เพื่อไทยส่อทิ้งพรรค เช็กอัยการวุ่นผวาโดนยุบ! 'ตู่ดิจิทัล'ขอตั้งหลักไลฟ์สด


   

    "ตู่ดิจิทัล" ขอเวลาตั้งตัวก่อนไลฟ์สด ปรับยุทธศาสตร์การสื่อสาร ตั้ง "พุทธิพงษ์" เป็นโฆษกรัฐบาล "ไก่อู" เป็นอธิบดีกรมกร๊วกตำแหน่งเดียว ปัดไม่เกี่ยวเลือกตั้ง สั่ง "วิษณุ-ศธ." หาทางออกวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 ตรงกับวันสอบ GAT-PAT "ดอน" ซัด "ทักษิณ" เคลื่อนไหวการเมือง ติงสื่อตีข่าวปัญหาไม่จบสิ้น "เพื่อแม้ว" ผวายุบพรรค หวั่นอัยการรับฟ้อง 9 แกนนำฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. 28 พ.ย.นี้ หากรู้โพยก่อนขนสมาชิกหนีเส้นตาย 90 วันสังกัด "เพื่อธรรม" ขณะที่ "นายใหญ่" ขีดเส้น 10 พ.ย.ต้องชัดเจน ส่อวุ่น! อดีต ส.ส.บางส่วนไม่ไปด้วยขอสู้ตายงัดแผนโหวตโน-โนโหวตสู้
    เมื่อวันพุธ ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงมายังบริเวณห้องแถลงข่าวที่ตึกบัญชาการ 1 โดยเมื่อมาถึงได้นำมือถือขึ้นมาถ่ายภาพผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ก่อนที่จะเซลฟีในมุมต่างๆ พร้อมกระเซ้าว่า  "เอาล่ะ ใครถามจะได้รู้ และจะได้อัดเทปด้วย" พร้อมระบุว่า ตนเป็นมือใหม่ ก็ต้องให้โอกาสในการหามุมในการถ่ายด้วย เพราะยังไม่เชี่ยวชาญ การถ่ายแบบนี้จะหล่อหรือไม่หล่อไม่เป็นไร อยู่ที่การทำงานดีหรือไม่ดี
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลังจากที่ได้เปิดเผยตัวแล้วว่าจะเป็น "ตู่ดิจิทัล" ตนก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมในปัจจุบันที่เป็นสังคมโซเชียล ที่เข้ามาขับเคลื่อน  ตนพยายามจะปรับปรุงตัวขึ้นมา เปิดช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย ช่องทางการสื่อสารแรกคือผ่านศูนย์ดำรงธรรม รวมทั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนต่างๆ มากมาย มีผลการดำเนินการจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา มีเรื่องเข้ามาประมาณกว่า 3 ล้านเรื่อง แก้ไปได้แล้วประมาณ 99.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะไม่มี ส.ส.ก็ตาม จึงต้องเปิดหลายช่องทางการสื่อสารขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและนำไปสู่การตรวจสอบ
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้อ่านข้อความเองทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อ่านเอง ส่วนการไลฟ์สดผ่านสื่อดิจิทัล ขอดูความพร้อม ขอสร้างความคุ้นเคยก่อนสักระยะก่อนนะ ใจเย็นๆ ต้องเรียนรู้อีกสักหน่อย ส่วนภาพที่โพสต์ระหว่างการเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปที่เบลเยียมนั้น ส่วนใหญ่ก็จะถ่ายเอง แต่บางภาพก็มีมือเพียงสองมือ ก็คงต้องมีคนอื่นถ่ายบ้าง ในส่วนของคำบรรยายใต้ภาพ ส่วนใหญ่คิดเองและเขียนเอง แต่บางเรื่องก็ต้องให้คนอื่นตอบ โดยคณะทำงานจะรวบรวมความเห็นมาให้ว่าควรจะตอบกี่คำถาม แล้วตนก็จะเขียนตอบไป 
     ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าว นายกฯ เดินลงมาที่หน้าตึกบัญชาการ 1 ได้เซลฟีกับกลุ่มผู้สื่อข่าวอีกครั้ง แต่ขอตัวไม่ถ่ายกับกลุ่มช่างภาพ เนื่องจากมีภารกิจต้องไปรอต้อนรับนายกฯ มาเลเซีย พร้อมกับทำสัญลักษณ์มือไอเลิฟยู ก่อนกล่าวว่า ซาโยนาระ
    พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า สัปดาห์หน้าเป็นต้นไปจะมอบหมายให้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงในนามของสำนักนายกรัฐมนตรี ในเรื่อง ครม.อะไรต่างๆ เหล่านี้ เพราะหลายคนอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ตนก็ให้สัมภาษณ์แบบเดิม เพียงแต่ทำหน้าที่ชี้แจงแทน ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักฯ ก็ไปทำหน้าที่รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ก็แบ่งงานกันไป ยังช่วยกันไปเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าทำงานด้วยกัน รัฐบาลเดียวกัน ใครอยู่ตรงไหนก็เหมือนกัน เพียงแต่วิธีการนำเสนออาจจะได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ลุคส์ใหม่หน่อย ไม่เบื่อหน้านายกฯ เบื่อหรือยัง จะได้หาคนมาชี้แจงแทนนายกฯ
    ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ท.สรรเสริญยังจะรั้งตำแหน่งรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็จะแยกหน้าที่กันไปเลย แบ่งหน้าที่กันใหม่เป็นการภายในได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปออกคำสั่งอะไรใหม่หรอก คุยกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร ทาง พล.ท.สรรเสริญก็สามารถจะชี้แจงได้เหมือนกัน ถ้าสงสัยตรงนี้ไปถามตรงโน้นก็ได้ ทำไมเดี๋ยวนักข่าวก็ไปบอกว่าถูกขึ้นหิ้ง
ปรับแผนการสื่อสาร
    เมื่อถามว่า เป็นการปรับกลยุทธ์การให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า นายพุทธิพงษ์พูดภาษาง่ายๆ บางทีทหารพูดเป็นทางการ แต่พล.ท.สรรเสริญไม่ได้บกพร่องอะไร เพียงแต่เปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้นเอง เมื่อถามอีกว่าเป็นเพราะใกล้เลือกตั้งหรือไม่ ถึงได้ให้คนที่เชี่ยวชาญการเมืองอย่างนายพุทธิพงษ์เข้ามาทำหน้าที่โฆษก พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า "ไม่เกี่ยวๆ การเมืองก็คือการเมือง"
    ด้านนายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ตนทำหน้าที่เท่าที่ทำได้ ในส่วนที่จะต้องชี้แจงกับประชาชนก็ทำได้ในระดับหนึ่ง วันนี้นายกฯ มีแนวทางที่ให้ พล.ท.สรรเสริญไปปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อย่างเต็มตัว ทั้งนี้ตนจะทำหน้าที่ 2 ตำแหน่ง ทั้งรองเลขาธิการนายกฯ และโฆษกประจำสำนักนายกฯ ซึ่งตนเพิ่งทราบว่าจะต้องมาทำหน้าที่โฆษกฯ ตอนที่นายกฯ แถลงกับสื่อมวลชนเมื่อสักครู่ นายกฯ ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า
    "ก็ต้องมีการปรับแผนในการสื่อสารกับสื่อมวลชนในหลายมิติ ที่ทำไปก่อนหน้านี้คือเรื่องโซเชียลมีเดีย จากนี้ไปก็จะทำเพิ่มอีกหลายระดับ ซึ่งจะมีทีมเข้ามาช่วยในการสื่อสาร ทั้งเรื่องสังคม ปัญหาของประชาชน ซึ่งจะใช้การสื่อสารตรงนี้อำนวยความสะดวกกับสื่อมวลชนในทุกด้าน เพื่อสื่อสารถึงประชาชนให้ดีขึ้น"
     ถามว่า เป็นการปรับโฉมใหม่ของรัฐบาลก่อนที่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะกระบวนการเลือกตั้งก็มีโรดแมปอยู่ก่อนแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์และข้อมูลข่าวสาร ถ้าทำแล้วสามารถอำนวยความสะดวกให้กับสื่อมวลชน เพื่อนำเสนอประชาชนให้ง่ายขึ้น ก็เป็นยุทธศาสตร์ในเรื่องการสื่อสารมากกว่า
    ส่วน พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า หลังจากที่นายกฯ มีคำสั่งดังกล่าว ตนจะทำหน้าที่เพียงตำแหน่งเดียวคืออธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ต้องรอระเบียบขั้นตอนของการโอนย้ายจากข้าราชการทหารมาเป็นข้าราชการพลเรือนให้เรียบร้อยเสียก่อน เมื่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตน ซึ่งหมายถึงเลขาธิการนายกฯ และนายกฯ ตกลงใจเลือกสิ่งใดให้แล้ว ย่อมถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้บังคับบัญชาให้ความไว้วางใจ ตนก็จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง อยู่ตรงไหนก็ยังทำงานได้ ทั้งนี้ เมื่อเป็นข้าราชการ อยู่ในตำแหน่งเดียว แล้วจะมาเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ไม่ได้ เพราะตำแหน่งดังกล่าวเป็นของข้าราชการการเมือง
