ประยุทธ์เมินแรปประเทศกูมี


   

    "ป้าธิดา" เชียร์ "แรปเปอร์กูมี" ยกแนวรบวัฒนธรรมไม่ต่างจากยุค "จิตร ภูมิศักดิ์" ขณะที่ "ลุงตู่" ไม่ฉุน ระบุก็รู้ความหมายอยู่ต้องการอะไร หันไปสั่งงาน จี้ปลัด กท.-ผู้ว่าฯ ตอบคอมเมนต์แก้ปัญหาประชาชน
    เมื่อวันที่ 30 ต.ค.61 เพจ UDD news ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เผยแพร่คำพูดในรายการ "เหลียวหลังแลไปข้างหน้าเพื่อประชาธิปไตย" ของนางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษา  นปช. โดยแสดงความเห็นถึงปรากฏการณ์ความสนใจของประชาชนที่แพร่หลายอย่างรวดเร็วต่อบทเพลงแรป ประเทศกูมี ว่า "ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาท อิทธิพล และความสำคัญว่ามันโดนใจประชาชน...หรือเปล่า? คนที่แต่งเพลงแล้วคิดว่าไพเราะแต่มีคนชมน้อยกว่าก็ไม่ต้องอิจฉา"
    นางธิดายังระบุว่า ถือเป็นบทบาทแนวรบด้านวัฒนธรรมของผู้ถูกกดขี่ซึ่งแปรออกมาในสภาพปัจจุบัน นั่นก็คือเพลงแรปซึ่งเขาถือว่าเป็นเพลงแรปต่อต้านเผด็จการ คือ Rap Against Dictatorship ในนามชื่อย่อ RAD ซึ่งชื่อคล้ายๆ นปช. United Front of Democracy Against Dictatorship หรือชื่อย่อ UDD ทั้งนี้ การต่อสู้ประชาชนถือว่าแนวรบด้านวัฒนธรรมสำคัญยิ่ง ในอดีตคนที่ทำแนวรบด้านวัฒนธรรมคนสำคัญในประเทศไทยก็คือ คุณจิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งงานศิลปวัฒนธรรมของผู้ถูกกดขี่มีทุกยุคทุกสมัยในทุกพื้นที่ในโลกนี้ และในประเทศไทยก็มีทุกภาค
    เราจึงเห็นปฏิกิริยาของสังคมจากการเกิดเพลงแรปนี้ ซึ่งถือเป็นผลิตผลของคนยุคใหม่ เพลงเพื่อชีวิต-หมอลำ-เพลงลูกกรุง-ลูกทุ่งแบบเก่าก็เหมาะกับยุคสมัยหนึ่ง ในขณะนี้คนยุคใหม่เขาก็คิดถึงและสนใจบ้านเมืองเช่นเดียวกัน ปรากฏว่าเพลง “ประเทศกูมี” นี้มันสร้างความหวังให้กับนักต่อสู้จำนวนมาก จึงไม่แปลกใจที่ฝ่ายรัฐและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการก็ออกมาโจมตี
    นางธิดากล่าวอีกว่า คำว่า แนวรบ ไม่จำเป็นต้องเอาปืนมายิงกัน ปลายปากกางานเขียนวรรณกรรมหรือการแสดงดนตรี สิ่งเหล่านี้มีพลังที่ยิ่งใหญ่และมีผลสะเทือนมากกว่าการใช้อาวุธ สามารถเรียกร้องความสนใจและทำให้คนแสดงออก โดยเฉพาะโลกสมัยใหม่ ทั้งนี้ อยากให้กำลังใจกับวงแรปเปอร์นี้และผู้กำกับวงซึ่งได้ผลิตผลงานชิ้นนี้ออกมา ที่มีทั้งรูปแบบและเนื้อหาที่โอเคเลย แน่นอนว่ามีคนที่ชอบและไม่ชอบ แต่ถ้าคนที่จิตใจเป็นธรรม แม้จะสนับสนุนรัฐประหาร แต่เขาก็ยังยอมรับได้
    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ย้ำว่า เรื่องแรปอะไรต่างๆ ตนไม่สนใจ ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ อยากแสดงอะไรก็แสดงกันไป จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าไปปิดกั้นอะไรต่างๆ กฎหมายจะเป็นตัวกำหนด ไม่จำเป็นต้องไปสั่งการอะไรกับใครทั้งนั้น ซึ่งคนไหนก็ตามที่ชื่นชมก็ต้องรับผิดชอบด้วยว่าวันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในประเทศไทย จะหนักขึ้นเรื่อยๆ หรือเปล่า อะไรที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียกับประเทศไทย
    "ผมไม่ได้ว่าที่เขามาว่าผม แต่ถ้าเขาว่าประเทศ ผมว่ามันไม่เหมาะสม ผมคิดว่าคนเราควรจะมีวิจารณญาณที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเขียนเพลงหรือจะอะไร ยังไง กับใครก็ตาม ท่านต้องอย่าไปให้ร้ายประเทศตัวเอง ดังนั้นจะมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยมันไม่ใช่ เพราะความหมายท่านต้องการอะไรก็รู้กันอยู่ ก็ถือเป็นเรื่องของสังคม ถ้ารับเรื่องแบบนี้ได้ วันหน้าถ้าหนักกว่านี้ เรื่อยๆ ลูกหลานของท่านจะอยู่กันอย่างไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ก็ฟังกันไปก็แล้วกัน" นายกฯ กล่าว
    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) กล่าวว่า ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรกับกลุ่มนักร้องดังกล่าว เพราะเป็นการแสดงความเห็นของประชาชนที่มีความหลากหลาย ซึ่งการแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลต่างๆ ประชาชนสามารถทำได้ สามารถคิดต่างได้ แต่ต้องคิดให้ประเทศชาติมีความมั่นคง 
    เมื่อถามถึงกรณีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทำหนังสือเตือนตำรวจให้ระมัดระวังในการส่งต่อเพลงดังกล่าว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือนี้ ต้องถามจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ขอย้ำว่าการแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่บนหลักของกฎหมาย การจะแชร์ต้องดูด้วยว่าผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตำรวจไม่ได้ถอยหรือเดินหน้า เพราะการแสดงความคิดเห็นหรือติชมทำได้ แต่ขอให้ดูประเทศชาติด้วย เพราะวันนี้เราต้องการให้ประเทศมั่นคง
    ทางด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการในที่ประชุมไปยังปลัดทุกกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เข้าไปดูปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามาในช่องทางโซเชียลฯ ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ ของนายกฯ โดยให้ดูว่าข้อร้องเรียนใดอยู่ในพื้นที่และความรับผิดชอบของตนเอง แล้วตรวจสอบในเรื่องข้อมูล และดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที และโพสต์กลับเข้ามาที่คอมเมนต์ ขณะที่ในส่วนของอินบอกซ์ นายกฯ จะเข้าไปดูและตอบ รวมถึงแก้ปัญหาเอง
    “ในส่วนของคอมเมนต์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ว่าฯ และปลัดกระทรวง ถ้าได้เห็น ได้ติดตาม ขอให้ไปดำเนินการตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ และโพสต์กลับมาในคอมเมนต์ให้เร็วที่สุด เท่าที่จะดำเนินการได้ให้แล้วเสร็จ“ นายพุทธิพงษ์กล่าว.


ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?     เป็นข่าวใหญ่โตว่า ประชาธิปัตย์ถูกหักหลัง  เพราะนโยบายรัฐบาล ไม่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาธิปัตย์เสนอหรือถ้ามี ก็ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน 

จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'
นัยการ 'ไป' ของธนาธร