
20 พ.ย. - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านหลายหมู่บ้านในตำบลโคกม้า อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 23 ราย นำหลักฐานสัญญาการกู้เงินเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย ไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ให้ตรวจสอบเอาผิดนางแดง (นามสมมติ) ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย
ชาวบ้านระบุว่า ได้ถูกผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวหลอกยืมเงินรายละตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านบาทรวมเป็นเงิน 10 ล้านบาท เพื่อนำไปร่วมลงทุนโดยจะมีผลตอบแทนให้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาทต่อเดือน ซึ่งช่วงแรกๆก็ได้รับดอกเบี้ยตามที่ผู้ใหญ่บ้านกล่าวอ้างจริง แต่ระยะหลังกลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง เมื่อไปสอบถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงตลอดจนเวลาผ่านไปเกือบ 3 เดือนแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบชัดเจน ล่าสุดผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวได้หายออกจากบ้านไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่าน่าจะถูกหลอก
นางหมื่น (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านที่ถูกหลอกยืมเงินอีกราย บอกว่า ตนเองถูกผู้ใหญ่บ้านยืมเงินไป 1 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินที่เก็บสะสมไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่เมื่อผู้ใหญ่บ้านมาชักชวนถ้านำเงินมาร่วมลงทุนจะให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน จึงหลงเชื่อให้ยืมไปเพราะเห็นว่ามีผลตอบแทนสูง แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ทั้งต้นและดอกเบี้ยมาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว และผู้ใหญ่บ้านก็หายตัวไปติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและอยากให้ผู้ใหญ่บ้านมาพูดคุยไกล่เกลี่ยกันเรื่องเงินที่ยืมไปว่าจะรับผิดชอบคืนเงินอย่างไร ไม่ใช่เงียบหายไปแบบนี้
ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา ชี้แจงไม่ได้หลอกลวงชาวบ้านตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นการยืมเงินไปร่วมลงทุนปล่อยกู้ให้กับผู้ที่เดือดร้อนจำเป็นต้องใช้เงิน ซึ่งชาวบ้านที่ให้ยืมเงินก็รับรู้เพราะได้รับผลประโยชน์ร่วมกันคือจะได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 3 ทั้งแบบรายเดือนและรายสัปดาห์ แต่ระยะหลังเกิดปัญหาเนื่องจากคนที่กู้ยืมเงินไปจ่ายดอกเบี้ยไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้ขาดสภาพคล่องและหมุนเงินไม่ทัน ส่วนที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าตนเองมีเจตนาจะหลบหนีนั้นก็ไม่ความจริง เพียงแต่ตนเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด เพื่อจะหาเงินมาทยอยใช้หนี้คืนให้กับชาวบ้าน ก็ขอความเห็นใจและให้ความเป็นธรรมกับตนเองด้วย
จ.อ.ศักดิ์รินทร์ คูณประโคน ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทน นายอำเภอประโคนชัย ระบุว่า เบื้องต้นได้รับการประสานจากทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กรณีเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว ซึ่งเบื้องต้นทางอำเภอก็ได้นัดชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา มาสอบถามข้อเท็จจริงและพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ว่าการอำเภอประโคนชัย ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ แต่หากไม่สามารถไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ ชาวบ้านผู้เสียหายที่ถูกยืมเงินก็ต้องไปดำเนินการทางกฎหมายตามขั้นตอน เพราะเข้าข่ายคดีแพ่ง
กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนตัวไม่เกี่ยวกับโครงการของรัฐ เพียงแต่ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกร้องเรียนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและอยู่ในการกำกับดูแลของทางอำเภอ ก็ต้องมีการตรวจสอบว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายผิดวินัยหรือไม่อย่างไร
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |