ยุทธศาสตร์เฉพาะหน้า


   

บรรดาผู้ที่มีญาณหยั่งรู้ความในใจของ บิ๊กป้อม...ดูจะเห็นพ้องต้องกัน ว่ายังไงๆ บิ๊กป้อม คงต้องลาออกแน่ๆ สำหรับผู้ที่ปราศจากตบะ บารมี ยังมิอาจบรรลุพระโพธิญาณไม่ว่าขั้นใด ระดับใด อย่าง ท่านขุนน้อย เลยต้อง ร.ด. หรือ รอดู กันไปพลางๆ แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่า ออก-ไม่ออก ในเมื่อรัฐบาลแทบไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ บิตคอยน์ เอาเลยแม้แต่น้อย คะแนนนิยมมันเลยไม่น่าจะพุ่งปรู๊ดๆ ปร๊าดๆ ขึ้นๆ-ลงๆ แบบประเภท คริปโต เคอเรนซี ทั้งหลายอยู่แล้วแน่ๆ...
                                                                ------------------------------------------------
    คือจะไปมอง บิ๊กป้อม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างอันนำมาซึ่งความย่ำแย่ ตกต่ำ ของรัฐบาล...คงไม่น่าจะถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก แถมออกจะเป็นการยัดเยียดความไม่ดีทั้งหลาย ไปให้กับคนเพียงคนเดียว ทั้งๆ ที่องค์ประกอบของความเป็นรัฐบาลนั้น มันประกอบไปด้วยหลายสัด หลายส่วน แถมยังมี ผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว อย่างหัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่หนีไม่พ้นต้องแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้เป็นเบื้องแรก และอย่างที่ บิ๊กป้อม ท่านว่าไว้เองนั่นแหละว่า... ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี 11 จนถึงขณะนี้ผ่านไป 50 ปีแล้ว ยังไม่เคยมีเรื่องอะไรหนักๆ ก็ดูเอาเองแล้วกันว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ หรือสิ่งที่ท่านได้ทำอะไรดีๆ ก็น่าจะมีอยู่เยอะ การจะไป เหมารวม ให้ท่านเป็นที่รวมของความไม่ดีทั้งหลาย มันก็ออกจะ ไม่แควร์ ซักเท่าไหร่...
                                                                           ------------------------------------------------
    และอันที่จริงแล้ว...เรื่องของ นาฬิกา นั้น ต้องถือเป็นเรื่องปลายเหตุ ออกไปทางกระจอกงอกง่อยซะด้วยซ้ำ เพราะก่อนหน้านั้น มันคงต้องมีอะไรต่อมิอะไรที่ค่อยๆสะสมจนกลายมาเป็น เงื่อนไข-เหตุปัจจัย ชนิดไม่รู้จะกี่เรื่อง ต่อกี่เรื่อง การที่ไม่มี บิ๊กป้อม อยู่ในคณะรัฐบาล จึงใช่ว่าจะดลบันดาลให้ คสช.กลับมาพลั่กๆๆ ได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์แบบก็หาไม่ ตรงกันข้าม...เมื่อไหร่ที่ บริษัท ขาด กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไปซะคน การเซ็นเช็ค แลกเช็ค การหมุนเงินให้พอชนต้นเดือน ปลายเดือน อันนี้นี่แหละ...มันอาจติดๆ ขัดๆ ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้...
                                                                  -------------------------------------------------- 
    อย่างที่ อาจารย์แก้ว หรือ แก้วสรร อติโพธิ แฝดมฤตยูผู้พี่ ท่านได้เขียนข้อคิด ความเห็น เป็นบทความ ไว้ใน ไทยโพสต์ ฉบับวันวานที่ผ่านมา มันยังน่าจะมีอะไรมากไปกว่าเรื่อง บิ๊กป้อม อีกเยอะแยะ ที่ทำให้สถานะรัฐบาล คสช.เกิดอาการตกต่ำ รูดมหาราช ลงมาถึงจุดจุดนี้ โดยเฉพาะเรื่องของ แนวคิด หรือเรื่องของ ยุทธศาสตร์ ที่รัฐบาลเองชอบหยิบมาพูดถึงอยู่บ่อยๆ จนทำให้ใครต่อใครตกอก ตกใจ ว่ารัฐบาลคิดจะอยู่ยาวไปเป็น 10 ปี 20 ปีนั่นแล คือถ้าหาก แนวคิด หรือ ยุทธศาสตร์ มันไม่เข้าล็อก เข้าที่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็อาจไหลลงได้ง่ายๆ เหมือนการ ติดกระดุมผิดเม็ด อะไรทำนองนั้น จนทำให้ อาจารย์แก้ว ท่านถึงกับหยิบเอามาบัญญัติศัพท์ แบบไม่เป็นทางการและไม่เป็นวิชาการ ตั้งชื่อย่อให้ใหม่ว่า คสตช. หรือ คณะรักษาความไม่สงบตลอดชาติ เอาเลยถึงขั้นนั้น...
                                                                          -------------------------------------------------
