สูตรสำเร็จของการข้ามผ่าน


   

      เอาเป็นว่า...อย่างที่เคยว่าๆ เอาไว้แล้วว่า อย่างน้อยบ้านเมืองไทย ประเทศไทย ก็ยังมี พระสยามเทวาธิราช ท่านอยู่หนึ่งพระองค์ แถมยังได้พิสูจน์แล้วถึงอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดช พระเดชาบารมี ช่วยให้ประเทศชาติรอดปากเหยี่ยว ปากกา มาได้แบบหวุดๆ หวิดๆ หลายครั้ง หลายครา อย่างน่าอัศจอรอหันการันยอเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น...แม้ว่าเมื่อ มองข้ามช็อต แล้วอาจเห็นอะไรร้ายๆ อยู่มั่ง แต่ยังไงๆ...ก็น่าจะ ผ่านๆ กันไปได้นั่นแหละทั่น!!!

                                                                        ------------------------------------------

      เพียงแต่จะผ่านกันแบบเจ็บๆ คันๆ แค่เลือดออกซิบๆ หรือต้องปวดร้าว ทรมาน บานทะโรค กันไปถึงขั้นไหน อันนี้...คงต้องอยู่ที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ นั่นแหละ ที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่ง รวมไปถึงบรรดาพรรคการเมือง นักการเมือง ที่กำลังเต้นแร้ง เต้นกา กันอยู่ในทุกวันนี้ ว่าหลังจาก 4 ปี 5 ปีผ่านพ้นไป จะเกิดการเติบโตทางอายุ ไปพร้อมๆ กับวุฒิภาวะ จิตสำนึก เกิดการปรับตัว ปรับใจ ปรับทัศนคติ ไปในทางบวก หรือลบ เกิดการเรียนรู้และจดจำอดีต ที่เพิ่งผ่านมาและผ่านไป เพื่อไม่ให้ต้องมี  กรรม จำต้องย้อนรอยอดีตกันอีกหรือเปล่า???

                                                                        -----------------------------------------------

      ซึ่งการปรับตัว ปรับใจ หรือปรับอะไรต่อมิอะไรทั้งหลาย...มันต้องพยายามปรับไปด้วยกันทุกฝ่าย  ไม่ใช่ถือเป็นภาระของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเพียงถ่ายเดียว คือถ้าหากฝ่ายประชาธิปไตยเอาแต่ไล่กด ไล่บี้ ให้ฝ่ายเผด็จการเลิกทำโน่น ทำนี่ โดยที่ไม่คิดจะปรับ ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อะไรเอาเลยแม้แต่น้อย  ยังคงดำรงรักษาความน่าเบื่อ น่ารำคาญ น่าเกลียด น่าทุเรศ อย่างชนิดไม่ว่าใครต่อใคร ย่อมมิอาจแตะต้องได้ ถือเป็น เสรีภาพ แห่งการทำชั่ว หรือเสรีภาพที่ไร้ซึ่งปัญญาและคุณธรรม อันนี้...ยังไงๆ ก็คงอยู่กันลำบาก แม้เผด็จการจะสูญสิ้นจากแผ่นดินไทยไปแล้วก็เถอะ แต่การหันมา กัดกันเอง ย่อมนำมาซึ่งความพินาศ ฉิบหาย ชนิดเผลอๆ...อาจไม่เหลือแผ่นดินให้ฝ่ายใด ต่อฝ่ายใด มีที่อยู่ ที่ยืน ได้เลยแม้แต่น้อย...

                                                                       -------------------------------------------------------

      ส่วนฝ่ายเผด็จการนั้น...ถ้าหากเอาแต่ด่า นักการเมือง ไปตามเรื่อง ตามราว แถมด่าไป-ด่ามา ตัวเองดันกลายมาเป็น นักการเมือง ไปจนได้ แล้วถ้าเผอิญหนักไปทางนักการเมืองประเภทเดียวกับที่ตัวเองเคยด่า เคยว่า อันนี้นี่แหละ...ย่อมถือเป็นการเข้าสูตร ครบสูตร วงจรอุบาทว์ ขนานแท้แต่ดั้งเดิม  อะไรต่อมิอะไรมันเลยไม่ไปไหน เอาแต่วนไป-วนมาอยู่ในอ่าง จนเกือบจะร่วมๆ ศตวรรษเข้าไปแล้ว  ด้วยเหตุนี้...คงต้องหัดคิดปรับตัว ปรับเนื้อ ปรับใจ ไปตามสภาพ อะไรที่ตัวเองเคยเห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ น่ารำคาญ น่าเกลียด น่าทุเรศ ของพวกนักการเมืองเขา ก็อย่าดันไปเจริญรอยตามให้มัน เจริญลงๆ ยิ่งไปกว่านี้...

                                                                        --------------------------------------------------------

      แต่ก็นั่นแหละ...องค์ประกอบที่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง หรืออาจสำคัญที่สุดเอาเลยก็ว่าได้ ก็คือการปรับเนื้อ ปรับตัว ของบรรดาประชาชน ปุถุชน อย่างบรรดาเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลายนั่นแล ที่ต่างก็ได้เก็บรับบทเรียนและประสบการณ์ในอดีต มาด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าอดีตที่ตกอยู่ภายใต้อุ้งเท้าของฝ่ายเผด็จการ  หรืออดีตที่ตกอยู่ภายใต้ส้นตีนของฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด รวดร้าว ไปด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเจ็บไปในคนละรูป คนละแบบ เจ็บมากบ้าง น้อยบ้าง ไปตามสภาพ  แต่หนีไม่พ้นต้อง...เจ็บแล้ว เจ็บอีก จนน่าจะเกิดอาการ เจ็บแล้วจำ แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี...

                                                                          ----------------------------------------------------------

      การเจ็บได้ จำได้ ของบรรดาปวงชนชาวไทยทั้งหลายนี่เอง...ที่จะเป็นตัวช่วยให้เกิดการหลุดพ้น รอดพ้น ไปจากบ่วงกรรม ไม่จำต้องย้อนรอยอดีต แบบบรรดาผู้ที่ยังมีกรรม หรือผู้ที่ไม่คิดจะจดจำอดีตใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่จำได้ว่า...ใคร? ทำอะไร? ที่ไหน? และอย่างไร? หรือใครที่น่าเบื่อ น่ารำคาญ น่าเกลียด น่าทุเรศ มาบ้างในอดีต เพียงเท่านี้...ก็อาจพอช่วยให้เกิด การเมืองใหม่ ปรากฏตัวขึ้นมาในปัจจุบัน หรืออนาคต ได้แบบฉับพลัน-ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาโยนภาระให้ใครต้องไปปฏิรูป  ปฏิรูด ชนิดรูปไม่เสร็จ รูดไม่เสร็จ อยู่จนทุกวันนี้...

                                                                            ---------------------------------------------------------

      อย่างไรก็ตาม...แม้ว่ายังมีปวงชนชาวไทยอีกเป็นจำนวนไม่น้อย...ที่เจ็บได้ แต่จำไม่ค่อยจะได้ ยังพร้อมไปลากเอาพวกที่น่าเบื่อ น่ารำคาญ น่าเกลียด น่าทุเรศ กลับมาย้อนรอยอดีตแบบรอบแล้ว รอบเล่า ก็เถอะ แต่สำหรับผู้ที่จำได้แม่น จำได้ชัด จำได้ละเอียด จนสามารถนำเอาความจำนั้นๆ มาดัดแปลง พัฒนา ให้กลายเป็น บทเรียน เป็นบททดสอบ บทฝึกหัด เพื่อนำไปสู่การยกระดับการเรียนรู้ในแต่ละชั้นเรียน การที่จะต้อง ตกซ้ำชั้น หรือต้องย้อนกลับไปสู่ วงจรอุบาทว์ มันก็จะยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น โอกาสที่จะ ผ่าน หรือ สอบผ่าน ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป...

                                                                            --------------------------------------------------------

      โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ ตรวจข้อสอบ ย่อมหนีไม่พ้นไปจาก พระสยามเทวาธิราช นั่นแหละทั่น...เนื่องจาก บ้านเมืองนั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหมือนอย่างที่ปรมาจารย์ เหลาจื๊อ ท่านว่าเอาไว้นับเป็นพันๆ ปีที่แล้ว อะไรที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตามครรลอง คลองธรรม สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าง พระสยามเทวาธิราช ท่านคงไม่คิดจะเอาด้วยโดยเด็ดขาด การปรับเนื้อ ปรับตัว ปรับใจ ของแต่ละฝ่าย หรือทุกๆ ฝ่าย โดยอาศัย ธรรมะ เป็นที่ตั้ง อันนี้นี่แหละ...คือ สูตรสำเร็จ ของการก้าวผ่าน เปลี่ยนผ่าน การข้ามพ้นระยะผ่าน ไปสู่ความอยู่รอด ปลอดภัย ภายหลังการเลือกตั้งในอนาคตได้แบบจริงๆ จังๆ...

                                                                          -----------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Talmage...“Wise men are instructed by reason; men of less  understanding by experience; the most ignorant by necessity; and beasts by nature. - คนฉลาดมากเรียนรู้ด้วยเหตุผล คนฉลาดน้อยเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ คนไม่ฉลาดเลยเรียนรู้ด้วยความจำเป็นบังคับ เดียรัจฉานเรียนรู้ด้วยธรรมชาติ...”

                                                                         -------------------------------------------------------------


"คุณฐากร ตัณฑสิทธิ์" เลขาฯ กสทช.นี่ ถ้าเป็น กกต.ละก็..........    ผมว่า เรี่ยมเลย!คือฟังท่านแจงสูตร "ยืดจ่ายค่าคลื่น" เป็น ๑๐ งวด ชนิดมีเงื่อนไขผูกมัด ให้ ๓ ค่ายมือถือฟัง วานซืน (๑๗ เม.ย.๖๒)

ว่าด้วยพิธี 'เสกน้ำอภิเษกรวม'
'นอเทรอดาม' กับปิยบุตร
สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก
'ตี๋กร่าง' กับ 'บันทึกช่วยจำ'
กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา
สิ่งสะท้อนจาก "อาจารย์เดชา"