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าวันสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ตรงกับวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 ว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังดูอยู่ โดยให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายไปดูร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ว่าจะหาทางออกกันอย่างไร ถ้ามีปัญหาอะไรต่างๆ ก็ต้องแก้ปัญหากันให้ได้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งที่ยังไม่ออกมา ตรงนี้จะทำอย่างไร หลายคนจี้ว่าต้องเป็นวันนั้นหรือวันนี้ เสร็จแล้วก็มีปัญหากับตัวอื่นอีก ก็ต้องหาทางแก้ไขกัน
     ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้รายงานปัญหานี้ให้นายวิษณุรับทราบแล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่วันเลือกตั้งก็ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเป็นวันที่ 24 ก.พ.62 ดังนั้นจะรอให้มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก่อนจึงจะมาพิจารณาว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ที่ให้นายกฯ ปรับตัว เลิกตั้งข้อรังเกียจต่อนักการเมืองว่า ตนไม่เคยพูดว่ารังเกียจนักการเมือง คิดไปเองหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล ตนให้เกียรติท่านในฐานะเป็นอดีตนายกฯ เสมอ ไม่ใช่ตนคิดและพูดออกมาโดยมีวัตถุประสงค์อย่างนั้น 
    เมื่อถามว่า ทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ทาบทามขอชื่อไปโหวตเป็นนายกฯ ในสภาหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปฏิเสธว่า ยังเลย เมื่อถามย้ำว่าพรรค พปชร.ประกาศจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนเดียว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ถ้ามีการขอมาตนจะตัดสินใจอย่างไรก็ยังไม่รู้
ทักษิณป่วนการเมือง
     นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ  กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เตรียมเดินทางไปบรรยายในหัวข้อการเลือกตั้งและอนาคตของประชาธิปไตย ที่มหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ในวันที่ 6 พ.ย.ว่า ไม่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าว ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความเคลื่อนไหวของนายทักษิณเป็นปกติของนักการเมืองในช่วงเวลานี้ เหมือนกับที่นักการเมืองหลายคนมีความเคลื่อนไหว เข้าใจว่าเป็นเรืองการเมืองล้วนๆ
    “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายทักษิณเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องการเมือง แต่ประเทศไทยต้องการความสงบ มีเสถียรภาพ เพื่อประเทศจะได้เดินหน้าแข่งขันกับต่างประเทศ และประเทศไทยได้รับการดูแลผลประโยชน์อย่างเต็มที่” นายดอนกล่าว
    เมื่อถามถึงท่าทีต่างประเทศ หลัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ไม่รับประกันว่าจะไม่เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก นายดอนกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศคงไม่ต้องชี้แจงอะไร เพราะทุกคนทราบดีว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ การรัฐประหารมีมาทุกยุคทุกสมัย ถ้าบ้านเมืองสงบก็จะไม่มีการรัฐประหาร รัฐบาลนี้แม้จะมาจากการรัฐประหาร แต่ให้เสรีภาพสื่ออย่างเต็มที่ สื่อควรคิดด้วยว่าการนำเสนอข่าวไม่ควรให้กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ หากสื่อสร้างเรื่องด้วยการใส่ดีกรีกับคำพูดนายทักษิณมากขึ้นเรื่อยๆ จะไม่ส่งผลดี เพราะการมีข่าวทุกวันจะไม่ทำให้ปัญหาจบสิ้น การตื่นเต้นอยู่ทุกวันไม่น่าจะเป็นผลดี
