การเมืองกับพลังด้านบวก


เพิ่มเพื่อน    

      แนวโน้มความเป็นไปของบรรดาพรรคการเมืองในช่วงนี้...ที่ชักส่งผลให้เกิดความพยายาม แตกแบงก์พันไปเป็นแบงก์ร้อย เป็นแบงก์สิบ แบงก์ยี่สิบ กระทั่งเป็นเศษเหรียญ เศษสตางค์ เอาเลยก็ยังมี คงต้องยอมรับว่า...ออกจะเป็นอะไรที่น่า ปวดหัวฉิบหาย หรือค่อนข้างชุลมุน ชุลเก อยู่พอสมควร จนทำให้สีสัน บรรยากาศทางการเมือง ดูจะหนักไปทางแง่ลบ มากกว่าแง่บวกนั่นเลย ทำให้อดไม่ได้...ที่จะย้อนคิดไปถึง พลังบางอย่าง ซึ่งนักวิชาการเสื้อกั๊ก อย่างอาจารย์ ธีรยุทธ บุญมี ท่านเคยให้คำเรียกขานเอาไว้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ว่า พลังด้านบวก ทำนองนั้น...

                                                                 ---------------------------------------------

      คือพลังประเภท หมูป่าอะคาเดมี หรือประเภทคุณน้อง ตูน บอดี้สแลม อะไรประมาณนั้น...ที่อาจไม่ได้แสดงตัวออกมาในรูปแบบ หรือกรรมวิธีทางการเมืองใดๆ เลย แต่อาจารย์ ธีรยุทธ ท่านเชื่อของท่านว่า พลังประเภทนี้นี่แหละ...กลับน่าจะมีบทบาทเอามากๆ ในการตรวจสอบ ตรวจเช็ก ถ่วงดุล หรือแม้กระทั่งควบคุม บรรดา พลังการเมือง ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง พรรคไหนต่อพรรคไหนก็แล้วแต่ หรือแม้แต่กระทั่งพรรคทหาร ตลอดไปจนทหารแท้ๆ เอาเลยก็ยังได้!!! ด้วยเหตุเพราะเมื่อไหร่ที่มันเกิด เงื่อนไข หรือ เหตุปัจจัย ที่ทำให้พลังชนิดนี้ต้องแสดงตัวตนออกมา แค่หลับตานึกภาพผู้คนตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออก-ตะวันตก พากันวิ่งเหยาะๆ ดักหน้า ดักหลัง คุณน้อง ตูน บอดี้สแลม หรือภาพของผู้คนระดับทั่วทั้งโลก ต่างเฝ้ารัก เฝ้าลุ้น หมูป่าอะคาเดมี ชนิดใจจด ใจจ่อ ระดับนาทีต่อนาที อันนี้...ไม่ว่าพรรคไหนต่อพรรคไหนก็เถอะ ถ้าหากไปทำอะไรต่อมิอะไรอันไม่เป็นไปตามความปรารถนา ความต้องการ ของพลังที่ว่านี้ โอกาสที่จะหลับกลางอากาศ หงายท้องตึง ชนิดไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี เอาง่ายๆ...

                                                                   ------------------------------------------------

      แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยเหตุที่พลังที่ว่านี้ มันมักไม่ได้ปรากฏตัวออกมาในรูปร่างลักษณะทางการเมือง แถมถ้าหากมีเรื่องของ การเมือง เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแล้ว มันอาจไม่สามารถก่อรูป ก่อร่าง ขึ้นมาเป็น พลัง เอาเลยก็เป็นได้ หรือมันอาจต้องอาศัยอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือสิ่งซึ่งมักไม่ได้มีอยู่ในแวดวงการเมือง ไม่ว่าจะเป็นความบริสุทธิ์ใจ ความจริงใจ ความรักแบบซื่อๆ ใสๆ แบบสุจริตใจ แบบตรงไป-ตรงมา แบบไม่มีฝัก-มีฝ่าย ไม่มี ผลประโยชน์ ใดๆ เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าในแง่ปัจเจกบุคคล กลุ่มก้อน องค์กร ใดๆ ก็แล้วแต่...

                                                                    --------------------------------------------------

      แต่เมื่อไหร่ที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว...ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องส่งผลใดๆ ไปถึงสิ่งที่เรียกว่า การเมือง กันจนได้นั่นแหละ ชนิดไม่ว่าผู้ที่สังกัดฝ่ายการเมือง ฝ่ายไหนต่อฝ่ายไหน ไม่ว่าเหลือง-ไม่ว่าแดง ไม่ว่าเผาไทย-ประชาธิกัด ไม่ว่าประชาธิปไตย-เผด็จการ ถ้าคิดจะลองแหย่มือ แหย่ตีน เข้ามาขวาง หรือมาราน้ำใดๆ ก็แล้วแต่ ล้วนแล้วแต่หาศพ หาเศษซากไม่เจอ จนตราบเท่าทุกวันนี้ ไม่ว่าจะใน โลกเสมือนจริง หรือ โลกแห่งความจริง ก็ตาม ต่างมิอาจต้านกระแส ทานกระแส พลังที่ว่าได้เลยแม้แต่น้อย และนั่นเองที่อาจทำให้นักคิด นักวิชาการ หรือนักทฤษฎี อย่างท่านอาจารย์ ธีรยุทธ ท่านถึงได้สรุปเอาไว้ว่า พลังที่ว่านี้มันน่าจะมีบทบาทในการตรวจสอบ ตรวจเช็ก ถ่วงดุล หรือแม้แต่ ควบคุม สังคมทั้งสังคม ไม่ให้ออกอาการเละเทะ เปะปะ นอกลู่ นอกทาง หรือเป็นไปในแง่ลบ จนเลย ขีดจำกัด มากมายเกินไปนัก...

                                                                        ----------------------------------------------------

      ส่วนพลังดังกล่าว...จะมีอยู่จริง-ไม่จริง เป็นพลังที่ก่อเกิดขึ้นมาด้วยอุบัติเหตุ ด้วยความบังเอิญ หรือเป็นพลังที่ก่อเกิดขึ้นมาด้วย เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย อันถึงพร้อม ซึ่งสามารถให้รายละเอียดและอธิบายได้ อันนั้น...คงต้องไปตีความ ไปจำแนก แยกแยะ ตามแต่ละทฤษฎีกันเอาเอง แต่ที่น่าสนใจเอามากๆ ก็คือว่า...สำหรับฝ่ายใด กลุ่มใด นักการเมืองรายใด พรรคใดก็ตาม หรือแม้แต่ผู้ซึ่งมีอำนาจอาวุธอยู่ในมือ โอกาสที่จะเกิดความ เข้าถึง-เข้าใจ ต่อความเป็นไปของพลังที่ว่านี้ ออกจะเป็นอะไรที่ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็คือ...เพราะถ้าหากมันมี ผลประโยชน์ทางการเมือง เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแล้ว โอกาสที่จะทำความเข้าใจกับพลังเหล่านี้ หรือสามารถนำเอาพลังเหล่านี้มาใช้เป็น เครื่องมือ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เอาเลยก็ว่าได้...

                                                                        --------------------------------------------------------

      ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ถ้าหากต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า การเมือง ขึ้นมาแล้ว โอกาสจะนำเอาพลังชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ จึงแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย ต้องแยกฝ่าย แบ่งฝ่าย ต้องควานหา กลุ่มเป้าหมาย ที่มีรสนิยม ต้องตามแนวคิดทางการตลาดของตัวเอง ต้องแตกแบงก์พัน ออกไปเป็นแบงก์ร้อย แบงก์สิบ แบงก์ยี่สิบ เป็นเศษเหรียญ เศษสตางค์ กันไปตามสภาพ แต่สุดท้าย...เมื่อใดก็ตามที่แต่ละกลุ่ม แต่ละฝ่าย แต่ละพรรค ฯลฯ ที่ต่างหาหนทางที่จะเอาชนะ คะคาน ซึ่งกันและกัน จนอาจต้องออกนอกลู่ นอกทาง ไปจนกระทั่งเกิดอาการเลย ขีดจำกัด ขึ้นมาจริงๆ อันนั้นนั่นแหละ...คงได้เวลาที่จะพิสูจน์กันในทางปฏิบัติ ไม่ใช่แค่ในแง่ทฤษฎี ว่า พลังด้านบวก ที่อาจารย์ ธีรยุทธ บุญมี ท่านสรุปเอาไว้ มีอยู่จริง-หรือไม่มีอยู่จริง!!!

                                                                       ----------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Mark Yost... History, although sometimes made up of a few acts of the great, is more often shaped by the many acts of the small.- แม้ประวัติศาสตร์จะถูกสร้างขึ้นด้วยการกระทำการบางสิ่ง บางอย่าง ของผู้ยิ่งใหญ่...แต่บ่อยครั้งที่ประวัติศาสตร์ก่อร่างขึ้นมาจากการกระทำการอันมากมายของคนเล็ก คนน้อย...

                                                                      --------------------------------------------------------------