พรรคอะไหล่แม้วป่วน ทักษิณบินเข้าสิงคโปร์ เคลียร์เขตสมุนลงส.ส.


เพิ่มเพื่อน    

    “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” บินด่วนมาสิงคโปร์ เตรียมจัดทัพยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน เคาะใครควรอยู่ “พท.-ทษช.-พธ.-พ.พ.ช.” ก่อแก้วเผยคนเสื้อแดงในเพื่อไทยรอตัดสินใจกำหนดทิศทาง รับอยู่ที่เดิมสบายใจแต่โอกาสชวด ส.ส.สูง 13 พ.ย. "คนไม่มีผม-ลูกเสธ.แดง" ซบ ทษช. “ปชป.” เปิดตัวคนรุ่นใหม่ มาร์คดันรุ่นเก่าประกบให้เป็นบัดดี้ ยันไม่มีกรณีกลุ่ม 10 มกราแน่ “พปชร.” รับสมาชิกคึกคัก โอ่ 18 พ.ย.จะมีก๊วนใหญ่มาอีก “อุตตม” ยังกั๊กชื่อ “ประยุทธ์” ระบุจะมีเซอร์ไพรส์หรือไม่ต้องรอติดตาม
    เมื่อวันอังคาร พรรคการเมืองต่างๆ ยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัวและการย้ายสังกัดที่คึกคักอย่างยิ่ง โดยที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม สมาชิก ปชป.หลานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค นำทีมเปิดตัวคนรุ่นใหม่ในชื่อ 'New Dem ก้าวนอกกรอบ’ โดยภายในงานมีคณะผู้บริหารพรรคร่วมงานอย่างคึกคัก 
    โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า New Dem ไม่ต้องการนิยามว่ากรอบเดิมผิดหรือถูก แต่อยากชวนให้ทุกคนตั้งคำถามกับแนวคิดค่านิยมเดิมๆ ที่ทำมาจนคุ้นเคย โดยต้องการให้ New Dem เป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่ทั้งในและนอกพรรค ซึ่งเชื่อว่าปัญหาบ้านเมืองและปากท้องของประชาชนต้องการคนรุ่นใหม่มาช่วยคิดหาคำตอบ เพราะหลายเรื่องคนรุ่นใหม่อาจเชี่ยวชาญหรือสนใจมากกว่า เช่น เทคโนโลยี หรือความหลากหลายในสังคม 
“New Dem ไม่ใช่แค่ยุทธศาสตร์หาเสียงของพรรค แต่จะเป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์มีความใหม่และทันยุคสมัยตลอดเวลา และจะนำเสนอแนวความคิดจากคนรุ่นใหม่ให้พรรคเพื่อทำเป็นนโยบายต่อไป แม้หลายคนไม่คิดว่าพรรคที่เก่าแก่ที่สุดจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ขอให้ทุกคนรอดูการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง” นายพริษฐ์กล่าว และว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ของ ปชป.แตกต่างจากคนรุ่นใหม่ของพรรคอื่น คือไม่จำเป็นต้องเป็นลูกหลานของนักการเมือง หรือสืบทอดอำนาจ และคนรุ่นของพรรคพร้อมจะรับฟังและทำงานกับคนทุกรุ่น ซึ่งกลุ่มต้องการทำการเมืองที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่ความขัดแย้ง 
    จากนั้นในงานเปิดตัวคนรุ่นใหม่ 20 คน ในทีม New Dem และแนวคิดที่ต้องการให้พรรครับไปเป็นนโยบายเพื่อขับเคลื่อน โดยนายพริษฐ์เสนอแนวคิดยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และเปลี่ยนเป็นการเกณฑ์แบบสมัครใจ 100% นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัลย์ หรือหมอเอ้ก เสนอการเปิดการค้ากัญชาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด นายสุรบถ หลีกภัย หรือปลื้ม ชูแนวคิดการผลักดันอีสปอร์ต  
    นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดอื่นๆ ของคนรุ่นใหม่ที่เสนอ อาทิ การลดการใช้ถุงพลาสติกด้วยการคิดราคาถุง และโครงการคืนขวด, E-Government ใช้เทคโนโลยีจองคิวการให้บริการของรัฐ, ดึงข้อมูลออนไลน์มาใช้แทนเอกสารสำคัญ แนวคิดส่งเสริมคราฟต์เบียร์ หรือสุราพื้นบ้าน และเพิ่มหลักสูตรกฎหมายในชั้นมัธยมศึกษา เป็นต้น
ส.ส.เก่าบัดดี้คนรุ่นใหม่
    ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในที่ส่วนร่วม   เมื่อก่อนก็เคยเป็นแบบนี้ เมื่อผ่านมาหลายปีได้ทำหลายสิ่ง และยังไม่ได้ทำอีกหลายสิ่ง แต่พรรคก็เปิดโอกาสให้ วันนี้พรรคก็เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ แนวความคิดต่างๆ จะทำได้-ทำไม่ได้ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องนำมาพูดคุยกัน ซึ่งความคิดที่หลากหลายและแตกต่างเหล่านี้จะถูกผสมผสานเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป โดยการทำงานหลังจากนี้จะเป็นการจับคู่บัดดี้ระหว่างคนรุ่นใหม่และอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อสอนงาน หรือแลกเปลี่ยนแนวความคิดซึ่งกันและกัน ส่วนประชาชนที่สนใจอยากเป็นสมาชิกของกลุ่มก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางแฟนเพจ New Dem
    นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อดีต ส.ส.ภาคตะวันออกลาออกจากพรรคว่า บางคนที่มาลาออก เราพอทราบอยู่แล้ว ซึ่งเคารพการตัดสินใจ โดยพรรคได้เตรียมความพร้อม เมื่อมีคนออกก็ต้องมีคนเข้า และผู้สมัครในภาคตะวันออกที่จะมาลงสมัครแทนก็มั่นใจว่ามีคุณภาพ
    “เป็นเรื่องปกติที่มีคนย้ายพรรคในช่วงมีการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือเรามั่นใจว่ามีบุคคลที่มีความพร้อมรับใช้ประชาชนได้ ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่ทำงานมาก่อน และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ยังไม่เห็นมีใครหนักใจว่าจะหาผู้สมัครที่มีคุณภาพไม่ได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
    นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ที่ไม่ได้เป็น กก.บห.พรรคชุดใหม่ ว่าเขายืนยันที่จะช่วยเหลือพรรค เพราะเราเพิ่งเริ่มต้น เชื่อว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยพรรคได้ เพราะเราเปิดโอกาสอยู่แล้ว ปชป.เป็นพรรคที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งเขายืนยันว่าจะอยู่ร่วมช่วยพรรค จึงคิดว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบกลุ่ม 10 มกราเกิดขึ้น    นายธนา ชีรวินิจ โฆษก ปชป. แถลงผลการประชุมกรรมการบริหารพรรคนัดแรกว่า ที่ประชุมมีมติให้อดีต ส.ส.ของพรรคไปพบสมาชิก 2.5 ล้านคนที่ถูกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2561 กำหนดให้ต้องยืนยันความเป็นสมาชิกจนทำให้ขาดสมาชิกภาพไป เพื่อเชิญชวนให้กลับมาเป็นสมาชิกพรรคอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง เนื่องจากในการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ที่ผ่านมา พบว่าสมาชิกมีความตื่นตัวสูงมาก นอกจากนี้จะจัดตั้งสาขาพรรคให้ครบสี่ภาค
    นายธนากล่าวอีกว่า นายอภิสิทธิ์ยังได้มอบหมายงานให้ 8 รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ โดยให้นายกรณ์ จาติกวณิช รับผิดชอบงานนโยบายทั้งหมด, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ดูแลเรื่องการเมือง,  นายอลงกรณ์ พลบุตร ดูแลบางพื้นที่และยุทธศาสตร์กับการปฏิรูปพรรค, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ดูแลสาขาและประสานงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), นายนิพนธ์ บุญญามณี ดูแลสมาชิกพรรคและท้องถิ่น, นายอัศวิน วิภูศิริ ดูแลภาคเหนือ ประสานกับนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าภาคเหนือ และนายอิสสระ สมชัย ร่วมดูแลพื้นที่ภาคอีสานกับนายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าภาคอีสาน
    สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น โดยเฉพาะในซีกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นั้น นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท. กล่าวถึงความชัดเจนเรื่องท่าทีทางการเมืองของกลุ่ม นปช.ในพรรคว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 12 พ.ย. ได้มีการหารือร่วมกันของคนในซีก นปช. เช่น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เกี่ยวกับอนาคตของทางกลุ่ม แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และยังไม่ได้ตัดสินใจ อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อดี-ข้อเสีย เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญกับเรื่องปาร์ตี้ลิสต์ก็มีปัญหาอยู่ 
นปช.รอตัดสินใจย้าย!
