รุมถล่มประยุทธ์  แทรกแซงกกต.!  คุมบัตรเลือกตั้ง 


เพิ่มเพื่อน    


    พรรคไม่ร่วมโต๊ะแม่น้ำ 5 สายรุมถล่ม "บิ๊กตู่" แทรกแซง กกต. ชงพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ระบุชื่อผู้สมัครกับเบอร์เท่านั้นโดยไม่มีโลโก้พรรคการเมืองและชื่อพรรคการเมืองปรากฏ "เจ๊หน่อย" ลั่นในฐานะนักมวยร่วมสนามถามหาจิตสำนึกผู้นำ "สมชัย" ชี้เอื้อต่อการทุจริตที่ตรวจสอบยาก ขณะที่ กกต.อ้างการใส่ชื่อและโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งทำให้เกิดปัญหาสำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 
    ข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในที่ประชุม คสช.และพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ให้บัตรเลือกตั้งใช้ชื่อของผู้สมัครกับเบอร์ โดยไม่มีโลโก้พรรคการเมืองและชื่อพรรคการเมืองปรากฏอยู่นั้น ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมือง 
    เมื่อวันเสาร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ข้อเสนอที่ พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งขณะนี้สวมหมวกหลายใบ ทั้งหัวหน้าคสช. นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตชิงนายกรัฐมนตรี จากพรรคพลังประชารัฐ เวลานี้กำลังเดินหน้าชงเรื่อง บัตรเลือกตั้ง ในฐานะนักมวยร่วมสนาม ซึ่งหวังเห็นกติกาการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ขอตั้งคำถามกลับไปยังผู้มีอำนาจ 
    ข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง ซึ่งเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยที่ต้องการให้พรรคการเมืองได้คัดสรรคนที่เหมาะสมมาลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือติดปากกันว่า พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค แต่บัตรเลือกตั้งกลับจะไม่ให้พิมพ์ชื่อพรรคที่นักการเมืองสังกัด แล้วจะบังคับให้สังกัดพรรคการเมืองกันไปเพื่ออะไร ประเด็นต่อมาที่อยากฝากไว้ คือถึงที่สุดแล้ว หน้าที่ในการทำบัตรเลือกตั้งเป็นของคนทำรัฐประหารหรือหน้าที่ของ กกต.
    ที่สำคัญ ต้องถามกลับไปยังหัวหน้า คสช.ว่า กลัวอะไร ถึงจะไม่ยอมให้พิมพ์ชื่อพรรคการเมือง โลโก้พรรคการเมืองลงในบัตรเลือกตั้ง ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยอมทำตามหัวหน้า คสช. ก็เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่ขณะนี้มีสถานะเป็นผู้ลงแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย ได้ใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.และหัวหน้ารัฐบาลที่ยกตนอ้างว่าเป็นกรรมการกลาง สั่งการชี้นำ กกต.เพื่อเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองคนอื่นๆ การเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้ใช้อำนาจเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองคงจะเป็นการยาก เพราะเป็นเรื่องจิตสำนึกของผู้นำ
    คุณหญิงสุดารัตน์เรียกร้องต่อ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นกลาง ต้องไม่ยอมตกอยู่ภายใต้การควบคุม กำกับสั่งการ และการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ ขอชวนทุกฝ่ายมาร่วมกันสร้าง Free&Fair Election ไปด้วยกัน ชวนเดินสู่สนามการเลือกตั้งด้วยกติกาที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ต้องไม่มีการซื้อเสียงและใช้อำนาจรัฐอย่างเด็ดขาด
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเคยเตือนแล้วว่าการเขียนกฎหมายให้ผู้สมัครแต่ละเขตมีเบอร์ที่แตกต่างกันนั้นยุ่งยากวุ่นวาย เป็นการเพิ่มภาระให้กับ กกต.และประชาชน คนที่ติดตามการเมืองคงถึงบางอ้อว่า ทำไมจึงเขียนกฎหมายให้แต่ละเขตมีเบอร์ที่แตกต่างกัน แทนที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชน กลับเพิ่มสิ่งกีดขวาง เพิ่มภาระในการจำหมายเลขของผู้สมัคร โดยจะไม่มีแม้แต่โลโก้และชื่อของพรรคการเมืองปรากฏอยู่ ในบัตรเลือกตั้ง 
โศกนาฏกรรมเลือกตั้ง
    เขาระบุว่า หากกระทำเช่นนั้นจริง ถือเป็นโศกนาฏกรรมทางการเลือกตั้งที่ในอดีตไม่เคยมีการคิดและทำแบบนี้ ความเห็นของ พล.อ.ประยุทธ์เรื่องการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ถือเป็นสั่งการหรือการชี้นำหรือไม่ สุ่มเสี่ยงต่อการถูกตีความว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง แทรกแซงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะเรื่องพิมพ์บัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องของ กกต. ไม่เกี่ยวกับหัวหน้า คสช.
    "การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีคะแนนในระบบบัญชีรายชื่ออยู่ในบัตรเลือกตั้งใบเดียวกันนั้นด้วย เมื่อประชาชนผู้ลงคะแนนสับสน ก็จะกระทบต่อผลคะแนนทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ดังนั้นจึงสงสัยว่าการกระทำดังกล่าวต้องการที่จะสร้างความยุ่งยากสับสน เพื่อลดทอนคะแนนของผู้สมัครและพรรคการเมืองที่เป็นเจ้าของพื้นที่หรือมีคะแนนนำ เพื่อลดช่องว่างคะแนนให้เข้ามาใกล้กันมากขึ้นหรือไม่ หวังว่าการกระทำแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะจะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม เป็นการทำลายพรรคการเมือง หากดำเนินการเช่นนี้ คงยากที่ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ" นายอนุสรณ์กล่าว
    นายพิชิต ชื่นบาน ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า น่าจะขัดต่อหลักสากลการเลือกตั้งเกี่ยวกับความมีอิสระในการออกเสียงเลือกตั้ง และผู้เลือกตั้งจะมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกพรรคการเมืองที่ชื่นชอบได้อย่างไร ขณะที่คาดว่ากกต.จะสรุปรูปแบบบัตรเลือกตั้งได้ในสัปดาห์หน้า
    นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 85 ระบุว่าหีบบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งให้มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งจากการที่กฎหมายกำหนดดังกล่าว ชัดเจนว่าอำนาจหน้าที่ในการกำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา กกต.ได้ออกแบบบัตรเลือกตั้งโดยมีโลโก้พรรคปรากฏในบัตรเลือกตั้ง เพราะเล็งเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของโลโก้พรรคที่จะบ่งบอกและสื่อสารกับประชาชนที่มาใช้สิทธิลงคะแนนให้กับพรรคและผู้สมัครที่ตนชื่นชอบ อีกทั้งผู้มาลงคะแนนจำนวนมากมีอายุมากและมีความรู้ความเข้าใจที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ลงคะแนนจะใช้เป็นข้อสังเกตก่อนการลงคะแนนคือโลโก้พรรค 
    ดังนั้น การมีโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งจึงไม่มีข้อกังวลใดว่าจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือเกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบต่อพรรคการเมืองด้วยกัน เพราะทุกพรรคมีโลโก้พรรคปรากฏอยู่ในบัตรเลือกตั้งโดยเท่าเทียมกัน
    "การไม่มีโลโก้พรรคการเมืองจึงมีแต่ข้อเสียมากกว่าข้อดี ก็ขอให้กำลังใจต่อ กกต. ที่จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างมีเหตุผล และไม่ยอมจำนนต่อการถูกแทรกแซงจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะภาระหน้าที่ตามกฎหมายเป็นของ กกต. และหวังว่าสัปดาห์หน้าข้อยุติของรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่ กกต. แจ้งว่าจะชัดเจนในสัปดาห์หน้านั้นจะยังคงชื่อพรรคการเมืองและโลโก้พรรคการเมืองอยู่ดังเดิม" นายพิชิตกล่าว
"เสี่ยอ๋อย"ร่ายยาว
    ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรค ทษช. และประธานยุทธศาสตร์พรรค กล่าวว่า การหารือของ คสช.กับพรรคการเมืองที่ทำท่าทีขึงขัง เหมือนกับว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากๆ ปรากฏว่าเมื่อออกมาแล้ว ไม่มีอะไรเลยสมกับที่ทำเป็นว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญ แนวโน้มที่จะปลดล็อก คงถูกถ่วงไปใกล้วันรับสมัครเลือกตั้ง 
    ส่วนเนื้อหาที่ชี้แจงออกมาเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว และ กกต.สามารถชี้แจงเองได้อยู่แล้ว การที่มีแนวโน้มว่าจะถ่วงเวลาการปลดล็อกออกไป นอกนั้นไม่มีการประกาศยืนยันอะไรทำให้เห็นได้ว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นไปอย่างยุติธรรม คงเห็นการเอาเปรียบในการเลือกตั้งอยู่ต่อไป รวมทั้งจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เสรีเป็นธรรมอย่างที่หลายๆ ฝ่ายอยากเห็น เรื่องแรกคือการยังไม่ปลดล็อก ทำให้การที่พรรคจะรับฟังความเห็นและสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับนโยบายยังทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่เรื่องนโยบายเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับประชาชนควรจะได้รับข้อมูลและควรมีสิทธิเสนอต่อพรรคการเมืองว่ามีปัญหาอะไร และต้องการให้พรรคการเมืองมีนโยบายอย่างไร กระบวนการนี้ถูกขัดขวางมาตลอดที่ผ่านมา และคงถูกขัดขวางไปถึงนาทีสุดท้าย
    นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ส่วนที่สำคัญอีกอย่าง  การหารือเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ควรประกาศให้ชัดเจนว่าหัวหน้า คสช.จะไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งอีกต่อไป แต่ก็ไม่มีการประกาศ รวมทั้งมีคำถามว่า คสช.ยังใช้อำนาจตัวเองให้ทหารไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่วิจารณ์รัฐบาลหรือวิจารณ์นายกฯ และไม่ได้บอกด้วยว่าจะยุติการแทรกแซงสื่อหรือไม่ ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องที่หารือกันไม่มีความก้าวหน้า แล้วยังทำให้เราเห็นได้ว่าเรื่องเลวร้ายทั้งหลายไม่เป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองที่สนับสนุนนายกฯ ยังมีขึ้นต่อไป
    ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต. ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยระบุว่า เคยมีแบบแผนปฏิบัติอย่างไรในอดีต และเจตนารมณ์ของการเลือกตั้งครั้งนี้ที่ให้เป็นบัตรใบเดียว เพื่อนำไปรวมเป็นคะแนนของพรรคทั้งประเทศ ก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าชื่อพรรคหรือโลโก้ของพรรคเป็นสาระสำคัญของการกาบัตร
    ดังนั้น บัตรเลือกตั้งที่สมบูรณ์ ควรประกอบด้วย หมายเลขที่จะให้เลือก ชื่อพรรค โลโก้พรรค และชื่อผู้สมัคร หากทำได้ นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงการอ่านออกเขียนได้ของประชาชนว่าจะสามารถอ่านชื่อผู้สมัครได้หรือไม่ จึงต้องคิดให้รอบคอบ การที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้เหลือเพียงเบอร์และชื่อผู้สมัคร ถือเป็นเพียงเสียงจากประชาชนคนหนึ่ง ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาของ กกต.
"สมชัย"แย้ง"บิ๊กตู่"
    “ข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องให้บัตรเลือกตั้งมีแค่เบอร์และชื่อผู้สมัคร ไม่มีโลโก้พรรคนับว่าแย่แล้ว ข้อเสนอที่เอาแต่ง่ายของสำนักงาน กกต.ที่จะพิมพ์บัตรโหล แบบเดียวใช้ทั้งประเทศที่มีแต่เบอร์ผู้สมัครกลับแย่กว่าอีก”
    นายสมชัยยังเห็นว่า แนวคิดดังกล่าวขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวแทนบัตรสองใบในอดีต ทั้งสร้างภาระความสับสนให้แก่ประชาชนเนื่องจากเบอร์พรรคที่ต่างกันไปในแต่ละเขต และเอื้อต่อการทุจริตที่ตรวจสอบยากบัตรโกงเป็นของเขตใด
    “ความเป็น กกต. คือต้องจัดการเลือกตั้งให้ดี เป็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ และผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน มิใช่จัดเอาแค่ง่ายๆ สะดวกแค่เจ้าหน้าที่” อดีต กกต.ผู้นี้กล่าว
    นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีจะมีการจัดเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 24 ก.พ. 62 ว่าจากนี้ต่อไปขอให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย และต้องไม่มีเหตุที่จะทำให้เลื่อนเลือกตั้งได้อีก เช่น ความไม่สงบที่ พล.อ.ประยุทธ์ชอบยกขึ้นมาอ้าง หรือไม่ควรที่จับบุคคลไปปรับทัศนคติอีก เป็นต้น ส่วน กกต.ต้องจัดเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ตามระบอบประชาธิปไตย 
    อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึง ประชาชนจะสับสนมาก โดยเฉพาะแต่ละเขตเลือกตั้ง หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคเดียวกันจะไม่เหมือนกัน ดังนั้น กกต.จะต้องหาวิธีทำให้ประชาชนไม่สับสนในเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อให้การออกเสียงเป็นไปตามเจตนารมณ์ อีกทั้ง กกต.ห้ามให้ข้อมูลพรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะขณะนี้มีบางพรรคจะจัดโต๊ะจีน แสดงให้เห็นว่าเขาทราบล่วงหน้าว่าอะไรทำได้บ้าง-ไม่ได้บ้าง
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า รัฐบาลรวมถึง คสช.พยายามออกแบบกติกาการเลือกตั้งให้เอื้อประโยชน์กับการสืบทอดอำนาจทุกวิถีทาง การออกแบบบัตรเลือกตั้งอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เสนอมานั้น มองไม่เห็นเหตุผลที่สมควรใดๆ เลย นอกจากว่าจะเป็นการยิ่งสร้างอุปสรรคให้กับพรรคการเมืองและประชาชนในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เพราะหากไม่มีชื่อพรรคการเมือง ไม่มีโลโก้พรรคการเมือง ก็ยิ่งแต่จะทำให้ประชาชนสับสน จนอาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ตรงตามเจตจำนงของประชาชนที่แท้จริง
    "นี้ยังไม่นับเรื่องการจับหมายเลขของผู้สมัคร ส.ส. แต่ละพรรค ที่เป็นไปได้ว่าพรรคการเมืองจะไม่ได้ใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ แค่ในจังหวัดเดียวกันแต่คนละเขตเลือกตั้งก็คนละหมายเลขแล้ว ยิ่งไม่มีชื่อพรรค ไม่มีโลโก้พรรคอีก ยิ่งสร้างความยากลำบากในการหาเสียงและในการลงคะแนนของประชาชนอย่างแน่นอน และอีกอย่าง การที่มีแต่ชื่อผู้สมัคร ก็จะทำให้ประชาชนคุ้นกับชื่อผู้สมัครเก่าๆ ที่ถูกดูดไป อย่างนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อบางพรรคการเมืองหรือไม่" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าว
จงใจแทรกแซง กกต.
    นายปิยบุตรกล่าวว่า นี่ยังไม่นับว่านายกรัฐมนตรีมีขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างไร ถึงต้องมาออกแบบ กติกา ออกแบบบัตรเลือกตั้งได้ด้วย เพราะที่ถูกต้องคือ อำนาจและหน้าที่นี้เป็นของ กกต. อย่างนี้มองได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จงใจแทรกแซงอำนาจการทำงานของ กกต.ใช่หรือไม่ และที่น่าคิดอีกก็คือว่า พล.อ.ประยุทธ์นั้นจะมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐด้วย คือถ้าแม้แต่บนบัตรเลือกตั้ง ยังพยายามจะทำให้เกิดความยุ่งยากสับสนแบบนี้แล้ว การเลือกตั้งที่จะมาถึง จะเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส เสรี และเป็นธรรมได้อย่างไร
    ด้านนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า ในการประชุมจัดทำแผน ขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง และแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อพรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีพรรคการเมือง 2 พรรคถามถึงเรื่องบัตรเลือกตั้ง ตนได้ชี้แจงว่า เดิมทีเราคิดว่าจะมีการใส่ชื่อและโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้ง แต่จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แล้วพบว่า การใส่ชื่อและโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งอาจจะทำให้เกิดปัญหาสำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้ เพราะบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์ขึ้นจะถูกใช้ในการเลือกตั้งทั้งในและต่างประเทศ
    นายณัฏฐ์กล่าวว่า โดยเราจะต้องจัดส่งบัตรเลือกตั้งออกไปให้ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรตามเขตที่ผู้นั้นมีสิทธิ ดังนั้นจึงกังวลเรื่องการขนส่งบัตร หากเกิดปัญหาผู้ที่ลงทะเบียนไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง กกต.จะไม่สามารถจัดส่งบัตรเลือกตั้งสำรองให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้ เพราะจะต้องส่งบัตรเลือกตั้งของเขตที่ผู้ลงทะเบียนมีสิทธิ์
    "ดังนั้นบัตรเลือกตั้งจึงจะเหลือแค่หมายเลขและช่องกาบัตรเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์เลยบอกในที่ประชุมดังกล่าวว่าพรรคการเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้"
    รองเลขาธิการ กกต.กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการตัดชื่อและโลโก้พรรคออกจากบัตรเลือกตั้งเป็นการที่ คสช.แทรกแซงการทำงานของ กกต.นั้น ยืนยันไม่เกี่ยวกัน เพราะเรื่องบัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ กกต.กังวลถึงปัญหาการขนส่ง ไม่ได้เกิดจากปัญหาอื่น อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้า กกต.จะมีการพิจารณาเรื่องบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปและเริ่มดำเนินการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งต่อไป
    นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ได้เห็นหนังสือเชิญด่วนที่สุด จากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ส่งมาให้ โดยรายละเอียดในหนังสือดังกล่าว เป็นหนังสือขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน มาต้อนรับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม พร้อมคณะ ที่จะลงพื้นที่เพื่อติดตามงานนโยบายของรัฐบาล ในวันพุธ 12 ธ.ค.61 เวลา 08.00 น. ที่วัดป่าภูตคาม ต.ดงเค็ง อ.หนองสองห้อง 
หาเสียงทางอ้อม
    เขากล่าวว่า เมื่อเห็นจึงรู้สึกไม่สบายใจในเรื่องดังกล่าวเ พราะต้องไม่ลืมว่ารัฐมนตรีทั้ง 2 คน ในอีกสถานะหนึ่ง คนหนึ่งเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. และอีกคนหนึ่งเป็นเลขาฯ พรรค พปชร. ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นเหมือนการเกณฑ์เจ้าหน้าที่รัฐไปหรือไม่ ตนอยากถามว่าการลงพื้นที่ในลักษณะนี้เป็นการหาเสียงทางอ้อมหรือไม่ เป็นใช้อำนาจหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดหรือไม่
    นายก่อเแก้วระบุว่า หากดูจากสถานที่ที่นัดหมายเป็นวัดป่า ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ย่านโรงงานผลิตสินค้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมดูแล หรือย่านการค้าการขายที่กระทรวงพาณิชย์ดูแล อยากถามว่าไปดูงานหรือติดตามงานอะไรในวัด แบบนี้ถือว่าพรรค พปชร.ใช้งบประมาณของรัฐและใช้กลไกของรัฐในการลงพื้นที่หาเสียงหรือไม่
    ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่มีความชัดเจนว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามกำหนดนี้ โดยพรรคจะเดินตามโรดแมปการเลือกตั้งทุกประการ มีการเตรียมการทำงานรองรับไว้แล้ว และมีความพร้อมอย่างมาก ซึ่งในวันที่ 10 ธันวาคมนี้จะมีการประชุมพรรคเพื่อคัดเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัคร พร้อมเดินหน้าสู่กระบวนการต่อไป พรรคเราพร้อมเดินตามทุกโรดแมป ไม่ว่าจะเป็นวันใด อย่างไรก็ตาม การเปิดให้หาเสียงภายหลังมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้งในวันที่ 2 มกราคม 2562 นั้น ถือว่าเพียงพอ เพราะโดยปกติแล้วก็เปิดให้หาเสียงประมาณ 45 วันเท่านั้น
    เขากล่าวว่า การตัดสินใจลาออกของ 4 รัฐมนตรี จะเกิดขึ้นเมื่องานต่างๆ แล้วเสร็จ ตนอยากให้ดูที่พฤตินัยและผลงานในฐานะรัฐมนตรีของพวกเรามากกว่า ที่ผ่านมาก็ไม่มีการใช้ทรัพยากรของรัฐแต่อย่างไร 
    "อย่ากังวลใจกับตำแหน่งของพวกผมมากนักเลย ขอให้ดูพฤตินัย"
    ส่วนจะมีความชัดเจนก่อนวันที่ 2 มกราคมนี้หรือไม่นั้น เรื่องนี้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ได้พูดไว้แล้ว ขอให้ไปตามดู ส่วนที่เราถูกวิจารณ์ว่าในการประชุม ครม.สัญจร เราจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ตนเห็นว่าไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ถูกวิจารณ์ทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่อยากให้ดูเนื้อหา เพราะประเด็นทางการเมืองเกิดขึ้นได้ทุกวัน ครม.สัญจร คือลงไปดูแลประชาชน เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น หากบอกว่าการทำให้ประชาชนดีขึ้นเป็นการหาเสียง ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับ ครม.ด้วย เพราะผมคิดว่าต้องดูประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง อย่ามองแค่ว่าใครได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์เพื่อหยิบเป็นประเด็นทางการเมือง” นายสนธิรัตน์กล่าว
ตั้งเป้า 600 ล้าน
    เมื่อถามว่า การจัดงานระดมทุนพรรคในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 600 ล้านบาทนั้น จะขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการเรื่องนี้ ต้องดูว่าจะดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร เราไม่มีเจตนาฝ่าฝืนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเป็นเพียงการหาเงินเพื่อเตรียมผู้สมัครในอนาคต เรามองว่าการจะทำพรรคการเมืองจะต้องมีทุน จึงจำเป็นต้องจัดงานระดมทุนจากประชาชน เพื่อใช้ดำเนินการเรื่องต่างๆ ของพรรค โดยเราตั้งเป้าไว้ที่ 600 ล้านบาท 200 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้านบาท ซึ่งงานจะจัดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี 
    ผู้สื่อข่าวถามถึงผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ได้เสนอต่อที่คณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว เสนอให้ทำไพรมารีโหวตกับรายชื่อที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ โดยให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศแสดงความคิดเห็น เพราะคนที่จะได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกพรรค ซึ่งทางกรรมการบริหารเองก็เห็นด้วย หรือถ้าทำได้ดีกว่านั้น ก็อยากให้รับฟังเสียงประชาชนจากทั่วประเทศด้วยซ้ำ ว่าถ้าพรรคพลังประชารัฐมีผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ ตามรายชื่อดังนี้ ประชาชนจะคิดว่าใครเหมาะสมสุด เพราะพรรคนี้เป็นของประชาชน ต้องฟังเสียงประชาชน ส่วนจะเสนอกี่ชื่อ ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค เมื่อได้รายชื่อผู้ที่เหมาะสมแล้วถึงจะไปทาบทาม
    ถามว่าเคยเปรยกับ พล.อ.ประยุทธ์จะขอทาบทามหรือไม่ เลขาธิการพรรค พปชร.ตอบว่า ไม่เคยเปรย และไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเอากับเราด้วยหรือไม่ และจะเป็นนายกฯ อีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่ได้บอก และตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าประชาชนจะนิยมคนไหน ขอทำตามขั้นตอนของพรรคก่อน ถ้าทำไพรมารีโหวตเสร็จแล้ว ได้รายชื่อออกมา 3 อันดับ ต้องเรียงไปว่าถ้าอันดับ 1 ไม่เอาก็ต้องเป็นอันดับ 2 และอันดับ 2 ไม่เอาก็ต้องเป็นอันดับ 3 อันนี้คือหลักการทำงาน ไม่มีใครตอบได้ ตอนนี้ว่าจะเอาใคร รับรองทันเดดไลน์แน่
    อนาคตใหม่จัดรายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” ผ่านทางเพจ Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในประเด็นเกี่ยวกับการไม่เข้าร่วมประชุมหารือการเลือกตั้ง ที่จัดโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับความพร้อมของพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562
    นายธนาธรกล่าวถึงการที่พรรคอนาคตใหม่ไม่เข้าร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ คสช. เชิญทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุม ว่า คสช.ไม่มีความชอบธรรมในการจัดประชุมในครั้งนี้ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ก็กำลังจะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ลงเป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่การที่ คสช.เชิญทุกพรรคการเมืองมารับฟังและชี้แจงขั้นตอนการเลือกตั้ง ถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ แต่ไม่ว่ากฎกติกาการเลือกตั้ง กรรมการไม่ได้เป็นกลาง พรรคอนาคตใหม่พร้อมจะสู้ในกฎในกติกาที่ไม่เป็นธรรม อยากให้ประชาชนทุกคนมาร่วมส่งเสียงพร้อมกับเราว่า พอกันทีกับคณะรัฐประหาร พรรคอนาคตใหม่กับประชาชนจะจับมือกัน เพื่อเอาชนะ คสช.ในกฎที่เขาออกมาเอง
    สำหรับความพร้อมของพรรคอนาคตใหม่ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นั้น ปัจจุบันเรามีสมาชิกผู้ลงรับสมัครรับเลือกตั้งเกือบครบ 350 เขตแล้ว พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยซื้อ ส.ส. แต่ทุกคนเข้ามาร่วมเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ มีหัวใจประชาธิปไตย และทั้ง 350 คน ของพรรคอนาคตใหม่แทบไม่เคยลงเล่นการเมืองมาก่อน แต่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง ส.ส.ผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ด้วย
    สำหรับแนวนโยบายที่ชัดเจนคือ คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก โดยเราจะสร้างประเทศด้วยวิธีการสร้างบ้าน นั่นคือเริ่มต้นด้วยการสร้างฐานแห่งความมั่นคง 3 เรื่อง ได้แก่ การศึกษา การกระจายอำนาจ และรัฐสวัสดิการ นี่คือฐานที่มั่นคงสำหรับบ้านที่อนาคตใหม่จะสร้างให้กับประเทศ.


วานซืน....... ๑๒๐ คณาจารย์ โผลหัวจากง่ามตูดเพนกวิน ออกมาหนุน ๑๐ ข้อเสนอ "ล้มสถาบันกษัตริย์" ที่เวทีธรรมศาสตร์ ของฮองเฮาเกศินี ที่นายปริญญาเป็นโปรโมเตอร์ เมื่อ ๑๐ สิงหา.

'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?