรคเพื่อไทยรายนี้ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดมาตลอดต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย เป็นสิ่งที่ไม่ตรงความจริง หากแต่เป็นความพยายามเข้ามามีอำนาจและปกครองประเทศนี้ให้ยาวนานที่สุด เห็นได้จากการจัดทำรัฐธรรมนูญ ให้ตนเองมีอำนาจแต่งตั้ง ส.ว.ให้ ส.ว.มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี การคิดคำนวณระบบแบ่งสันปันส่วน ส.ส. ส่งผลทำให้ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากต้องเป็นรัฐบาลผสม รวมถึงการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อการบริหารงานของรัฐบาลอีกชั้นหนึ่ง โดยมีอำนาจเสนอให้รัฐบาลหยุดการปฏิบัติหน้าที่ได้ เหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริงและเป็นสิ่งที่ คสช.ดำเนินการเพื่อต้องการสืบทอดอำนาจทั้งสิ้น 
    "รัฐบาลเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น โดยใช้เงินของประเทศให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและใช้ทรัพยากรของหลวงจัดทำโครงการประชารัฐ แล้วก็ส่งรัฐมนตรีของตนเองมาตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อต้องการให้ประชาชนเข้าใจว่าพรรคดำเนินเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งความเป็นจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ พรรคพลังประชารัฐทำกิจกรรมการเมืองหลายสิ่งหลายอย่างได้ ทำกิจกรรมการเมืองได้ ลงพื้นที่พบปะหาเสียงกับประชาชนได้ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยดำเนินการไม่ได้ และถูกดำเนินคดี เช่น กรณีการแถลงผลงาน 4 ปี ของ 9 แกนนำพรรค เป็นต้น หรือที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเสมอว่ายึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง สิ่งเหล่านี้หรือที่พูดสัมภาษณ์สื่อเสมอว่ารักษาความสงบและสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้เกิดขึ้น" สมาชิกพรรคเพื่อไทยรายนี้กล่าว
    นายศักดากล่าวว่า วันนี้มีข้อสงสัยจากประชาชนรัฐบาลพยายามเสนอข่าวเฉพาะของรัฐบาลและพรรคของทหาร และพยายามปิดข่าวสารของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยหรือไม่ หากมีการกระทำดังกล่าวขอให้ยกเลิกเสีย และส่งเสริมการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องกับทุกภาคส่วน เพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมเป็นธรรมกัน และขอร้องให้รัฐบาลบริหารงานอย่างโปร่งใส ไม่มีทุจริตในแต่ละกระทรวง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น พี่น้องประชาชนสัมผัสได้ว่า มีรายได้และความเป็นอยู่ดีขึ้น สิ่งสำคัญขอไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศแล้วมีแต่ความล้าหลัง เศรษฐกิจตกต่ำ การหากินมีแต่ความยากลำบาก ความเป็นในสังคมก็ไม่มี            
    ด้านนายสุทิน คลังแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ ในวันที่ 28 ต.ค.ว่า ทุกวันนี้คนยังเข้าใจว่าในการเลือกหัวหน้าพรรคจะมีใบสั่งมาให้เลือกคนนั้นคนนี้ นักการเมืองบางคนก็พูดทำนอง ทำไมไม่ทำแบบพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะเป็นไปอย่างอิสระ เสรี เท่าที่พูดคุยกับอดีต ส.ส.หลายคนต่างมีแนวคิดหลากหลายต่อตำแหน่งผู้ที่เหมาะสมจะมาเป็นหัวหน้า 
    นายสุทินกล่าวว่า ในวันดังกล่าวจะมีการเสนอชื่อแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.สมาชิกที่เตรียมเสนอชื่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค ซึ่งแนวคิดสมาชิกกลุ่มนี้ ไม่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อม เห็นว่าที่ผ่านมา พล.ต.ท.วิโรจน์ทำหน้าที่ดีแล้ว ไม่มีอะไรบกพร่อง ควรให้ท่านทำหน้าที่ต่อไป 2.สมาชิกเตรียมเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค เนื่องจากอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นว่าที่ผ่านมาคุณหญิงได้ช่วยงานพรรคมามาก มีความแอคทีฟต่อพรรคเป็นอย่างมาก 3.สมาชิกที่เตรียมเสนอชื่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง เนื่องจากเห็นว่า ในยุคนี้ควรจะมีหัวหน้าที่มีแนวคิด อุดมการณ์ชัดเจนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
    "ทั้ง 3 รายชื่อเป็นชื่อที่ได้ยินมาจากเพื่อนสมาชิกที่เตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ให้มีการโหวต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูอีกครั้งว่า ใน 3 รายชื่อนี้ เมื่อได้รับการเสนอจากสมาชิกแล้ว จะมีใครขอถอนตัวหรือไม่ ถ้ามีก็จะโหวตเลือกกันเท่าที่เหลืออยู่ เมื่อเลือกเสร็จก็จะได้หัวหน้าพรรคตามเสียงที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีหวยล็อกแน่นอน โดยส่วนตัวไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษ รายชื่อที่พูดมาล้วนมีความเหมาะสมกันคนละแบบ ดังนั้นจะเป็นใครมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ได้" นายสุทินกล่าว
    ถามว่า จำเป็นหรือไม่หัวหน้าพรรคจะต้องเป็น 1 ใน 3 บัญชีรายชื่อเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย นายสุทินกล่าวว่า ไม่จำเป็น จารีตพรรค ย้อนไปก่อนการเลือกตั้ง 2554 ตอนนั้นนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นหัวหน้าพรรค แต่คนที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งสมาชิกก็ยอมรับกัน อีกทั้งพรรคการเมืองในต่างประเทศ ประธานาธิบดีก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แนวคิดในวันนี้เป็นไปได้ทั้ง 2 แบบคือ หัวหน้าพรรคจะเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อนายกฯด้วย หรือคนเป็นหัวหน้าพรรคแต่ไม่ได้อยู่ใน 3 รายชื่อที่เสนอเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งนั้น
'หน่อย' เข้าเซฟตี้โซน
    ถามถึงสูตรที่มีการพูดถึงคือให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เป็นหัวหน้าพรรค แต่จะเปิดตำแหน่งใหม่ ที่มีอำนาจและความสำคัญไม่น้อยกว่าหัวหน้าพรรคให้คุณหญิงสุดารัตน์ นายสุทินกล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ อาจจะเป็นตำแหน่งที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค เพื่อป้องกันเหตุจากการยุบพรรค เพื่อให้คุณหญิงสุดารัตน์เข้าไปอยู่ในเซฟตี้โซน ที่ไม่ต้องมาเป็นกรรมการบริหารพรรค และดูแล้วท่านก็มีความเหมาะสม ไม่ว่าจะไปอยู่ในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ของพรรค หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม หรือจะมาเป็นหัวหน้าพรรคด้วยก็ได้
    นายสุทินกล่าวอีกว่า ในส่วนของประธานภาคอีสาน ตอนนี้ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มีนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.อาวุโส มหาสารคาม ทำหน้าที่ไปก่อน ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่ตำแหน่งดังกล่าวยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งสรรหา คงรอให้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้แล้วเสร็จค่อยมาจัดสรร วางโครงสร้างกันใหม่อีกครั้ง ส่วนกระแสข่าวการดูด ส.ส.เพื่อไทย ในภาคอีสาน ขณะนี้เงียบลงไปมาก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ยังมีบางพรรคการเมืองไปเก็บบัตรประชาชนพร้อมจ่ายเงิน แลกกับการนำไปสมัครเป็นสมาชิกในพรรคนั้นๆ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบด้วย    
    "เรื่องการยุบพรรคไม่มีความกังวล เพราะเชื่อว่ากกต.ชุดนี้มีหลักการ ท่านทั้งหลายคงมีภูมิคุ้มกันพอสมควร ใครไปสั่งเขายาก และโดยเนื้อหาสาระที่มีการพูดถึง โทษก็ไม่รุนแรงที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรค ขณะที่พรรคอื่นทำผิดมากกว่าเพื่อไทย เดินสายรณรงค์หาเสียงยังทำได้ ถ้าจะโดน พรรคอื่นคงโดนไปหลายข้อหา มั่นใจว่า กกต.ชุดนี้จะไม่อ่อนไหวไปตามกระแสต่างๆ" นายสุทินกล่าว
    วันเดียวกัน นายสิระ พิมพ์กลาง ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย กล่าวว่า หลังจากที่ประชุม กกต.รับรองการขอจัดตั้งพรรคเพื่อนไทยเป็นที่เรียบร้อย รอการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จะถือเป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์ หลังจากนี้คงจะมีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค มีการจัดตั้งสาขาพรรคในภาคกลาง เหนือ ใต้ อีสาน ตั้งสำนักงานทุกจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ซึ่งแนวทางของพรรคนั้นยังชัดเจน ยึดมั่นในการสร้างความสามัคคีคนในชาติ สร้างความปรองดอง ไม่ไปทะเลาะกับใคร
     "ขอวิงวอนให้นักการเมืองทั้งหลายสงบปากสงบคำ อย่าไปสร้างเงื่อนไข อย่าเอาอคติส่วนตัวไปกำหนดแทนคนอื่น หันมามอง วันนี้ประชาชนแย่แล้ว เศรษฐกิจไม่ดี หยุดที่จะมาทะเลาะหรือสร้างเงื่อนไข วันไหนเศรษฐกิจดี ประชาชนร่ำรวยมีเงิน ค่อยไปทะเลาะกันก็ยังไม่สาย หากทหารออกมาจริงแล้วจะยุ่ง ตนไม่อยากให้นักการเมืองทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก รอวันเลือกตั้ง แล้วค่อยมาต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตยเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจจะดีกว่า" นายสิระกล่าว
     ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อชาติเดินสายหาสมาชิกในหลายจังหวัดภาคอีสานว่า คงออกไปหาได้ แต่สมาชิกกลุ่มของเขาที่มีแนวคิดตรงกัน หลังจากตนมาทำพรรคการเมือง พี่น้องที่สนใจเห็นด้วยกับแนวทางสนใจจะมาร่วมงานด้วย ล่าสุด นายจักรภพ แก้วมณี แกนนำเสื้อแดงหนองคาย ในอดีตคือผู้ที่จัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงสำเร็จเป็นคนแรก นายชนะพล ดลโชคไพศาล แกนนำเสื้อแดงกาฬสินธุ์ ก็ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคเพื่อนไทย
     “พี่น้องเหนือ อีสาน ที่เคยไปร่วมต่อสู้ ลองคิดดีๆ ได้อะไรจากการต่อสู้บ้าง คงได้เห็นแล้วว่าแกนนำคนเสื้อแดงชุดเก่าที่เป็นคนใต้ เข้ามาชี้นำ รวบอำนาจ ยึดอำนาจเสื้อแดงทั่วไป ทำให้หลายคนไม่มีปากมีเสียง ความจริงแกนนำเสื้อแดงภาคใต้ที่ทำพรรคควรไปสร้างความคิดแบบนี้ทางภาคใต้ เผื่อจะได้มี ส.ส.เสื้อแดงทางภาคใต้บ้าง ส่วนเรื่องของทางอีสาน ปล่อยให้ แดงอีสานเขาจัดการกันเอง” ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยกล่าว
    ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภราดรภาพจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แต่การประชุมต้องล่าช้าจากกำหนดการเดินไปชั่วโมงเศษ เนื่องจากต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม 1 คน ที่เดินทางมาล่าช้า จึงครบองค์ประชุมและเริ่มประชุมได้ โดยการประชุมครั้งนี้มีการแปลงเครื่องหมายของพรรค แก้ไขข้อบังคับพรรค ส่วนการประชุมเลือกผู้ที่เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ที่ประชุมมีมติเลือก ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคไทยรักไทย เป็นหัวหน้าพรรคภราดรภาพคนใหม่, นายอนุมัติ ศาสนูปถัมภ์ พลท.สราวุธ กาพย์เดโช นายรัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช นายกนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์ และนายสมศักดิ์ มีชัย รองหัวหน้าพรรค, นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค, น.ส.ศรีกาญจน์ สรรพช่าง เหรัญญิกพรรค, นายวีรพัฒน์ พร้อมพลากร นายทะเบียนพรรค และนายสุรภาส วิเชียร โฆษกพรรค
    สำหรับผู้บริหารพรรคภราดรภาพที่น่าสนใจ พล.ท.สราวุธ กาพย์เดโช อดีตผู้อำนวยการฝ่ายโทรทัศน์ดาวเทียม ททบ.5 และยังได้รับการแต่งตั้ง จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลใหม่ หรือบอร์ดกองสลากด้วย
    ม.ร.ว.ดำรงดิศกล่าวว่า ที่ผ่านมามีความเห็นที่แตกต่างกันในส่วนของกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า ส่วนหนึ่งแยกออกไปร่วมงานการเมืองกับพรรคประชาชาติไทย แต่อีกส่วนหนึ่งยังอยู่และไม่คิดที่จะยุบพรรค มีหลักคิดยึดเรื่องความสามัคคี พร้อมร่วมงานการเมืองได้กับทุกฝ่ายทั้งฝ่ายที่เอาทหารและไม่เอาทหาร แต่ไม่ใช่พรรคสาขาของพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน เพราะคนอย่างตนสั่งยาก ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเสนอใครในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค 
    "ต้องการให้พรรคเป็นทางเลือกที่จะหลอมรวมคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ โดยจับมือร่วมกับคนรุ่นเดิมที่มีประสบการณ์และความศรัทธาในระบบการเมืองแบบประชาธิปไตย เพื่อสร้างการให้สังคมไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยนิยมสมัยใหม่ที่มีลักษณะผสมผสาน และมีความสมัครสมานสามัคคีร่วมมือกันแก้ปัญหาภายในชาติบ้านเมือง โดยมุ่งหมายที่จะนำพาประเทศและประชาชนให้พ้นจากความยากจน มีสวัสดิการที่ดี ด้วยการขยายโอกาสในการพัฒนา คุณภาพชีวิตสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ มีการวางแผนเศรษฐกิจที่ดี จะต้องทำให้ประชาชนทุกชนชั้นได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ไม่ใช่ได้ประโยชน์เพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะบริหารพรรคโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง" หัวหน้าพรรคภราดรภาพกล่าว 
    นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวว่า พรรคตั้งเป้าได้ ส.ส. 10 คน จาก การเลือกตั้งครั้งหน้า โดยนโยบายพรรคเน้นเรื่องการคิดค้นนโยบายที่สามารถทำได้จริง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย โดยจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่คือนโยบาย 5G สร้างประชาธิปไตยนิยมสมัยใหม่ เน้นความสมัครสมานสามัคคีและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสร้างเศรษฐกิจที่ดีพัฒนาการศึกษาให้เข้าถึงและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมได้มีการฉายวิดีโอไล่เรียงเหตุการณ์ก่อนรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยทั้งเนื้อหาและภาพประกอบให้น้ำหนักไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เข้ามาแก้วิกฤติการเมืองด้วย ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้บริหารพรรคภราดรภาพจำนวนหนึ่งไปร่วมแถลงรวมพรรคภราดรภาพกับพรรคประชาชาติไทยของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา โดยให้เหตุผลว่ามีแนวทางตรงกันในเรื่องที่จะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.ด้วย.


ถึงตอนนี้........ "ม็อบรุ่นใหม่" ก็หนังกลับ "คืนสภาพจริง" "นักเรียน-นักศึกษา" แค่ผักชี นปช.ทักษิณ "เสื้อแดงแจ๋" เนื้อแท้ ชัดเจน!

ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'