    “ที่ผ่านมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาตลอด ก็สบายใจดี ไม่มีปัญหา เป็นพรรคที่ทำงานด้วยกันมานาน ราบรื่น แต่ถ้าย้ายไปที่พรรคอื่น อาจได้มีโอกาสได้เป็ น ส.ส.ง่ายขึ้น ตอนนี้จึงอยู่ระหว่างตัดสินใจ ที่ทั้งหมดจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์นี้ บนหลักว่าการต่อสู้ต่อไปยังไงต้องอยู่บนหลักประชาธิปไตย ต้องดำเนินการทุกทางเพื่อไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ก็ต้องเน้นวิถีทางรัฐสภาเป็นหลัก ที่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะกำลังประเมินภาพรวมอยู่” นายก่อแก้วกล่าว และว่า ของเวลาตัดสินใจ 3-4 วัน หากอยู่ด้วยกันก็อยู่ด้วยกัน ถ้าไปก็ไปด้วยกัน เพราะสู้การเมืองด้วยกันมา
    เมื่อถามว่า หากออกจากพรรคเพื่อไทยจะไปพรรคเพื่อธรรม (พธ.) หรือพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายก่อแก้วกล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องดูก่อนว่าจะออกหรือไม่ออก แต่หากออกก็มีสามปัจจัยคือหนึ่ง พรรคที่ไปอยู่ด้วย ต้องเป็นพรรคเป็นพรรคแนวทางประชาธิปไตย สอง ต้องมีจุดขายการเมืองที่ทำให้สังคมเชื่อมั่น และสาม พรรคดังกล่าวต้องทำงานกับพรรคเพื่อไทยได้ คือถ้าเป็นประชาธิปไตยก็ต้องประชาธิปไตยด้วยกัน ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่ไปหนุนเผด็จการ แต่ก็ไม่แน่ สุดท้ายอาจอยู่พรรคเพื่อไทยแบบเดิมก็ได้
    มีรายงานว่า กลุ่มอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยสาย นปช.ได้หารือกันทางการเมืองถึงเรื่องอนาคตของกลุ่ม เพราะพบว่าหลายคนส่วนใหญ่ตอนเลือกตั้งปี 2554 ที่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ว่าจะเป็นนายณัฐวุฒิ, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท, นายชินวัฒน์ หาบุญพาด, นพ.เหวง โตจิราการ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายธนิก มาศรีพิทักษ์ และนายก่อแก้วก็ไม่ได้อยู่ใน 20 อันดับแรก และครั้งนี้หากยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป แล้วพรรคจัดอันดับที่ไม่ได้อยู่ในอันดับต้นๆ ให้ก็มีโอกาสสูงจะไม่ได้กลับมาเป็น ส.ส. ทำให้หลายคนหาทางออก เช่น นายธนิก แกนนำ นปช.ขอนแก่น ก็ขอพรรคลงสมัคร ส.ส.เขตจังหวัดขอนแก่น รวมถึงนายพายัพที่จะกลับมาลง ส.ส.เขตสิงห์บุรี แต่พรรคก็ยังไม่มีคำตอบให้ โดยต้องรอหลังวันที่ 26 พ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ต้องสังกัดพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน หากมีการเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562
    ส่วนพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นั้น ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ จะเปิดตัวสมาชิกใหม่ที่เข้าร่วมพรรค ประกอบด้วย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมช.มหาดไทย บิดา ร.ท.ปรีชาพล หัวหน้าพรรค ทษช., น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ที่ใกล้ชิดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายนิติ เนื่องจำนงค์ อ.นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกจากนี้ยังมีแกนนำพรรค พท.หลายคนอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเข้าร่วม ทษช.หรือไม่
