เมื่อ 'บัตรคนจน' ขี่ '๓๐ บาท'


เพิ่มเพื่อน    


    ร้อนแรงจริงๆ
    จตุพร พรหมพันธุ์ ฝากข้อความถึง วัฒนา เมืองสุข 
    "อย่าผลักมิตรเป็นศัตรู"
    นอกจากข้ออ้างแตกแบงก์พันแล้ว รอยร้าวภายในระบอบทักษิณ มันมากเกินกว่าที่คนภายนอกจะคาดได้ถึง     
    นี่ไม่ใช่การกินใจครั้งแรกระหว่าง กลุ่มนักการเมืองในเพื่อไทยที่ได้ดิบได้ดี เช่น วัฒนา เมืองสุข,  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับ "จตุพร"
    แต่มันเกิดข้อเปรียบเทียบมานาน  
    นานจนพวกที่ได้ดิบได้ดีเหลิงคิดว่าตัวเองเหนือกว่า 
    กรณีของ "วัฒนา" อาจพิเศษหน่อย 
    เพราะนอกจากเก่งเอาใจนายใหญ่แล้ว ยังพยายามทำตัวใกล้ชิด ลูกหลานนายใหญ่ด้วย
    "วัฒนา" จึงเป็นคนสำคัญอันดับต้นๆ ของ โอ๊ค พานทองแท้ 
    เป็นองครักษ์พิทักษ์โอ๊ค หมายเลขหนึ่ง
    "วัฒนา" จึงมีเรื่องให้มิตรรักในพรรคเพื่อไทย ตำหนิอยู่บ่อยครั้ง เพราะเล่นบทออฟไซด์มากไป 
    ไม่กี่วันก่อน "จาตุรนต์ ฉายแสง" ที่ย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติ ดีดปากไปแล้วทีหนึ่ง 
    เพราะดันไปโพสต์ข้อความว่า "เสี่ยอ๋อย" แย่งพื้นที่เลือกตั้งฉะเชิงเทราของน้องสาว 
    แต่ความจริงเป็นอีกเรื่อง 
    ครั้งนั้น "เสี่ยอ๋อย" ถามกลับว่า "มีวัตถุประสงค์อะไรไม่ทราบ"
    มาครั้งนี้กับ "จตุพร" ดูจะหนักหน่อย เพราะไฟสุมขอนมานาน  
    เรื่องอะไรนะหรือ...ก็ประเภทลูกผู้ชายหยามกันไม่ได้!
    เรื่อยมาจนถึงเรื่องการผลักมิตรไปเป็นศัตรู 
    ใช่ว่า "วัฒนา" จะไม่รู้ ว่าพรรคเพื่อชาติ ยังมีความเป็นติ่งเพื่อไทยอยู่ 
    แต่การผลัก "จตุพร" ไปอยู่ในกลุ่มพรรคนิยม คสช. มันคือการประกาศสงคราม กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของ "จตุพร" 
    อย่างที่รู้กัน "จตุพร" บอกตั้งแต่ต้นออกจากคุกไม่ได้พกความแค้นมาด้วย 
    กลับกลายเป็นว่าสร้างความแค้นให้ฝ่ายประชาธิปไตยในพรรคเพื่อไทยบางกลุ่มแทน 
    ผลักมิตรเป็นศัตรู เพราะตกใจ! จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอวสานพรรคเพื่อไทย 
    หากพิจารณาตาม โพลมหาวิทยาลัยรังสิต ที่สำรวจโดย รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ฟันธงว่า พรรคระบอบทักษิณ มาถึงจุดที่กำลังตกต่ำเสื่อมโทรมลงเป็นลำดับ 
    พรรคพลังประชารัฐ กำลังจะทำปรากฏการณ์เป็นพายุที่จะกวาดเพื่อไทย!
    สาเหตุแห่งความเสื่อมที่ รศ.ดร.สังศิต หยิบยกมา อาทิ กลุ่มเอ็นจีโอชิ่ง กลุ่มเทคโนแครตทิ้ง ขาดผู้นำที่มีบารมี ก็คงเป็นไปตามนั้น
    แต่ที่ คาดไม่ถึง คือเหตุผลที่ว่า
    "การเกิดขึ้นของพรรคพลังประชารัฐที่กำลังมีอำนาจทางการเมือง และมีนโยบายด้านมหภาคและจุลภาคต่างๆ เป็นจำนวนมาก 
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายบัตรคนจนซึ่งมีขอบเขตการให้ประโยชน์แก่คนจนอย่างกว้างขวาง โดยรวมเอานโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ผนวกรวมเข้ากับนโยบายอื่นๆ อีก เช่น เบี้ยคนชรา ค่าโดยสารสำหรับผู้ป่วย ฯลฯ 
    และพบว่าเป็นนโยบายที่เอาชนะใจกลุ่มคนจนจำนวน ๑๑ ล้านคนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว"
    เป็นการชี้ให้เห็นว่า นโยบาย "๓๐ บาท" ไม่อาจเกทับ "บัตรคนจน" ได้อีกแล้ว 
    ใครไม่ได้ถือบัตรคนจนคงคิดไม่ออก 
    เอาง่ายๆ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หมายความว่าต้องป่วยก่อนจึงจะได้สิทธิ์
    แต่บัตรจนคน ไม่ต้องรอให้ป่วย 
    คุณได้สิทธิ์นั้นทันทีที่ถือบัตรไปซื้อของ ใช้เป็นค่าโดยสารรถเมล์ ฯลฯ 
    นี่ใช่ประชานิยมหรือไม่ 
    หรือแค่...ประชารัฐ!
    ชอบ ไม่ชอบ กองแช่ง กองเชียร์ เชิญวิพากษ์กันตามสะดวก. 


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'