วิษณุฟุ้งมีปล่อยของ บิ๊กตู่ชี้ขึ้นเวทีต้องรับกติกา จตุพรจวกให้เลือกสถานะ!


   

    "บิ๊กตู่" ปล่อยมุก ถามหา "ปู" ที่บางปูยังมีหรือเปล่า "ยิ่งลักษณ์" ตอบทันควัน ปูยังสบายดีอยู่ทุกที่   นายกฯ ลั่น 7 ธ.ค. พรรคการเมืองไม่ร่วมโต๊ะแม่น้ำ 5 สาย ก็เหมือนนักมวยไม่ขึ้นเวที ขู่ถ้าไม่มาก็เลิกชก! ขณะที่ "จตุพร" สั่งให้ลาออกจากเก้าอี้นายกฯ และประธานคสช.ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป "เสรีพิศุทธ์" ล่อเต็มที่ เตรียมแจ้งความพลังประชารัฐข้อหาค้ามนุษย์ ฟอกเงิน โทษฐานดูดนักการเมือง หลังเป็นรัฐบาลจัดการต่อเลย
    เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ  และระหว่างพบปะกับประชาชนที่สถานีเคหะสมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ได้สอบถามประชาชนที่มาต้อนรับว่ามาจะพื้นที่ใดบ้าง 
    ทั้งนี้ เมื่อประชาชนตอบว่ามาจากบางปู พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวกระเซ้าทันทีว่า “มาจากบางปูแล้ววันนี้ยังมีปูอยู่หรือเปล่า พื้นที่นี้เคยไป” 
    ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพทางเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ตอบโต้ในประเด็นนี้ทันทีว่า วันนี้อากาศหนาว จามเป็นพิเศษ เหมือนมีคนถามถึง ปูคนนี้ยังสบายดีและอยู่ทุกแห่งค่ะ
    วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมหารือร่วมกันระหว่างแม่น้ำ 5 สาย และพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค. ซึ่งมีหลายพรรคการเมืองปฏิเสธไปแล้วว่า วันนี้ขอร้องว่าอย่าเอาเรื่องการเมือง อย่าเอากฎหมายมาสู้กัน ต้องเอากฎหมายที่เขียนไว้เพื่อคนทุกคนมาทำให้ได้ ใครที่ไม่เห็นชอบ ไม่มา ไม่ยอมมาดูกฎกติกา ก็คิดกันเอาเอง ถ้าไม่มาก็คือไม่ต้องมา แล้วถ้าประชาชนจะเลือกกลับเข้ามาอีกก็ตามใจ ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ไม่เคารพกติกา    
    "เป็นนักมวยขึ้นเวทีแล้วกรรมการเรียกมาชี้แจง นักมวยสองข้างไม่ยอมมา ถ้าไม่มาก็เลิกชกไปเสีย ประชาชนก็อย่าไปดู และต้องคิดกันเอาเอง" นายกฯ กล่าว 
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ แถลงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.โดยทันที ว่าเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำผิดกฎหมายกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเสนอให้ลงแข่งขันเป็นนายกฯ ตามบัญชีของพรรคแล้ว แต่ผู้นำทางการเมืองควรมีจริยธรรมทางการเมืองให้เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมและบ้านเมือง 
    “ไม่มีกฎหมายห้ามก็จริง แต่จริยธรรมทางการเมืองไม่ได้ระบุในกฎหมาย เท่ากับเป็นการควบคุมสำนึกให้แยกสิ่งถูกและผิด ประกอบ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้แข่งขันนายกฯ ที่ได้เปรียบกว่าคนอื่น โดยมีเสียงเริ่มต้น 250 คนจากแต่งตั้ง ส.ว. ส่วนพรรคอื่นเริ่มจากศูนย์ จึงเป็นการได้เปรียบมากอยู่แล้ว” 
ออกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
    นายจตุพรกล่าวว่า การประชุม 7 ธ.ค.นี้ ไม่มีความเป็นธรรม เพราะเท่ากับต้องการให้พรรคการเมืองอื่นมาฟังคำสั่งเลือกตั้งจาก พปชร. ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมและเป็นตัวแทนของ พปชร. ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลือกเอาอย่างเดียว อย่าเอาทั้งสองอย่าง เมื่ออยากลงแข่งขันนายกฯ พปชร.ต้องลาออก โดยเอาอย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ลาออกจากหัวหน้า คปค.มาเป็นรองนายกฯ
    “อย่ามองว่าพรรคไม่เข้าร่วมไม่ต้องการเลือกตั้ง แต่พรรคอื่นต้องการเลือกตั้งแบบบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เอาเปรียบ เขาไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นทั้งผู้เล่นและควบกรรมการตัดสินด้วย ผมจึงขอเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ควรลาออกจากนายกฯ และหัวหน้า คสช.ตั้งแต่บัดนี้ไป” นายจตุพรกล่าว
    ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวระหว่างกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่ม รวมตัวนำดอกไม้ให้กำลังใจว่าพรรคจะไม่ไปประชุมในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เนื่องจากเราไม่รับอำนาจของรัฐบาลที่ปล้นและโกงเขามาโดยการออกคำสั่งต่างๆ เพื่อตัวเอง เอื้อให้พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนเพื่อการปฏิรูป ที่ตั้งใหม่โดยขยายเวลาสรรหาสมาชิก
    "คนอย่างผมผ่านความเป็นความตายมาเยอะ ทำงานประเทศชาติมาขนาดนี้ ไม่มีอะไรมากมาย แค่อยากจะให้เลือกตั้ง มันผิดอะไรวะ มันไม่ได้ผิดอะไรเลย"
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ให้ลูกน้องไปรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับพวกที่มาแจ้งความตน และอีกส่วนหนึ่งเตรียมจะดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์ และฟอกเงิน กับพรรคการเมืองที่ไปดูด ส.ส.มา มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เช่น บิดานายสนธยา คุณปลื้ม ตนเป็นคนจับกุม แต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนปล่อย แล้วนายสนธยาก็ได้ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ และมาเป็นนายกเทศมนตรีดูแลผลประโยชน์ รวมถึงกรณีของนายวราเทพ รัตนากร และบุตรชายของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นเป็นการกักขังให้มาอยู่ในพรรค ไม่ใช่เป็นการค้าประเวณี ก็ถือว่าเข้าข่ายความผิดค้ามนุษย์ ตนจะไปฟ้องข้อหานี้ และให้ยุบพรรคด้วย 
    "ทะเลาะกับใครไม่ทะเลาะ มาทะเลาะกับอดีต ผบ.ตร.อย่างผม ก็ต้องล่อให้เต็มที่ ขอให้ดำเนินการไว้ก่อน พอมาเป็นรัฐบาลจะได้จัดการต่อเลย"
ไม่มีใครเอาทหารแล้ว
    "หากประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ต้องเปลี่ยนผู้นำใหม่ เพราะผู้นำแบบนี้ไม่มีใครยอมรับ ผมลงพื้นที่ไปพบประชาชนไม่มีใครเอาทหารแล้ว วันนี้หากไม่เปลี่ยนก็เหมือนเดิม วันนี้ต้องสู้กันระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย หลังเลือกตั้งประชาธิปไตยจะชนะ และเผด็จการจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ตอนนี้ไปหาเลือกประเทศอยู่ได้เลย ประเทศที่หมายจับไปไม่ถึง" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พรรคเสรีรวมไทย เป็นไปอย่างคึกคัก กลุ่มคนอยากเลือกตั้งประมาณ 50คน ได้สลับกันให้กำลังใจ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยต่างเชียร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นความหวังในการต่อสู่กับอำนาจเผด็จการ 
    ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นกรรมการกลางอีกต่อไปแล้ว ความเข้าใจผิด หลงคิดว่าตัวเองเป็นกรรมการกลางจะส่งผลเสียอย่างมากมายขนาดไหนนั้น 