    นายพิชัยกล่าวว่า ในวันที่ 14 พ.ย. จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค ทษช. เพราะต้องการเข้าไปช่วยขับเคลื่อนทำงานด้านเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เนื่องจากพรรค ทษช.เป็นพรรคใหม่ เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ได้ไม่ยาก ไม่ติดกรอบความคิดเดิมๆ โดยจะมุ่งเน้นมองประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ลดการใส่ร้าย เพราะสิ่งเหล่านั้นมันถ่วงความเจริญ 
ขณะที่ น.ส.ขัตติยากล่าวว่า การตัดสินใจร่วมพรรค ทษช. ถือเป็นเรื่องยาก เนื่องจากอยู่กับพรรคเพื่อไทยมานาน ได้รับโอกาสเข้าสู่การเมืองจากพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อมีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้น และมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน อีกทั้งเห็นว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ และแนวทางพรรคที่ต้องการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศตรงกันความต้องการ จึงตัดสินใจเข้าร่วม
“แม้ว-ปู”บินมาจัดทัพ
    มีรายงานแจ้งอีกว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ จะเดินทางมาที่ประเทศสิงคโปร์ โดยคาดว่าจะมีแกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจจะย้ายไปร่วมงานกับ ทษช.หรือไม่เดินทางไปหารือเพื่อให้ได้ความชัดเจน เนื่องจากสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่ายกำลังคิดหนักอยู่ตอนนี้ คือการเกลี่ยผู้สมัคร ส.ส.ของทั้งพรรคเพื่อไทยและเครือข่ายว่าใครควรอยู่พรรคไหน ลงสมัคร ส.ส.แบบไหน เพื่อให้ได้เก้าอี้ ส.ส.มากที่สุด รวมถึงคาดว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยที่ยังจัดเขตเลือกตั้งไม่ลงตัวจะเดินทางไปหารือครั้งนี้ด้วย
    วันเดียวกัน ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาคาปานศรี ได้เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคเป็นวันแรก  ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. ผู้นำองค์กร ประชาชนทยอยเข้าสมัครเป็นสมาชิก โดยมีแกนนำพรรคทั้งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค รวมถึงนายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้อำนวยการพรรค และแกนนำพรรค ให้การต้อนรับ จากนั้นทั้ง 3 คนได้ประเดิมสมัครเป็นสมาชิกเป็น 3 คนแรก แต่ระบบคอมพิวเตอร์เกิดความล่าช้าเล็กน้อย จากนั้นทั้ง 3 คนได้แสดงใบสมัครสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพต่อหน้าสื่อมวลชน 
     ขณะที่ผู้ที่มาสมัครสมาชิกที่น่าสนใจ อาทิ นายวีระกร คำประกอบ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ  สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, นายยุทธนา โพธสุธน หลานชายนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.), นายทศพล เพ็งส้ม อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรค ปชป.และภริยา, นางภัทธมน เพ็งส้ม รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองพิมลราช จ.นนทบุรี, นายณพงศ์ นพเกตุ ผู้อำนวยการนิด้าโพล, นายธวัชชัย สัจจกุล หรือบิ๊กหอย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย (ทรท.), นายเชษฐวุฒิ วัชรคุณ หรือบ๊วย นักแสดงและพิธีกร รวมถึงกลุ่มนักร้องนักดนตรีผู้พิการทางสายตาวงเอส 2 เอส นำโดยนายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย 
    นายธวัชชัยกล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจมาสมัครสมาชิกนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นนักการเมือง เมื่อปี่กลองการเมืองดังขึ้นก็มีอารมณ์ร่วม เนื่องจากชอบการแข่งขัน เมื่อมาวิเคราะห์ดูแล้วก็ต้องมีค่าย เมื่ออยากชกก็ต้องหาพรรค ซึ่งพิจารณาดูแล้ว พปชร.เป็นพรรคเดียวที่เชื่อถือได้ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ใครจะชอบหรือไม่ชอบเป็นเรื่องของเขา แต่เชื่อว่าพรรคนี้เป็นพรรคที่ดีที่จะช่วยประเทศ เพราะมีผู้นำเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยต้องการลง ส.ส.เขต ในนามพรรค
“ไม่รังเกียจ คสช. กลับดีใจที่ คสช.ยึดอำนาจ หากไม่ยึดในวันนั้น ประเทศไทยอาจมีสงครามกลางเมืองเหมือนประเทศอื่นไปแล้ว ทั้งนี้ อยากให้ คสช.ยึดอำนาจตั้งแต่ก่อนพฤษภาคม 2557 แล้วด้วยซ้ำ” นายธวัชชัยกล่าวตอบกรณีที่ถามว่าไม่กลัวถูกมองว่าพรรค พปชร.เป็นพรรคสืบทอดอำนาจ คสช. 
    นายเชษฐวุฒิกล่าวว่า สนใจด้านการเมืองอยู่แล้ว หลังจากที่ได้ศึกษาการลงพื้นที่ของพรรค และได้พูดคุยกับทีมงานของพรรค ทำให้เห็นว่าไม่มีตัวแทนภาคสื่อมวลชน จึงมองว่าถ้าความสามารถและประสบการณ์ที่มีอยู่เป็นประโยชน์ ก็ยินดีมาช่วยงานพรรค ส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพราะชื่นชอบนโยบายที่เอาใจใส่ประชาชน รวมถึงวิธีการทำงานที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนหอคอยงาช้าง และมโนขึ้นมาว่าประชาชนต้องการอะไร โดยได้สืบไปถึงเบื้องหลังที่มีการอบรมประชาชนเพื่อได้รู้ความต้องการจริงๆ เป็นการทำงานร่วมกับประชาชนที่เกิดโครงการขึ้นมา 
“ผมอยากมาช่วยงานด้านสื่อมวลชน ส่วนจะได้รับมอบหมายทำงานในทีมโฆษกพรรคหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต ส่วนที่ถามว่ากังวลหรือไม่ที่เราเป็นดาราแล้วมาสนใจการเมือง ก็ต้องบอกว่าเมื่อตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ก็จะทำให้ถูกมองว่าเลือกข้าง จะทำให้การทำงานลำบาก ยอมรับว่ากลัว แต่คิดว่าถ้าเราไม่ชัดเจนก็เท่ากับไม่ได้ทำอะไร” นายเชษฐวุฒิกล่าว 
ยังกั๊กเชิญ"ประยุทธ์"
    ด้านนายอุตตมกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่พรรคได้รับความเชื่อมั่นและได้รับกำลังใจ โดยจากนี้จะมีเปิดรับสมัครสมาชิกต่อไป โดยพรรคยังยึดมั่นในการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.2562 มีการเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะคิดว่าควรต้องเสนอชื่อใครบ้างเป็นนายกฯ ส่วนจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.นั้น ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เชิญ เมื่อถึงเวลาพรรคก็พิจารณาคนที่เหมาะสม ส่วนจะมีเซอร์ไพรส์หรือไม่ก็ต้องรอดู ทั้งนี้ เคยพูดแล้วว่าในช่วงเปลี่ยนผ่าน พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมนำพาประเทศ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องอยู่ที่สมาชิกพรรคว่าจะเห็นอย่างไร ขณะนี้พรรคดำเนินการเต็มที่ แล้วหวังจะได้ ส.ส.จำนวนมากแน่นอน แต่จะได้เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน 