    โดยเฉพาะแนวคิด หรือจะเรียกว่ายุทธศาสตร์หรือไม่ เพียงใด ก็ตาม...ที่ทำให้ใครต่อใครคิดว่าจะเกิดการ สืบทอดอำนาจ หรือการคิด อยู่ยาวว์ว์ว์ ไปอีก 4 ปี 5 ปี หรือ 10-20 ปีก็แล้วแต่ อันนี้นี่แหละ...ที่น่าจะทำให้เกิดแรงต้าน แรงเสียดสี เสียดทาน ค่อนข้างจะเป็นพิเศษ มากกว่าเรื่อง นาฬิกาบิ๊กป้อม ไม่รู้กี่เท่าตัว ดังที่นักคิด นักวิชาการ อย่างอาจารย์ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต แห่งนิด้า ท่านถึงกับมองว่า...อาจก่อให้เกิด อัตราเสี่ยง ไม่เพียงแต่เฉพาะรัฐบาล คสช.เท่านั้น แต่ยังอาจลุกลามไปถึง เกียรติภูมิของกองทัพ หรือตัวของสถาบัน ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยอีกต่างหาก...
                                                                  ---------------------------------------------------
    เหมือนอย่างครั้งที่อดีตทหาร อย่างพลเอก สุจินดา คราประยูร คิดจะกำหนดยุทธศาสตร์ชาติเอาไว้กี่ปีก็แล้วแต่ จนทำให้เกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ลุกลามไปในชนิดพลทหาร นายทหาร แต่งเครื่องออกจากบ้านแทบไม่ได้ อาจารย์ พิชาย ท่านเลยพยายามคิดค้นข้อเสนอของท่านเอาไว้ ประมาณ 4 ข้อด้วยกัน คือ...1.หัวหน้าคณะรัฐประหาร (คสช.) ควรประกาศต่อสาธารณะว่า จะไม่เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง และประกาศวันเลือกตั้งให้ชัดเจน สำหรับบทบาทของรัฐบาลของคณะรัฐประหาร ก็ประกาศให้ชัดว่าจะมุ่งทำหน้าที่ในการดูแลความสงบมั่นคงของบ้านเมือง และการเตรียมการเลือกตั้งให้ราบรื่นลุล่วงไป 2.เร่งรัดให้ สนช.ออกกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. และดำเนินการให้เนื้อหากฎหมาย ไม่สร้างปัญหาที่ทำให้การเลือกตั้งต้องยืดเยื้อออกไป 3.ไม่จัดตั้งพรรคนอมินีหรือสนับสนุนพรรคการเมืองใดทั้งในที่ลับและที่แจ้ง พร้อมกับการแสดงจุดยืนความเป็นกลางทางการเมืองในฐานะเป็นผู้พิทักษ์ มากกว่าในฐานะที่เป็นผู้เล่นหรือผู้เข้าไปแทรกแซง และใช้กลไกอำนาจรัฐสร้างเงื่อนไขให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม และ 4.การคัดเลือก ส.ว. ควรคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ในการทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองและความกล้าหาญทางจริยธรรม และมีความหลากหลายด้านอาชีพ ศาสนา อายุ ภูมิภาค ชาติพันธุ์ และเพศสภาพ...” 
                                                              -----------------------------------------------
    หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ให้เปลี่ยนมาเล่นบทเป็นผู้ควบคุม ป้องกัน เพื่อมิให้ ระบอบเผด็จการพรรคการเมืองนายทุน อย่างที่ อาจารย์แก้ว ท่านได้ให้คำนิยามเอาไว้ มีโอกาสฟื้นคืนกลับมาเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลาลงไปเป็น ผู้เล่น เป็นแค่ ผู้พิทักษ์ ภายใต้แนวคิด หรือยุทธศาสตร์เช่นนี้ ไม่ว่า บิ๊กป้อม จะไป-ไม่ไป อยู่-ไม่อยู่ แต่แนวโน้มที่แรงเสียดสี เสียดทาน ทั้งหลายไม่เพียงแต่จะหายไปกว่าครึ่งต่อครึ่ง การเดินไปสู่ โรดแมป ยังน่าจะสะดวกมือ สะดวกตีน แถมไม่ต้องถูกเสือกัด หรือเสือคาบไปแ-ก หลังลงจากหลังเสือซะอีกต่างหาก...
                                                              -----------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Josh Billings... Life consists not holding good cards but in playing those you hold well.- ชีวิตไม่ใช่การถือไพ่ดีๆ เอาไว้ในมือ แต่คือการเล่นไพ่ใบที่ถือเอาไว้ให้ดี...
                                                             ------------------------------------------------


ดู "แฟมิลีทรี" เหลี่ยม เริ่มจากปี ๔๔ เรื่อยมาถึงปี ๖๑ นี้แล้ว......... ต้องบอกว่า "แตกลูก-แตกหลาน" ได้น่าสนใจ เหลี่ยมเป็นต้นตระกูล "ไพร่แดง" หลังถูก "บิ๊กบัง" ถีบตกเก้าอี้นายกฯ เมื่อ ๑๙ กันยา ๔๙

'ด้วยห่วงไฟชอร์ต สส.ตาย'
ว่าด้วย "มืดมนและอันตราย"
'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?
มาเลย์ที่ 'มีมากกว่าอายุ'
เหตุใด 'ต้องโหน' เสือดำ?
'สิทธิและหน้าที่' คนไทย