      รมว.การต่างประเทศกล่าวถึงกรณีนายกฯ เลื่อนการเดินทางเยือนประเทศเยอรมนี จากเดิมมีกำหนดการในวันที่ 30-31 ต.ค.ว่า เป็นเพราะเรายังไม่พร้อมจะเดินทางไปเอง ไม่ใช่เพราะเขารังเกียจรังงอนอะไร รอทั้งฝ่ายว่างตรงกัน แต่เชื่อเลยว่าการพบกันของผู้นำสองประเทศจะต้องเกิดขึ้นภายในเดือน พ.ย.61 มีการปล่อยคลิปว่าเยอรมนีไม่ต้อนรับนายกฯ ถือเป็นการโกหกมดเท็จ แย่มากๆ ยืนยันทางนางแองเกลา แมร์เคิล นายกฯเยอรมนีไม่ได้รังเกียจนายกฯ ไทย การปล่อยข่าวแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มันวุ่นวาย ทำให้เป็นเรื่องและมีปัญหา 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี กกต.รับลูกเตรียมดำเนินการตรวจสอบนายทักษิณ ชินวัตร เข้าข่ายแทรกแซง ครอบงำการดำเนินการของพรรคเพื่อไทยว่า ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของ กกต.ที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ฝากสื่อให้กระทุ้งกรณีดังกล่าวนั้นไม่ได้เสียงดังไปถึง กกต. คนอื่นก็พูดตั้งมากมาย และ กกต.มีสิทธิที่จะตรวจสอบทุกพรรค ไม่ใช่เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง ว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนกรณีมีการมองว่าเป็นการจับจ้องไปเฉพาะพรรคที่ตรงข้ามกับ คสช.นั้น ต้องไปดูว่าพรรคไหนที่ทำผิด ถ้าพรรคไหนทำผิดก็โดนทั้งนั้น ไม่ต้องจับจ้องเฉพาะพรรคไหน
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองในวันนี้ตนไม่เคยสั่งการอะไรกับ กกต.สักคำเดียว เพราะผู้ดำรงตำแหน่ง กกต. เป็นการคัดสรรขึ้นมา ถือเป็นองค์กรอิสระ มีหน้าที่ของตนมีกฎหมายของตัวเอง ใครก็สั่งไม่ได้ สิ่งสำคัญคือใครทำความผิดก็ต้องรับผิดชอบ เป็นไปตามกฎหมาย กกต. ซึ่งต้องดำเนินการ
     มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร เดินเกมรุกทางการเมืองอย่างหนักทำให้ พล.อ.ประวิตรส่งสัญญาณมาจน กกต.เข้าไปตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายคนนอกที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคมาบงการพรรคหรือไม่ ซึ่งอัตราโทษสูงถึงขั้นยุบพรรคทำให้สมาชิกพรรคเริ่มกังวลต่อกระแสข่าวการยุบพรรคที่รุนแรงอีกครั้ง ซึ่งคดีที่น่ากังวลประเด็นแกนนำพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค 9 คน ที่กำลังเผชิญข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. จัดกิจกรรมทางการเมือง และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จากการที่พรรคเพื่อไทยจัดให้มีการแถลงข่าวประเมินผลงาน 4 ปี รัฐประหารไปเมื่อกลางเดือนพ.ค. ทำให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 
พท.รับมือยุบพรรค
    "ซึ่งไม่นานมานี้ 3 แกนนำพรรคได้เดินทางไปพบอัยการเพื่อขอความเป็นธรรม ต่อมาอัยการนัดฟังคำสั่งว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ ในวันที่ 28 พ.ย. ตรงจุดนี้ทำให้ฝ่ายยุทธศาสตร์ของพรรคกังวลเป็นอย่างมาก หากยึดตามกำหนดการเลือกตั้งเดิมในวันที่ 24 ก.พ.2562 เวลาที่ สมาชิกต้องสังกัดพรรค 90 วันก่อนการเลือกตั้ง จะตรงกับวันที่ 26 พ.ย. ถ้าหากวันที่ 28 พ.ย. คำสั่งออกมาในทิศทางลบ ไม่เพียงจะทำให้ปมประเด็นส่อเค้าการยุบพรรคใกล้ความจริง ยังจะเลยกำหนดเส้นตาย ที่ผู้ประสงค์จะลงรับสมัครเลือกตั้ง จะไม่ทันต่อเงื่อนไขเวลา อาจทำให้ขาดคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง"
    รายงานระบุว่า เวลานี้แกนนำพรรคในสายตุลาการ อัยการเก่า กำลังไล่เช็กข่าวกันเป็นรายวัน ดูแนวโน้มในวันที่ 28 พ.ย. จะออกมาในทิศทางใด ซึ่งตรงกับสัญญาณจากนายใหญ่ที่บอกกับอดีต ส.ส.ที่ใกล้ชิด ในวันที่ 10 พ.ย. ต้องชัดเจนว่าจะยังปักหลักสู้รบในนามพรรคเพื่อไทยต่อไป หรือต้องไปหาสังกัดใหม่ ตอนนี้พรรคที่มีความพร้อมรองรับได้คือพรรคเพื่อธรรม ที่มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค นายสมชาย นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นแกนนำพรรค ต่างแสดงความพร้อมในการรองรับสมาชิกพรรคเพื่อไทยเดิมที่จะย้ายมา แต่ขณะเดียวกันยังมีแกนนำพรรคอดีต ส.ส.บางส่วนที่ไม่พร้อมจะไปสังกัดพรรคใหม่ เพราะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยวางยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งไปไกลแล้ว ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะอยู่ไม่ถึงวันเลือกตั้ง ก็ขอปักหลักสู้ตายไปกับพรรคพร้อมกัน โดยไม่หวั่นต่อกระแสการยุบพรรค โดยได้เตรียมยุทธศาสตร์ให้สมาชิกโหวตโนหรือโนโหวตรองรับไว้อีกชั้น ในส่วนของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ถูกวางตัวให้ถือธงนำทัพพรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวแพร่สะพัดไม่ค่อยลงรอยกับนางเยาวภา อาจเกิดความกระอักกระอ่วนใจ หากต้องไปร่วมงานกันจริงๆ จนท้ายที่สุดคุณหญิงสุดารัตน์และทีมงานอาจโยกไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ที่ขณะนี้มีการเตรียมการไว้แล้ว
    ที่อาคารแปซิฟิคเพลส ถ.สุขุมวิท นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) พร้อมด้วย ร.ต.อ.จอมเดช ตรีเมฆ นายทะเบียนสมาชิกพรรค, นายวีระชัย คล้ายทอง กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.), นายสำราญ รอดเพชร ผู้ร่วมจัดตั้งพรรค ร่วมกันแถลงข่าวถึง "ปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดินทั่วประเทศ" โดยนายทวีศักดิ์กล่าวว่า ภายหลัง กกต.มีมติรับรองพรรคแล้ว ทาง รปช.จะ "ปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดิน" ทำความเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ และน้อมตัวเข้าหาประชาชนเพื่อรับฟังปัญหา จะเริ่มในวันที่ 25 ต.ค.นี้ โดยมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค นำทีมวางพานพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 พร้อมกล่าวคำปฏิญาณของพรรค และเดินพบประชาชนย่านวรจักรและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเราจะเดินกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่ก่อความวุ่นวาย และยึดกฎหมาย จากนั้นวันที่ 1 พ.ย. จะออกพบพี่น้องตามหัวเมืองต่างๆ โดยเริ่มที่จังหวัดจันทบุรี สักการะศาลพระเจ้าตากสินมหาราช 
    นายทวีศักดิ์กล่าวว่า กก.บห.และคณะผู้จัดตั้งพรรค มีมติให้นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค เป็นแม่งานในการปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดิน เพราะเห็นว่าเป็นผู้มีความชำนาญในการประสานงานบุคคลภายในพรรคมากเป็นพิเศษ อีกทั้งเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ทางการเมือง กิจกรรมดังกล่าวได้แจ้งต่อ กกต.เรียบร้อยแล้ว
    ที่พรรคชาติพัฒนา (ชทพ.) นายสาคร พรหมภักดี อดีต ส.ส.พรรคชาติพัฒนา แกนนำพรรค ชทพ.จังหวัดสกลนคร นำทีมว่าที่ผู้สมัครจากสกลนครทั้ง 6 เขต มาสมัครสมาชิกพรรค ชทพ. โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค พร้อมทั้งนายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา ให้การต้อนรับ 
    พล.ต อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1 ว่าส่วนตัวมีความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี โดยจุดยืนของพรรคยึดมั่นประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการและนายกฯ คนนอก ส่วนจะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ถ้ามีประชาธิปไตยตรงกันก็ร่วมงานกันได้ ทั้งนี้ หากพรรคไหนที่อ้างตัวเป็นประชาธิปไตย แต่แฝงเผด็จการไว้ จะไม่ร่วมงานเด็ดขาด ซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นพรรคใด หากพรรคเหล่านี้ชนะการเลือกตั้ง จะยื่นรื่องต่อ กกต.ให้ยุบพรรคทันทีข้อหาเผด็จการ เพราะสวนทางกับอุดมการณ์ของพรรคที่เป็นประชาธิปไตย ส่วนตัวมีความมั่นใจว่าพรรคจะได้ ส.ส. 80 ที่นั่งขึ้นไป. 


อาจารย์ "สอนกฎหมาย"เมื่อใกล้จนตา.....จะตายด้วยข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ก็ใช้ "ตลบตะแลงศาสตร์" เปิดทางหนีตาย

'ดาบมี..แต่กกต.ชักไม่เป็น'
เก็งข้อสอบ 'กฎหมายไทย'
รถเหาะ 'เจาะเวลา' ปิยบุตร
โชคดีที่เป็น 'รัฐบาลทหาร'
รูปแบบใหม่ 'ท้าทายประเทศ'
"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"