    “ที่มีผลโพลเปิดเผยว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่ายจะได้ ส.ส.กว่า 290 คนนั้น ไม่ได้กังวลอะไร หน้าที่ของเราต้องทำงานเต็มที่ โดยเสนอนโยบายพรรคเพื่อทำงานให้ประชาชน เรามีความมั่นใจในส่วนของเรา ส่วนช่วงเวลาที่ 4 รัฐมนตรีจะลาออกนั้น ขอให้รอดู คำตอบยังเป็นเช่นเดิม ว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะลาออก โดยในวันที่ 18 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมพรรคใหญ่พรรค จะมีกลุ่มที่สนใจทำงานการเมืองกับพรรคกลุ่มใหญ่มาเป็นสมาชิกพรรค ส่วนจะมีกลุ่มสามมิตรหรือไม่ ขอให้รอดู” นายอุตตมกล่าว
    เมื่อถามว่า พรรคตั้งเป้าจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่ง นายอุตตมกล่าวว่า ไม่ตั้งเป้า แต่จะทำอย่างเต็มที่ เรามีความมั่นใจว่าจะได้รับการต้อนรับที่ดี แต่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร นอกจากนี้เรายังจะส่ง ส.ส.ครบทุกเขต แต่ไม่ได้โฟกัสพื้นที่ใดเป็นพิเศษ เราให้ความสนใจทั้งประเทศ 
    ส่วนนายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคไม่มีกลยุทธ์ใดในการหาสมาชิก ใครที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ก็สามารถสมัครเข้ามาได้ ส่วนกระแสข่าวที่อดีต ส.ส.จากพรรคต่างๆ จะทยอยเข้าพรรคนั้น ขอให้รอดู เพราะจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 18 พ.ย. จะมีแนวร่วมชุดใหญ่เข้าทำมาร่วมทำงานการเมืองกับพรรค 
    ด้านพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ชทพ. กล่าวว่า น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค มีมติแต่งตั้งนายยุทธพล อังกินันทน์, นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ และ น.ส.ทัศลักษณ์ ปัตตาพงศ์ภัช เป็นโฆษกพรรค เพื่อทำหน้าที่สื่อสารและชี้แจงข่าวสารของพรรค และพรรคเตรียมจัดตั้งและเปิดตัวสาขาพรรค 2 แห่ง ได้แก่ สาขาพรรคภาคกลางที่ จ.สุพรรณบุรี ในวันที่ 30 พ.ย. และสาขาภาคเหนือ ที่ จ.เพชรบูรณ์ ช่วงต้นเดือน ธ.ค. 
    วันเดียวกัน ที่สถานีรถไฟใต้ดิน MRT สีลม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมด้วยนายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรคที่จะลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อร่วมทำกิจกรรม “กรุงเทพขยับ” ครั้งที่ 3 โดยได้พบปะพูดคุยกับประชาชน ในขณะที่ทีมงานได้เดินแจกแผ่นพับพิมพ์คิวอาร์โค้ดเชิญชวนสมัครสมาชิก พร้อมทั้งชูป้ายประชาสัมพันธ์วิสัยทัศน์ไทยสองเท่า เท่าเทียมกันเท่าทันโลกด้วย 
     ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการตอบรับจากประชาชนหลายสาขาวิชาชีพ รวมถึงร้านค้าริมทางเท้า ร้านอาหาร และประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาเป็นอย่างดี พร้อมเข้ามาทักทายถ่ายภาพร่วมกับนายธนาธรและแกนนำพรรคตลอดเส้นทางที่บริเวณแยกนนทรีย์ โดยช่วงหนึ่งนายธนาธรได้หยุดซื้อลอตเตอรี่ด้วย.


นี่น่ะเรอะ "รุ่นใหม่" ของธนาธร? ที่ใช้ออกหน้า "เปิดประตูบานแรก" ล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามที่ประกาศวันก่อนน่ะ สถุล "ต่ำสัตว์" อย่างนี้ มันจะไหวหรือ?

ยุทธศาสตร์ชาติ 'มิติกองทัพ'
'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'