เซอร์ไพร์ส!'บิ๊กบัง'อดีตประธานคมช.ย้ายซบพรรคชาติไทยพัฒนา


   


26ต.ค.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ต.ค.ในการประชุมใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำและสมาชิกเดินทางเข้าร่วมประชุมจำนวนมาก

ที่น่าสนใจยังมีสมาชิกใหม่ที่ย้ายมาร่วมกับพรรค โดยเฉพาะ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ซึ่งดึงมาช่วยในการทำพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใตั โดยมีนายประภัตร โพธสุธน ว่าที่เลขาธิการพรรค นายนิกร จำนง นายทะเบียนพรรค นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคและน.ส.กัญจนา ศิลปาอาชา ว่าที่หัวหน้าพรรคให้การต้อนรับ 

ทั้งนี้พล.อ.สนธิ เป็นอดีตหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่19 ก.พ.2549 ก่อนเข้ามาสู่การเมืองเป็นหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เมื่อปี 2554 และย้ายมาร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนา


ขณะเดียวกัน ยังมีอดีต ส.ส.ได้เดินทางมาเปิดตัวกับพรรคชาติไทยพัฒนา ในการประชุมครั้งนี้ด้วย อาทิ นางลักษณา แก้วกล้าหาญ ภรรยานายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต ส.ส.ขอนแก่น นายอนุชา สะสมทรัพย์ อดีต ส.ส.นครปฐม นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสรณ์ อดีต ส.ส.สมุทรสาคร เป็นต้น
 

พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากรอเกี่ยวกับกระบวนการพรรคการเมืองให้ชัดเจนก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างรอเรียกประชุมเพื่อยื่นกกต. ให้พรรคมาตุภูมิสิ้นสภาพความเป็นพรรค อย่างไรก็ตาม ตนเองได้นำอดีตสมาชิกพรรคจำนวน 15 คน มาร่วมงานกับพรรคชาติไทยพัฒนาก่อน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายภาคใต้และสงขลาบางส่วน ซึ่งตั้งความหวังจะได้ ส.ส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้มากที่สุด เพื่อมาเติมพื้นที่ให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา อีกทั้งส่วนตัวชื่นชอบในนโยบายในการสร้างความปรองดองและความเป็นกลางและสอดคล้องกับความรู้สึกส่วนตัวที่ต้องการร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในชาติ จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรค


บ้านเมืองเราในระยะนี้........จะมีเรื่อง "ทดสอบ-ท้าทาย" กฎหมายและอำนาจรัฐเกิดขึ้นบ่อย    อย่างเช่น "ผัวฝรั่ง-เมียไทย" คู่หนึ่ง 

"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"
ว่าด้วยพิธี 'เสกน้ำอภิเษกรวม'
'นอเทรอดาม' กับปิยบุตร
สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก
'ตี๋กร่าง' กับ 'บันทึกช่วยจำ'
กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา