เลือดใหม่'เสรีรวมไทย'ชูคุณธรรม มองกระแส'นิว-เจน'โคตรการเมือง


   

       หากเอ่ยถึง “พรรคเสรีรวมไทย” ในสนามการเมือง การรับรู้ของคนส่วนใหญ่จะจำได้แค่ชื่อของ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรค ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเขากล้าวิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และฝ่ายการเมืองพันธมิตรของ คสช.อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ทำให้ยอดวิวในยูทูบรายการ “เสียงเสรี” มากถึง 137 ล้านวิว

       น้อยคนนักที่จะรู้ว่า “ทีมงาน” ที่จะลงสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นมีใครบ้าง จนเมื่อมีการเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา พบว่าหลายคนเป็นนักการเมืองหน้าเก่าที่ไหลมาจากพรรคการเมืองใหญ่ แต่หลายคนก็เป็น “คนรุ่นใหม่” โปรไฟล์ดี ไม่น้อยหน้า “คนรุ่นใหม่” ในพรรคการเมืองใหญ่ที่กำลังเข็นออกมานำเสนอเป็นจุดขายกันหน้าสื่อ

     “โป้ง” เบญจรงค์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้จะลงสนามการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในเขตบางกะปิ สู้กับ “สายแข็ง”ในพื้นที่เดิมมี “ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน” จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเจ้าของเก้าอี้ ในขณะที่พรรคเพื่อไทยจะส่ง ‘ปุ๊น-ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส’ คนรุ่นใหม่ของพรรคลงสนาม

       “เบญจรงค์” จบการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท-และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยศึกษางานการเมืองมาบ้างหลังจากจบเป็นบัณฑิต นั่งเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร ยุคที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก) และมาเป็นคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก) ปัจจุบันทำธุรกิจน้ำดื่ม

       เขาเล่าว่า เป็นคนที่ชอบการเมืองอยู่แล้ว เพราะเรียนจบมาทางนี้ ครอบครัวก็อยู่ในสายการเมืองมาตลอด โดยบิดาของตนคือ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง เกษียณแล้วมาเป็น ผช.รมต.มหาดไทย ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ มีสถานะเป็น "ปู่" ก็เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาหลายสมัย แต่ในครอบครัวก็เปิดกว้างให้ตนเลือกว่าจะไปอยู่พรรคการเมืองไหน ไม่ต้องไปอยู่ที่พรรคที่พ่อ-แม่อยู่ ถือว่าปล่อยเสรีให้ลูกๆ คิด ซึ่งบิดาและพี่ชายก็ยังอยู่พรรคเพื่อไทย

       “ผมมองว่าพรรคอื่นอาจไม่ใช่คนรุ่นใหม่จริงๆ เช่น ที่เพิ่งเปิดตัวไปเร็วๆ นี้เป็นลูกหลานของนักการเมืองในพรรคนั้น ไม่ใช่นิวเจนแท้ มีคุณพ่อ-คุณแม่อยู่เบื้องหลัง ทุกคนรู้ว่าพรรคอื่นเป็นนิวเจนจริงหรือไม่ ประชาธิปัตย์เป็นลูกหลานนักการเมืองในพรรคกระบวนการมันก็จะเดิมๆ คิดเหมือนคนในพรรค ไทยรักษาชาติ ถือว่ายกโคตรมาเลย รุ่นลูกมาหมด ทั้งลูกยงยุทธ ติยะไพรัช-เสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ โดยมีปรีชาพล พงษ์พาณิชย์ เป็นหัวหน้าพรรค และเอาสมาชิกพรรคอย่าง วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี มาเดินตามเด็ก พรรคเครือข่าย 5 พรรค ต้องรอคำสั่งจากคนเดียว ประชาชนเขาก็รู้นะว่ายังไง”

       เขามองว่า พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ หัวหน้าพรรค  เป็นคนที่มีคุณธรรม ซึ่งบ้านเมืองเราต้องแก้ที่คุณธรรม นโยบายทุกพรรคการเมืองดีหมด แต่ทำไปไม่ถึงเป้าหมาย เพราะโกงบ้าง อะไรบ้าง เพราะคำว่าไม่มีคุณธรรม เมื่อตัวหัวหน้าพรรคมีคุณธรรม นโยบายก็ขับเคลื่อนไปได้ ในทางกลับกัน ถ้าเป้าหมายคุณจะดีแค่ไหน แต่มีการโกงและไม่มีคุณธรรม มันก็ไปไม่ถึง ดังนั้นจุดแข็งของพรรค นอกจากนโยบายพรรคทั้ง 6 ข้อแล้วคือเรื่องคุณธรรมและความโปร่งใส

