พท.แตกทัพเข้าไทยรักษาชาติ ดัน "ลูกเจ๊เบียบ-วรวัจน์" หัวหอก 


   

      เมื่อเส้นตายต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน หากมีการเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 ที่ก็คือต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่จะลงเลือกตั้งไม่เกิน 26 พ.ย. แม้หลายคนยังไม่ชัวร์ว่าเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามโรดแมปหรือไม่ แต่เพื่อความไม่ประมาท มาตกม้าตายเพราะขาดคุณสมบัติเรื่องการสังกัดพรรค ทำให้ตอนนี้นักการเมือง-นักเลือกตั้ง-พรรคการเมือง ต่างรีบหาทีมสังกัดกันให้ทันกำหนด

      อย่าง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่แน่ชัดว่าคือพรรคนอมินี-พรรคเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร-เพื่อไทย ก็จะนัดแถลงเปิดตัว-เลือก หัวหน้าพรรค-เลขาธิการพรรค-กรรมการบริหารพรรค-คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคจำนวน 11 ชื่อ ในวันพุธนี้ 7 พ.ย.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์

      อันเป็นลักษณะการส่งคนของเพื่อไทยเข้าไป เสียบให้มีชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรคอย่างเป็นทางการเพื่อทำศึกเลือกตั้ง เพราะขั้นตอนการจัดตั้งพรรค-การรับรองจาก กกต.ทำไว้เสร็จหมดเรียบร้อยนานแล้ว โดยฝีมือของ เจ๊แจ๋น–พวงเพชร ชุนละเอียด นักการเมืองคนดังจังหวัดเลย ภาคอีสาน เจ้าของฉายา เจ้าแม่วังสะพุง สายตรงดูไบ  ทักษิณ ชินวัตร ที่ให้คนไปจดจัดตั้งพรรคไทยรวมพลังไว้นานแล้ว ก่อนที่จะมีการขอเปลี่ยนชื่อเป็นไทยรักษาชาติ

      การก่อตัวของไทยรักษาชาติ ที่แกนนำพรรควางไว้ชัดเจนให้เป็น พรรคเครือข่าย-พันธมิตร ของเพื่อไทย ตัวจริง-เสียงจริง ในสนามเลือกตั้ง บนเป้าหมายคือ เก็บคะแนนเสียง-เอาเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นหลัก โดยจะให้คนของเพื่อไทย ทั้งระดับแกนนำ-อดีต ส.ส.เพื่อไทย ย้ายออกไปอยู่กับไทยรักษาชาติจำนวนหนึ่ง รวมถึง นักการเมืองรุ่นใหม่-ผู้ขอลงสมัคร ส.ส.เพื่อไทยที่หน่วยก้านพอไปได้ แต่มีปัญหาเรื่องพื้นที่เขตเต็ม ลงไม่ได้ก็จะถูกส่งให้ไปอยู่กับไทยรักษาชาติ”

      รวมถึงพวกเพื่อไทยที่รู้ตัวว่าไม่สามารถทำงานร่วมกับคนในพรรคอย่าง เจ๊หน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการเลือกตั้งของเพื่อไทยที่มีข่าวว่าจะถูกวางตัวให้เป็น แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ก็สามารถไปอยู่ที่ไทยรักษาชาติ ที่เปิดประตูรับคนเพื่อไทยเป็นหลักและรับแบบไม่อั้น เพื่อให้ไปตอกเสาเข็ม สร้างนั่งร้านไทยรักษาชาติให้แลดูเป็นพรรคที่มีราคาค่างวดการเมืองระดับหนึ่งในการสร้างฐานคะแนนได้ในช่วงเลือกตั้ง จนได้เก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์เป็นกอบเป็นกำตามที่ตั้งเป้า จากนั้นก็ให้มาจับมือกับเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

      พบว่ามีแกนนำเพื่อไทยหลายคนตัดสินใจไปร่วมกับไทยรักษาชาติแน่นอนแล้ว เช่น วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ อดีต ส.ส.แพร่หลายสมัย สายเจ๊แดง  เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่จะไปร่วมวางนโยบายพรรคในการหาเสียง แต่ก็จะขอลง ส.ส.เขต จ.แพร่ ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ขณะที่รุ่นใหม่ในพรรคหลายคนก็ตัดสินใจไปอยู่กับไทยรักษาชาติ เช่น ปาล์ม–พชร นริพทะพันธุ์ ลูกชายของ พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ก็ถูกดึงตัวให้ไปอยู่กับไทยรักษาชาติเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับนักการเมืองหน้าใหม่ของเพื่อไทยอีกหลายคน ที่จะไปเปิดตัวพร้อมกัน วันที่ 7 พ.ย.นี้ รวมถึง เดียร์ ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย-ลูกเสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล  ที่มีข่าวว่าก่อนหน้านี้ก็เคยถูกพรรคอนาคตใหม่ทาบทามให้ไปอยู่ด้วย

      โดยในส่วนของตำแหน่ง หัวหน้าพรรค เดิมที แกนนำพรรคเพื่อไทยสายทักษิณ ที่ทำดีลตั้งพรรคไทยรักษาชาติโดยตรง ได้ทาบทาม ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตประธานบอร์ด บริษัท ปตท. สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร-อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย-อดีตผู้แทนการค้าไทยในยุครัฐบาลไทยรักไทย-หลานเขย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มาเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมกับขอคำตอบภายในไม่เกินจันทร์ที่ 5 พ.ย. แต่สุดท้ายจนถึงช่วงสายของวันที่ 5 พ.ย. ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ออกมา

      ท่ามกลางกระแสข่าวที่ยังไม่นิ่งว่า สุดท้ายไทยรักษาชาติอาจต้องสร้างยุทธศาสตร์ใหม่ เอาคนรุ่นใหม่ดันขึ้นมาเป็นแกนนำพรรค ที่มีข่าวว่ามีการทาบ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น บุตรชาย เสริมศักดิ์ อดีต รมช.มหาดไทย-ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ให้มาเป็นแกนนำพรรค เพื่อสร้างภาพลักษณ์พรรคการเมืองรุ่นใหม่ แต่จะถึงขั้นถูกดันให้เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ ก็ต้องรอติดตาม เพราะข่าวบางกระแสก็อ้างว่า สายพี่น้องตระกูล ชินวัตรในเพื่อไทย ก็ต้องการดัน ฤภพ ชินวัตร บุตรชาย พายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณ ให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค

      ซึ่งแนวคิดการเมืองของคนเพื่อไทยในเรื่องสร้างพรรคพันธมิตรนั้น มีการออกมายอมรับของ ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานภาคอีสานและหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ที่วิเคราะห์กรณีที่มีการมองกันว่า เพื่อไทยอาจไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ว่าเรื่องนี้คนในพรรคมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน บางคนก็บอกว่าหากเพื่อไทยเราทุ่มเทแล้วอยู่กันเป็นหนึ่งเดียว จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เราก็จะได้มาเอง แต่บางคนก็บอกว่า เมื่อ รธน.บีบบังคับให้เราต้องคิดอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ต้องแยกกันเพราะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว มันบีบบังคับให้พรรคใหญ่ต้องเล็กลง เมื่อกฎหมายบีบให้เราทำ ก็มีความคิดของอีกกลุ่มที่เป็นกลุ่มที่สอง บอกว่า เมื่อมีพรรค ก. เป็นพรรคเขตเลือกตั้ง พรรค ข. อาจจะเป็นพรรคบัญชีรายชื่อ

       “การบริหารจัดการในเรื่องนี้เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน ความประณีตที่ต้องทำกันจริงๆ หากบริหารจัดการในเรื่องนี้ไม่ดีพอ ก็จะเกิดการสูญเปล่าเช่นกัน”ประยุทธ์ ประธานภาคอีสานเพื่อไทย บอกเล่าความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในเพื่อไทย

      การเปิดตัวคีย์แมนพรรคไทยรักษาชาติ 7 พ.ย.นี้ จึงแสดงให้เห็นถึงการแตกทัพของเพื่อไทย บนเป้าหมายเป็นพรรคเครือข่าย พรรคพันธมิตร ที่แยกกันเดิน แล้วมาจับมือกันหลังเลือกตั้งนั่นเอง.


ถ้ามีการจัดอันดับ "ข่าวน่ารังเกียจแห่งปี"ผมโหวตให้ ข่าว............"นายกสภามหาวิทยาลัย, กรรมการสภามหาวิทยาลัย"  ที่พยายามทำตัว "เหนือการตรวจสอบ" ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ครองอันดับ ๑!

จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?