กรรมของเกษตรกร


เพิ่มเพื่อน    

    เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ
    ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ
    แต่...ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน  
    ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ 
    มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน 
    และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล 
    การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช. ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง 
    หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ 
    ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว 
    แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร
    ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ 
    ๑.ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖.๒%)
    ๒.อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐.๗%)
    ๓.โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖.๗%)
    ๔.มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖.๖%)
    ๕.เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖.๐%)
    การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้  ๒ มิตินั่นคือ...
    ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย 
    ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง 
    ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑  ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท 
    ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง 
    ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑.๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่
    ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔.๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ 
    เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า
    แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น "ดีมานด์-ซัพพลาย" มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว 
    การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก
    ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร 
    ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก
    แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า 
    แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่
    ตอบได้คำเดียวว่า "ยากมาก"
    ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข 
    อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู
    ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ "ลุงตู่" หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ 
    ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก 
    ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย
    พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ
    ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้น. 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.