     “เห็นพรรคพรรคการเมืองอื่นไหม อย่างที่เห็น นโยบายข้าวไปไม่ถึงเป้าหมายเพราะอะไร ก็เกิดจากการโกง การทุจริตก่อน ชาวบ้านก็สงสัยว่าไม่โปร่งใส ทุกอย่างก็ไปไม่รอด”

       เบญจรงค์กล่าวว่า พรรคเสรีรวมไทยไม่ใช่พรรคกระแสรอง ไม่ใช่พรรคอะไหล่ หรือนอมินีของพรรคเพื่อไทย เพราะถ้ามองจริงๆ เป็นพรรคที่ชัดเจนเรื่องประชาธิปไตย มีอุดมการณ์ที่ชัดเจน ซึ่งหัวหน้าพรรคค่อนข้างไม่พอใจถ้าใครมาพูดอย่างนี้ ดังนั้นฝั่งไหนที่เป็นประชาธิปไตยก็พอจะทำงานร่วมกันได้

     “ผมยังมองว่าพรรคเสรีรวมไทยเป็นพรรคอันดับต้นๆ ที่น่าจับตา เพราะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และเราเป็นเลือดใหม่จริงๆ มีวิสัยทัศน์ เป็นกลุ่มที่ตั้งใจทำการเมืองเพื่อประชาชนจริงๆ แม้ไม่ได้ผ่านการเมืองมาอย่างโชกโชน แต่มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะขับเคลื่อนนโยบายให้พรรค ถ้าให้สังคมให้โอกาสเชื่อว่าเราทำได้ และพรรคนี้ไม่ได้คนเดียวสั่งตูมลงมา จะกำหนดนโยบายก็จะประชุมกัน คนใหม่และคนเก่าหารือกัน ถือว่าเป็นเสรีมาก ไม่ใช่คนเดียว ทุกคนมีบทบาท

       อย่างองค์กรตำรวจอยู่ใกล้ชิดประชาชน ถ้าประชาชนอยากเห็นองค์กรนี้มีโครงสร้างที่เป็นระบบ ไม่ใช่มีรอง ผบ.ตร.อายุน้อยกระโดดข้ามขั้นมา ทุกวันนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัดอายุ 44 ปี ซึ่งไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ ถามว่านี่ไม่ใช่ระบบคุณธรรม เพราะอายุ 44 ปีแต่กระโดดข้ามหัวคนอื่นมา แล้วคนอื่นตั้งใจทำงาน ซึ่งพรรคเสรีรวมไทยมีแนวทางที่จะตอบโจทย์เรื่องนี้

     ถ้าหัวหน้าพรรคเข้าไปเป็นนายกฯ ก็จะเข้าไปแก้ไขเรื่องคุณธรรมในองค์กร เพราะเรื่องความสามารถและอาวุโสต้องควบคู่กันไป แต่ไม่มีวัดได้ว่าคนที่ข้ามหัวคนอื่นมาเป็น จะมีความสามารถมากกว่า นอกจากไปสนิทกับผู้บังคับบัญชา คือถ้ามีเกณฑ์อะไรที่วัดได้ชัดเจน มันก็ตอบโจทย์ได้ ผมถามว่าคนที่เป็นผู้ว่าฯ อายุ 44 ปี มีอะไรโดดเด่นมากกว่าคนที่เขามาตามลำดับขั้นหรือไม่นั้น ซึ่งก็ไม่มี เรื่องแบบนี้ทำให้คนทำงานท้อแท้ เพราะมีคนกลุ่มเดียวขึ้นมาแล้วข้ามหัวคนอื่น ถ้าจะมีความสามารถก็ต้องโดดเด่นจริงๆ ให้คนอื่นยอมรับร่วมกัน แต่ยุคนี้ใครขึ้นมาเร็วเพราะอะไร ไม่มีใครตอบได้"

       เขามองว่า แง่ของการเลือกตั้งเพื่อไทยน่าจะได้ ส.ส.เขตเยอะ เขาจึงแตกพรรคไปเพื่อจะได้ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้น ในขณะที่พื้นที่ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกตั้งครั้งที่แล้ว แต่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งอาจทำงานไม่ได้เต็มกำลัง ชาวบ้านขอความช่วยเหลือไปก็อาจจะได้รับการตอบสนองน้อย เพราะไม่มีงบประมาณ พรรคเสรีรวมไทยมีโอกาสได้ ส่วนพื้นที่ใดคนของเพื่อไทยเป็น ส.ส.อยู่ก็อาจจะแข็งหน่อย ส่วนพรรคเสรีรวมไทยนั้น ต้องยอมรับว่าฐานเสียงของ “กลุ่มเพื่อนเสรี” เป็นฐานเสียงที่แข็งแรง มีลุ้นอยู่บางพื้นที่ และอย่ามองข้าม.


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน