ดับฝันคนชานเมือง กทม.เบรคลงทุนรถไฟฟ้าช่วงสมุทรปราการ-บางปู และคูคต-ลำลูกกา


เพิ่มเพื่อน    

 

ดับฝันชานเมือง กทม.สั่งเบรคลงทุนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเหนือ-ใต้ 2 หมื่นล้าน หวั่นไม่คุ้มค่า เล็งทบทวนใหม่ 2 ปี เล็งขยายสัมปทานบีทีเอสแลกค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย

นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าขณะนี้กทม.ได้สั่งทบทวนและชะลอโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ส่วนต่อขยาย ช่วงสมุทรปราการ-บางปู วงเงิน 1.37 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย ช่วงคูคต-ลำลูกกา วงเงิน 1.19 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่เตรียมจะเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อขอเปิดประมูลช่วงปลายปีนี้
สำหรับการชะลอโครงการดังกล่าวนั้นเพราะต้องการดูปริมาณผู้โดยสารว่ามีทิศทางเป็นอย่างไรและจะเหมาะสมในการต่อขยายเส้นทางออกไปหรือไม่ หรือจะทยอยขยายในเส้นทางที่มีคนเยอะก่อนเป็นต้น

ดังนั้นจึงต้องพิจารณาและเก็บข้อมูลสถิติจากการเปิดให้บริการสายสีเขียวใต้ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการและสายสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-คูคต คาดว่าจะใช้เวลารวมรวบข้อมูล 1-2 ปีก่อนตัดสินใจต่อไป ทั้งนี้หากเดินหน้าต่อโครงการนี้จะเปิดประมูลแบบร่วมทุนพีพีพีเพื่อเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาแข่งขันโดยจะไม่มีการคัดเลือกเอกชนด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงแบบรถไฟฟ้าใต้ดินแน่นอน

นายสมพงษ์กล่าวต่อว่าส่วนด้านความคืบหน้าการโอนหนี้สินและทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียววงเงิน 6 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปแนวทางการทางทยอยชำระหนี้ร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) และกระทรวงการคลังก่อนลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)กันต่อไป ส่วนด้านความคืบหน้าการปรัาโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวร่วมกับบีทีเอสนั้นยังคงไม่ได้ข้อสรุป

แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่าการเจรจาปรับอัตราค่าโดยสารใหม่นั้นทางผู้ว่ามีความต้องการชัดเจนในราคาที่ 65 บาทตลอดสาย ซึ่งถือว่าตัวเลขห่างกันมากเมื่อเทียบกับราคาในปัจจุบันที่ 140-145 บาท ดังนั้นกทม.จึงต้องยื่นข้อเสนอการขยายสัมปทานเดินรถให้กับบีทีเอสราว 5-10 ปีเพื่อแลกกับเงื่อนไขการคิดราคาดังกล่าว จากเดิมที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 85 ส่วนด้านการชะลอโครงการสายสีเขียวส่วรต่อขยายนั้นเพราะหวั่นไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเนื่องจากปริมาณผู้โดยสารที่เบาบางบริเวณชานเมืองจึงต้องกลับมาทบทวนอีกครั้ง

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าตัวเลขคาดการณ์ของโครงการส่วนต่อขยายเหนือ-ใต้พบว่าในปีแรก62 ที่เปิดใช้สายสีเชียวใต้จะมีปริมาณผู้โดยสาร 9.7 หมื่นคนต่อวัน รวมรายได้ปีละ 2,868 ล้านบาท จากนั้นในปี64 เมื่อเปิดใช้เชียวเหนือ-ใต้ จะมีผู้โดยสาร 3.5 แสนคนต่อวัน แบ่งเป็นสายเหนือ 2.5 แสนคนและสายใต้ 1.06 แสนคน รวมรายได้ปีละ 5,703 ล้านบาท จากนั้นในปี 2574 จะมีปริมาณผู้โดยสารส่วนต่อขยายรวม 5.34 แสนคนต่อวัน รวมรายได้ปีละ 14,014 ล้านบาท สุดท้ายในปี 84 จะมีผู้โดยสารส่วนต่อขยายรวม 5.9 แสนคนต่อวัน รวมรายได้ปีละ 20,582 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณเติบโตด้านรายได้ราว 700% เมื่อเทียบกับปีแรกที่เปิดให้บริการ 62 ขณะที่ด้านศักยภาพผู้โดยสารนั้นคิดเป็นการเติบโต 66% เมื่อเทียบกับปีแรกที่เปิดบริการต่อขยายเต็มสาย 64


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'