'กรุงศรีวิไล' ปาดน้ำตาอำลา 'ภูมิใจไทย' ซบ 'พลังประชารัฐ'


   

9 พ.ย.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต. ว่า   นายกรุง ศรีวิไล  หรือ กรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ปัจจุบันสังกัดพรรคภูมิใจไทย  ได้เข้ายื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย  โดยให้เหตุผลว่าตนไม่สามารถทำงานให้พรรคภูมิใจไทยได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งไม่สามารถทำตามกฎระเบียบของพรรค  คือการช่วยหาสมาชิกพรรคได้ จึงตัดสินใจที่จะลาออกจากพรรค เพราะละอายใจที่ไม่สามารถช่วยงานพรรคได้  ซึ่งการลาออกครั้งนี้เป็นการจากันด้วยดี เพราะทางพรรคเองก็คัดค้าน อยากให้อยู่ต่อ แต่ตนตัดสินใจแล้วว่าจะออกจากพรรค เพื่อทำงานให้จังหวัดสมุทรปราการได้อย่างเต็มที่  ยอมรับว่าที่ผ่านมาน้อยใจ  ซึ่งได้ยินว่าพรรคคาดหวังกับ ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพียง 1 ที่นั่ง ทั้งที่ทั้งจังหวัดมี ส.ส.ได้ถึง 7 คน ประเด็นนี้จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจลาออกจากพรรค โดยหลังจากนี้จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 19-20 พฤศจิกายนนี้ ตามที่มีผู้ใหญ่ของพรรคมาทาบทามไปร่วมงานด้วย โดยยืนยันว่าไม่มีเรื่องเงิน และเรื่องดูดมาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของศักดิ์ลูกผู้ชาย ที่อยากจะทำงานการเมืองรับใช้ประชาชน  เพราะจังหวัดสมุทรปราการยังต้องได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะเรื่องปากท้องของประชาชน  เมื่อพรรคพลังประชารัฐจะได้ลง ส.ส.สมุทรปราการตนจึงต้องมา 

“ที่ผมไม่ได้ทำงานให้พรรคเต็มที่ผู้ใหญ่ก็เข้าใจและให้อภัย เพราะที่ผ่านมาผมก็เป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน เชื่อว่าพรรคอยากให้อยู่ต่อ โดยไม่ต้องหาสมาชิกก็ได้  แต่วันนี้ที่มายื่นใบลาออกก็มีคนโทรมายับยั้ง  แต่ผมตัดสินใจแล้ว  จึงมายื่นที่ กกต. เพราไปที่พรรค ก็ไม่มีคนรับเรื่อง  มีแต่คนคัดค้าน เพื่อจะให้อยู่กับพรรคต่อ  การจากกันครั้งนี้ไม่มีปัญหาอะไร และเชื่อว่าเมื่อผมร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ก็จะมีมีปัญหาเช่นกัน”   นายกรุงศรีวิไล   กล่าว  

 นายกรุงศรีวิไล  ยังกล่าวด้วยการเลือกตั้งนี้อยากจะวัดกันให้รู้ เพราะเชื่อว่าประชาชนไม่โง่แล้ว ทุกพรรคการเมืองมีนโยบายดีๆ เหมือนกันหมด แตกต่างคือตัวผู้สมัคร  ส.ส. ประชาชนเลือกที่ตัวคนไม่ใช่พรรค  เราดูว่าผู้สมัครทำงานใกล้ชิดหรือไม่ ไม่ได้ดูว่ามาเดินลอยชาย  ครั้งนี้จะเป็นการวัดศักดิ์ศรี เพราะหากหมดการเลือกตั้งครั้งนี้ จะวางมือเพราะอายุ 72 แล้ว  
นายกรุงศรีวิไล   ยังกล่าวว่าการลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและ นายเนวิน ชิดชอบ  ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของพรรคยังไม่ทราบ  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดการให้สัมภาษณ์ของนายกรุงศีวิไลในครั้งนี้  มีน้ำเสียงสั่นเครือ และปาดน้ำตาตลอดเวลา แสดงออกถึงความอัดอั้น และน้อยใจ


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย