ปรับหลักสูตรป.1-2'ละเว้น'วิชาการเริ่มเรียนสาระ8กลุ่มชั้นป.3


   

5 ม.ค. 61-"หมอจรัส"เผยร่างพ.ร.บ.ปฐมวัยใหม่  เขียนครอบคลุมถึงเด็ก 8ขวบ เป็นไปตามหลักสากล และพัฒนาตรงจุด    เนื้อหาในร่างฯ กำหนดปรับหลักสูตรเด็กชั้น ป.1-2 ใหม่  ไม่เร่งให้เรียน 8กลุ่มสาระวิชาเหมือนปัจจุบัน  แต่เน้นพัฒนาสมรรถนะทักษะชีวิต การช่วยเหลือตัวเอง คุณธรรมจริยธรรม และอารมณ์  เพื่อเตรียมความพร้อมการอ่านออกเขียนได้ ก่อนเรียนเนื้อหาจริงในชั้นป. 3  "อาจารย์ดารณี " ชี้เด็กจะได้ไม่ต้องคร่ำเคร่งเรียนเขียนอ่านตั้งแต่ชั้นอนุบาล เป็นวิธีพัฒนาตามวัย
    นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ตามที่คณะอนุกรรมการเด็กเล็ก ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ.... ให้ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ พิจารณานั้น ภายในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มาตรา 3 ไก้กำหนดความหมายของเด็กปฐมวัย ว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 8 ปี บริบูรณ์และให้หมายความถึงทารกในครรภ์มารดาตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงก่อนคลอดด้วย โดยสาเหตุที่ต้องกำหนดให้ครอบคลุมถึง 8 ปี เป็นการยึดตามหลักสากลที่ใช้กันทั่วโลก และยูเนสโกเองก็ได้มีการกำหนดช่วงอายุของเด็กปฐมวัย ที่ครอบคลุมถึง 8 ปีด้วย ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในระบบการศึกษาของไทย ทำให้เกิดความซับซ้อนกับระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากเด็กอายุ 3-5 ปี จะอยู่ในระดับอนุบาล และส่วนเด็กอายุ 6-8 ปี ก็อยู่ในระดับประถมศึกษา ดังนั้นในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ในมาตรา 8 จึงกำหนดระบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบ่งออกเป็น 4 ช่วง คือ 1.การพัฒนาทารกในครรภ์มารดา 2.การพัฒนาเด็กวัยแรกเกิด ถึงก่อน 3 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเรียกว่า เด็กวัยเด็กเล็ก 3.การพัฒนาเด็กวัย 3 ปีบริบูรณ์ ถึงก่อน 6 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเรียกว่า เด็กก่อนวัยเรียน และ 4.การพัฒนาเด็กวัย 6 ปีบริบูรณ์ ถึงก่อน 8 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเรียกว่าเด็กวัยช่วงรอยต่อระหว่างวัยอนุบาลกับวัยประถมศึกษา (ตอนต้น) ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 2
    “การแบ่งเป็น 4 ส่วนย่อย เพราะแต่ละส่วนมีลักษณะพิเศษอยู่ ไม่ใช่บอกว่าตั้งแต่ แรกเกิดจนถึง 8 ปี เป็นเด็กปฐมวัยทั้งหมด เพราะเวลาที่เรากำหนดเป็นส่วน จะทำให้เห็นภาพ และสามารถพัฒนาได้อย่างตรงจุด เช่น เวลาเรามองเด็กในระดับประถมศึกษา ก็จะมองแค่เรื่องการศึกษาเท่านั้น ทั้งที่ยังมีด้านอื่นๆ ที่เด็กจะต้องได้รับการพัฒนาควบคู่ อย่าง สุขภาพ ความคิดความอ่าน และอารมณ์ ไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุป หากมีผู้ที่สนใจจะอภิปรายหรือตั้งข้อสังเกตในประเด็นต่างๆ ก็สามารถเสนอมายังคณะกรรมการอิสระได้”ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าว
    ด้านนางสาวดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก ของคณะกรรมการอิสระฯ กล่าวว่า ในการยกร่างพ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติฯ ได้กำหนดอายุของเด็กปฐมวัย ให้ครอบคลุมถึง 8 ปีบริบูรณ์ เพื่อที่จะให้ทุกคนตระหนักว่า เด็กในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 ยังอยู่ในช่วงของเด็กปฐมวัย เพราะฉะนั้นในการจัดการเรียนการสอน คณะอนุกก.ฯ เด็กเล็ก จึงได้เสนอให้มีการเปลี่ยนหลักสูตร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ใหม่ จากเดิมที่เรียน 8 กลุ่มสาระ ส่งผลให้เกิดปัญหาอย่างมาก จึงให้เปลี่ยนเป็นการกำหนดลงในร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ว่า แต่ละภาคส่วนจะต้องรวมกันจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แก่เด็ก โดยเฉพาะการจัดระบบความคิดของคนในสังคม เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย ที่ต้องไม่มีการให้เร่งเรียนมากเกินไป จนทำให้เด็กรู้สึกไม่อยากเรียน และจากการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ได้มีการรับทราบถึงปัญหาในจุดนี้มาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีการประกาศใช้  ก็จะทำให้เด็กในกลุ่มนี้ จะได้รับการปรับหลักสูตรที่เน้นฐานสมรรถนะ คือ สอนพื้นฐานด้านสมรรถนะที่ต่อเนื่องจากชั้นอนุบาล เน้นพัฒนาทักษะชีวิต การช่วยเหลือตัวเอง พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม อารมณ์ และเตรียมความพร้อมเรื่องการอ่านออกเขียนได้ให้เด็ก เช่น สอนคณิตศาสตร์เกี่ยวกับพื้นฐานความคิด หรือสอนภาษาไทยให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะเข้าสู่การเรียนการสอนในส่วนของเนื้อหาในระดับประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นต้นไป นอกจากนี้หากมีการปรับหลักสูตรในลักษณะดังกล่าวก็จะส่งผลให้ การเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล ไม่ต้องมาเน้นเรื่องอ่าน เขียน ให้เด็กได้เรียนรู้ตามพัฒนาการ
    “จากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะต้องมีการปรับหลักสูตรในระดับประถมศึกษาตอนต้น โดยคำนึงถึงว่าเด็กกลุ่มนี้ยังอยู่ในช่วงปฐมวัย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาเรียนอนุบาล เด็กกลุ่มนี้ก็ยังเลื่อนชั้นไปเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1และ2 เหมือนปกติ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ก็ยังคงได้รับตามเดิม เช่น การสนับสนุนตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี ของรัฐบาล เป็นต้น“กรรมการคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก กล่าว
 


เคยสังเกตกันมั้ย? ท่ามกลาง "วิทยาการไอที" เปลี่ยนโลก บ้านเมืองไหนไม่หมุนตาม หลุด "วงโคจรโลก" เอาง่ายๆ! สำหรับบ้านเรา คงไม่หลุด เพราะทุกวันนี้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๔.๐ ก็จะเห็น

ว่าด้วย "มืดมนและอันตราย"
'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?
มาเลย์ที่ 'มีมากกว่าอายุ'
เหตุใด 'ต้องโหน' เสือดำ?
'สิทธิและหน้าที่' คนไทย
หมายเหตุ 'เราจบกันด้วยดี'