น้ำตายังไม่ทันแห้ง! พญาเสือโร่แจ้งความลูกหลานปู่คออี้ อ้างไม่ทำโดน 157


   

29 ต.ค.61-  นายพนัชกร โพธิบัณฑิต รักษาการ หน.ชุดฉก.พญาเสือ  และ หน.อุทยานฯไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี  กล่าวว่า กรมอุทยานฯได้มอบหมายให้ หน่วยเฉพาะกิจปฎิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ และสัตว์ป่า (พญาเสือ) ดำเนินการเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ติดตามสืบสวน สอบสวน ดำเนินคดีกับผู้รับมรดก ของนายโคอิ มีมิ กับพวกรวม 6 คน จากการยึดถือหรือครองครองที่ดิน ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ จึงได้มอบหมายให้นายอรรถพล เภาอ่อน ผช.หน.ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ/หน.วนอุทยานฯชะอำ พร้อมด้วย นส.เนตรนภา งามเนตร ผช.หน.ชุดฉก.พญาเสือ/หน.วนอุทยานเขานางพันธุรัต เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน ให้สืบสวนสอบสวน
 
"คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ มิได้กลั่นแกล้งและมิได้กระทำเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง แต่กระทำเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทรัพยากรธรรมชาติ และที่สำคัญหากพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่ดำเนินการกับกรณีดังกล่าว จะถูกกลุ่มผู้รู้กฎหมายร้องเรียน และแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ มาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา" นายพนัชกร ระบุ 

 ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อปีพ.ศ.2544-2545 เจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน เข้าปฎิบัติการยุทธการตะนาวศรี เพื่อตรวจยึด พื้นที่บุกรุกยึดถือครองครอง ในพื้นที่อุทยานฯแก่งกระจาน และมีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิด จนมีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ให้กรมอุทยานฯผู้ถูกฟ้องคดีที่1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายโคอิ มีมิ กับพวกรวม 6 คน ผู้ฟ้องคดีที่1 เป็นเงิน 51,407 บาท ผู้ฟ้องคดีที่2 เป็นเงิน 51,032 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 3 เป็นเงิน 51,407  บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 4 เป็นเงิน 45,302 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 5 เป็นเงิน 50,807 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 6 เป็นเงิน 51,032 บาท ทั้งนี้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีคำพิพากษา ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้นำเงินไปวางศาลเพื่อส่งเงินค่าสินไหมทดแทน ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด จำนวน 300,987 บาท เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2561ที่ผ่านมา
 
โดยศาลปกครองสูงสุด ระบุว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 เข้าไปบุกรุกพื้นที่ ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยผู้ฟ้องทั้ง 6 ไม่มีสิทธิ์ในที่ดิน หรือหลักฐานการได้รับอนุญาต จากทางราชการ ให้ครองครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โดยชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 16 (1) แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เท่ากับว่า นายโคอิ มีมิ กับพวกรวม 6 คน เป็นผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้  ตามผลแห่งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด

 ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรมอุทยานฯได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจปฎิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ และสัตว์ป่า (พญาเสือ) ดำเนินการเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน ให้ติดตามสืบสวน สอบสวน ดำเนินคดีกับผู้รับมรดก ของนายโคอิ มีมิ กับพวกรวม 6 คน จากการยึดถือหรือครองครองที่ดิน ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 16 (1) แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และชี้จุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประเมินค่าเสียหายทางแพ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต่อไป.
 


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?