    "วันนี้ต้องบอกว่ากฎระเบียบและรัฐธรรมนูญไม่ได้ออกมาให้เรา ไม่ได้ออกมาให้ประชาชนได้เลือกตั้งตามปกติ แต่ออกมาให้พวกเขาตามที่พวกของฝั่งผู้มีอำนาจพูด ซึ่งการไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองได้ทำนโยบายกับประชาชนนั้น ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ อย่างไรก็ตาม แม้เราไม่เห็นด้วยกับการเอาเปรียบอย่างเต็มที่ แต่ถ้าเขาอ้างสิ่งที่บิดเบี้ยวว่าเป็นกฎเกณฑ์ และถ้าไม่เกรงใจประชาชนก็ทำให้เต็มที่ พรรคเพื่อไทยก็จะเดินหน้าทำงาน แม้ว่าจะเสียเปรียบทุกประตู จะอดทนและใช้ความเพียร ความมุ่งมั่น พิสูจน์ตัวเองกับประชาชน แม้ว่าเราจะเป็นมดตัวเล็กๆ ที่สู้กับช้างตัวใหญ่ๆ ก็ยินดีที่จะเดินตามหลักเกณฑ์" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดคือ กติกานั้นเป็นธรรมหรือไม่ เห็นได้ชัดว่ากติกาที่นักมวยจะต่อยกันต่อไปนี้ ฝ่ายหนึ่งสวมนวม อีกฝ่ายหนึ่งมือเปล่า ฝ่ายหนึ่งมวยสากล อีกฝ่ายมวยวัด ได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างชัดเจน เป็นกติกาที่ออกมาฝ่ายเดียว ไม่มีฝ่ายใดเห็นชอบร่วมตรวจสอบใดๆ เลย สิ่งที่สงสัยอยู่คือ ถึงขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังเข้าใจอยู่หรือว่าตนเองเป็นกรรมการ หากเข้าใจเช่นนั้น เข้าใจว่าคงปฏิเสธที่จะเข้าเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตามคำเชื้อเชิญของพรรคพลังประชารัฐ  
ปชป.ยันไม่ร่วมโต๊ะ
    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงเหตุผลที่ ปชป.ไม่เข้าร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สายว่า เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้ความสำคัญกับกฎหมาย และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 52/2560 ที่ตัวเองเป็นคนออกเอง จึงคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวอย่างไม่ดี อย่างไรก็ตาม การรับฟังความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่การประชุมดังกล่าวพรรคการเมืองไม่สามารถไปชี้แจงหรือร่วมทำความเห็นกับที่ประชุมได้ ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่ากระบวนการตั้งแต่แรกก็มีปัญหาแล้ว และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่เป็นที่ยอมรับของทุกคนทุกฝ่าย
    “พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจเมื่อสี่ปีเศษที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีหน้าที่ต้องคืนการเลือกตั้งให้ประชาชน และต้องคืนให้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด การเลือกตั้งไม่ใช่ของ พล.อ.ประยุทธ์ การแสดงคำพูดและลักษณะท่าทีถึงความเป็นเจ้าของการเลือกตั้ง ถือไม่สมควร” โฆษก ปชป.กล่าว
    นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท แถลงเกี่ยวกับการเข้าร่วมประชุมในวันที่ 7 ธ.ค. ว่าเพราะพรรคเราเห็นว่านักการเมืองไม่ควรสร้างเงื่อนไขในการมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อให้ประเทศกลับมาปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ถ้าเราเอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง บางครั้งการถอยคนละก้าวก็ไม่ได้หมายความว่าเรายอมก้มหัวให้ใคร  
    พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. แถลงว่า  ทาง คสช.ได้ส่งหนังสือเชิญไปยังกลุ่มพรรคการเมืองแล้ว 105 พรรคการเมือง ซึ่งส่วนหนึ่งได้ตอบรับมาบ้างแล้ว และบางส่วนก็ยังนิ่งอยู่ ทั้งนี้ คสช.อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือกันเพื่อเดินไปสู่การเลือกตั้งที่เรียบร้อย
     การจัดประชุมในครั้งนี้ คสช.จัดเพื่อให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการเตรียมการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้ามารับทราบข้อมูล รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะของฝ่ายการเมือง ทั้งนี้ไม่อยากให้เอาข้อความในบัตรเชิญบางข้อความมาตีความ เพราะเป็นเพียงแค่การ์ดเชิญมาร่วมประชุมเท่านั้น แต่ในสาระจริงๆ มีข้อปลีกย่อยอีกมากมาย 
    "อยากให้พรรคการเมืองเปิดใจและได้เข้ามาพูดคุยร่วมกัน แต่หากไม่มาและหลังจบการพูดคุยวันที่ 7 ธันวาคมนี้แล้วบุคคลใดหรือพรรคการเมืองใดที่ไม่ได้รู้สาระหรือรายละเอียดในที่ประชุมก็ไม่ควรจะวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องของมารยาท อย่างไรก็ตามไม่ได้เจาะจงเพียงแต่มีการพูดถึงภาพรวมเท่านั้น" พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าว
มีของมาปล่อยแน่
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 7 ธ.ค. น่าจะทราบรายละเอียดต่างๆ ส่วนจะปลดล็อกเมื่อไรนั้น รอให้หัวหน้า คสช.เป็นผู้ชี้แจงจะดีกว่า รูปแบบการหารือในครั้งนี้ คสช.และรัฐบาลจะเป็นผู้ชี้แจงขั้นตอนต่างๆ ในภาพรวม รายละเอียดอาจจะให้ผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจง เช่น หากเป็นเรื่องการรักษาความสงบจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถ้าเป็นเรื่องขั้นตอนการรับสมัครหรือข้อห้ามต่างๆ จะเป็น กกต. จากนั้นจะเปิดโอกาสให้สอบถาม หากเกี่ยวกับใครผู้นั้นจะตอบ
    "เวทีนี้เปิดให้แสดงความเห็น สอบถาม และหารือ โดยอาจจะมีการเสนอว่าตกลงร่วมกันเช่นนี้ยอมหรือไม่ ถ้ายอมก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่เป็นห่วงว่าคนมามากจะใช้เวลาเพียงพอหรือไม่ เพราะการหารือครั้งแรกพรรคการเมืองยังแสดงความคิดเห็นได้ไม่หมด"
    เมื่อถามว่า เหตุที่พรรคการเมืองใหญ่ไม่เข้าร่วม เพราะระบุว่า คสช.มีธงไว้อยู่แล้ว นายวิษณุยอมรับว่ามี เพราะจะไปโดยไม่มีอะไรอยู่ในมือได้อย่างไร อย่างน้อยก็บอกว่าวันไหนเลือกตั้ง
    "การที่พรรคใหญ่ไม่เข้าร่วมก็ไม่ใช่เงื่อนไขว่าจะปลดล็อกหรือไม่ปลดล็อก เพราะต่อให้ไม่มีการประชุมเลย คสช.ก็มีเรื่องคิดจะทำไว้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเดินหน้าไป อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้บอกได้แต่เพียงว่ามีของมาปล่อยแน่ เพราะตุนไว้เยอะ" รองนายกฯ กล่าว
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวที่พรรคใหญ่ไม่เข้าร่วม เขาคงจะตีรวน แต่ไม่ส่งผลอะไร เขารู้อยู่แล้วว่าไม่มีอะไร เขาก็ไม่ส่ง เพียงแต่เราเชิญมาให้พูดคุยกันเท่านั้น สื่อจะได้ไม่ต้องมาถามแทนพรรคการเมือง อยากรู้อะไรจะได้ถามเลย แต่ไม่มา ซึ่งไม่เห็นมีเหตุผลเลยที่จะไม่มา
    เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรตอบว่า “แหม เขายังไม่ได้บอกว่าไม่ร่วมเลย เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลาพูด เขาเป็นพรรคใหญ่ ก็มีสิทธิ์จะพูด ผมไม่เคยไปเจอใคร เพียงแต่ฟังอย่างเดียว และหากจำเป็นต้องคุย จะไปเจอนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ทำไม ผมไปเจอนายอภิสิทธิ์ไม่ดีกว่าหรือ เพราะเขาเป็นหัวหน้าพรรค แล้วนายเฉลิมชัยทำอะไรได้ แต่ยืนยันขณะนี้ยังไม่ได้คุย”
    ถามว่า หลังเลือกตั้ง หากมีคนมาขอคุย จะพร้อมคุยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาคงไม่คุยแล้ว เพราะตนไม่อยู่ในตำแหน่งแล้ว ตอนนี้เขายังไม่คุย แล้วเขาจะคุยหลังเลือกตั้งหรือ มองไม่เห็นภาพเลย
ป้ายในเขต"สรอรรถ"
    รองนายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีมีการขึ้นป้ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ที่ จ.ราชบุรี ถือเป็นการหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ว่า เขาบอกติดป้ายได้ หากพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งยังไม่ประกาศ หากประกาศแล้วต้องเอาลง และไม่ใช่เป็นการโฆษณา เป็นป้ายของกลุ่มต่อต้านทุจริต ไม่ใช่คนทั่วไป และวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์รับเป็นหนึ่งในรายชื่อให้พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกฯ อีกครั้งแล้วหรือยัง ที่ประเมินกันว่านายกฯ จะรับในอนาคตนั้น สื่อคิดกันเอง ต้องเอาเรื่องจริงสิ
    อย่างไรก็ตาม ล่าสุดป้ายดังกล่าวได้ถูกปลดออกไปตอนช่วงเย็นวันที่ 5 ธ.ค. หลังจากที่เป็นข่าวดัง ซึ่งชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเล่าว่ามีรถมาจอดแล้วขึ้นไปตัดนำป้ายลงแล้วเก็บขึ้นรถไป 
    นางปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า ป้ายดังกล่าวไม่ใช่ของตน และไม่ทราบว่าเป็นของใคร และใครนำมาติด ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ของนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่เขตพื้นที่ของตนอยู่ที่ อ.โพธารามและ อ.จอมบึง  
    ที่ห้องแคทลียา รร.รามาการ์เด้นส์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดสัมมนาแนวการรับสมัครสมาชิกภาคกลาง โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค ในฐานะหนึ่งในกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เป็นประธาน พร้อมด้วยแกนนำพรรค ร่วมชี้แจงได้แก่นายสุชาติ ตันเจริญ, นายอนุชา นาคาศัย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค มาให้ความรู้ในเรื่องกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อเป็นแนวทางในการหาสมาชิกพรรค 
    นายสุริยะให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการลงพื้นที่และโพล เราจึงได้ประเมินว่าเราจะได้ ส.ส. 150 คนทั่วประเทศ ภาคอีสานจะได้ประมาณ 50 ถึง 60 คน กลาง 40 คน ภาคเหนือสูสีพรรคเพื่อไทย ภาคใต้น่าจะได้ไม่มาก เพราะในอดีตพรรค ปชป.ถือว่ามีจุดแข็ง แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด 
    เมื่อถามว่า กระแสในพรรคอีสานจะสู้พรรคเพื่อไทย ได้หรือไม่ นายสุริยะตอบว่า อดีตพรรคไทยรักไทยและพรรค พท.มีสองนโยบายในการหาเสียงคือ 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้าน แต่รัฐบาลปัจจุบันมีหลายนโยบายที่มากกว่า 2 เรื่องนี้ ซึ่งพรรค พปชร.เองก็จะมีนโยบายใหม่ๆ ออกมา ดังนั้นเมื่อประชาชนได้พิจารณา แล้วเห็นว่าดี พปชร.ก็จะได้คะแนนมากกว่าพรรคเพื่อไทย 
    จากนั้นเวลา 10.00 น. นายสุริยะกล่าวเปิดสัมมนาตอนหนึ่งว่า ตอนนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการเพิ่มสิทธิต่างๆ ให้ประชาชน ผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยประชาชนได้ประโยชน์ ทั้งเรื่องค่าน้ำค่าไฟ ให้เงินของขวัญปีใหม่ หากพวกเรานำเรื่องดังกล่าวไปขยายผลในพื้นที่ เชื่อว่าพรรค พปชร.จะได้คะแนนเสียงพอสมควร นอกจากนี้อยากให้สมาชิกลองไปถามความต้องการของประชาชนว่าต้องการอะไร เพื่อนำเสนอผู้บริหารพรรค เพื่อทำนโยบายต่อไป
จัดโต๊ะจีนระดมทุน
    ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ระบุถึงการกล่าวของตนเองกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความได้เปรียบ เนื่องจากมี ส.ว. 250 คน ว่า การพูดในประเด็นนี้เป็นการพูดตามบทวิเคราะห์จากคอลัมนิสต์หลายคน ที่เขียนถึง ส.ว. 250 คน จึงทำให้ตนเห็นว่า ส.ว.มีส่วนใกล้ชิด คสช. และมีโอกาสมาสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับ คสช. ขณะเดียวกัน การจะเป็นนายกรัฐมนตรี มีเสียง ส.ว. 250 คน บวก ส.ส. 125 คน จะทำให้การบริหารงานไม่คล่องตัว แต่ปัจจุบันกระแสตอบรับพรรคพลังประชารัฐดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งได้ประเมิน ส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 120 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 30 คน และเมื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ก็จะทำให้ตัวเลขขยับขึ้น
    ส่วนกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาบอกว่าจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ระบุว่า ในช่วงการเตรียมการหาเสียง พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ที่หลายพรรคประกาศไม่จับมือกับพรรคใดในช่วงการหาเสียง หลายพรรคจะชูหัวหน้าพรรคของตัวเอง ตามรูปแบบการเมืองปกติ แต่หลังการเลือกตั้ง ท่าทีของพรรคการเมืองก็จะเปลี่ยนไป 
    รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงหนึ่งของการสัมมนา นายสุริยะกล่าวว่า กระแสของ พปชร.ดีขึ้นจากเดิม ที่มีข่าวว่าจะตั้งพรรค พปชร.เมื่อช่วงต้นปี จากเดิมมีความนิยม ร้อยละ 2 แต่ขณะนี้มีความนิยมเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เชื่อว่าเมื่อถึงช่วงเลือกตั้งกระแสก็จะดีกว่านี้ นอกจากนี้ ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้สอบถามแนวทางหาเสียง  โดยมีผู้สมัครถามว่าเวลาลงพื้นที่หากถูกถามว่าพรรค พปชร. เป็นพรรคทหารจะชี้แจงอย่างไร ซึ่งนายสุชาติได้ตอบคำถามว่า "ไม่ต้องเลือกทหาร ให้เลือกผู้สมัครของพรรคพปชร."
    นอกจากนี้ ผู้สมัครยังแสดงความเป็นห่วงในเรื่อง นโยบายเกี่ยวกับการช่วยเหลือเกษตร โดยเฉพาะเรื่องข้าว โดยแกนนำระบุว่า ได้แก้ให้ในบางส่วนแล้ว ส่วนที่ยังแก้ไขไม่ทั่วถึงจะนำไปเสนอรัฐบาลต่อไป 
    รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ พรรค พปชร.จะจัดงานระดมทุม โดยจัดโต๊ะจีนจำนวน 200 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้าน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
    ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในกลุ่มกว่า 40 คน จะลงสมัครในพื้นที่ภาคกลาง ในนามกลุ่มคนรักเฉลิมชัย ที่ร้านดาวล้อมเดือน ย่านราชพฤกษ์ ซึ่งนายเฉลิมชัยใช้เป็นห้องประชุม safe house ในการทำงานของกลุ่มคนรักเฉลิมชัยในพื้นที่ภาคกลาง 
    โดยงานนี้จะมีการเปิดใจและตอบข้อซักถามถึงกระแสข่าวต่างๆ โดยแหล่งข่าวระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ นายเฉลิมชัยจะเป็นผู้นำการต่อสู้ชิงชัยเลือกตั้งอย่างเต็มที่ และไม่มีการอ่อนข้อให้กับ คสช.และพรรคพลังประชารัฐอย่างเด็ดขาด โดยมั่นใจว่าตัวผู้สมัครแต่ละคนล้วนมีฝีมือและมีฐานคะแนนเสียงอยู่ในพื้นที่ คาดว่าน่าจะสามารถชิงพื้นที่กวาด ส.ส.เข้ามาในมือได้ไม่ต่ำกว่า 30 คน.


บ้านเมืองเราในระยะนี้........จะมีเรื่อง "ทดสอบ-ท้าทาย" กฎหมายและอำนาจรัฐเกิดขึ้นบ่อย    อย่างเช่น "ผัวฝรั่ง-เมียไทย" คู่หนึ่ง 

"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"
ว่าด้วยพิธี 'เสกน้ำอภิเษกรวม'
'นอเทรอดาม' กับปิยบุตร
สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก
'ตี๋กร่าง' กับ 'บันทึกช่วยจำ'
กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา