ปัดฝุ่นแผนซื้อรถเมล์ใหม่ ชงเข้าครม.ปีหน้า


   

 

"อาคม" ยิ้มออก แผนรับรถเมล์เอ็นจีวีตามเป้า ครบ489 คัน ภายในมี.ค.62 เล็งเสนอครม ม.ค.ปีหน้าทบทวนจัดหารรถใหม่ รับลูกนายกฯหนุนผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค. 62 จะรับรถเมล์เอ็นจีวีครบ 489 คัน  ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้สำหรับการจัดหารถโดยสารปรับอากาศเป็นรุ่นแรกในแผนฟื้นฟูซึ่งมีการใช้พลังงานหลายรูปแบบ ส่วนจัดหารถเมล์ล็อตต่อไปตอนนี้แผนฟื้นฟูจัดหารถเมล์ 2,188 คัน อาทิ โครงการเช่ารถเมล์ไฮบริด ,โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี, โครงการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า (อีวี) รวมถึงรถเก่าที่ปรับปรุงใหม่ อยู่ระหว่างทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่า จะนำแผนฟื้นฟู เสนอ ครม.  ภายใน ม.ค.62 หลังจากนั้น ขสมก. ต้องดำเนินการเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างต่อไปแต่ละโครงการ มั่นใจว่าโครงการจะไม่ล่าช้าซึ่งเป็นไปตามกรอบการจัดหารถใหม่ในระยะเวลา 5 ปี 

นายอาคม กล่าวต่อว่า สำหรับรถที่จะจัดหาภายในปี 62 ตามโปรแกรมเริ่มจากรถเมล์ไฮบริดและรถเมล์ไฟฟ้า เพราะนโยบายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ไว้คือ เน้นประกอบในประเทศเนื่องจากบางบริษัทได้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 60% และมีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว ดังนั้นจะกระจายงานตามโรงประกอบต่างๆ รถรุ่นใหม่ต้องการให้ผู้ประกอบการในประเทศได้งานด้วย

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน)(CHO) เปิดเผยเกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องการส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมรถเพื่อส่งมอบล็อตที่ 3 จำนวน 50 คันในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะครบ 300 คัน ส่วนที่เหลือล็อตสุดท้ายอีก 189 คัน คาดว่าจะมีการส่งมอบในวันที่ 14-15 มี.ค.2562 โดยในขณะนี้ อยู่ระหว่างการผลิตที่ประเทศจีน คาดว่าจะมาถึงไทยในช่วงปลาย ม.ค. 2562 และจะทยอยประกอบรถ อาทิ เครื่องยนต์ เครื่องปรับอากาศ ในช่วงเดือน ก.พ. และส่งมอบให้กับ ขสมก. ตามแผนที่กำหนดไว้

ส่วนการรับรู้รายได้นั้น ทางบริษัทได้มีการทยอยรับรู้รายได้การขายรถที่เริ่มนับตั้งแต่เริ่มส่งมอบรถตั้งแต่ล็อตแรกเป็นค่าตัวรถประมาณ 3.8 ล้านบาทต่อคัน และทยอยรับรู้รายได้การซ่อมบำรุงรถคิดเป็นสัดส่วนกำไร 20% โดยปีที่ 1-5 ค่าซ่อมบำรุงคิดเป็น 925 บาทต่อคันต่อวัน และปีที่ 6-10 อยู่ที่ประมาณ 1,730 บาทต่อคันต่อวัน โดยจะต้องดูแลรถทั้ง 489 คันนี้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ใช้งานได้ดีตลอด 10 ปี ส่วนงานบำรุงรักษาและซ่อมซ่อมแซมรถโดยสารฯ นั้นตามสัญญาว่าจ้างจะซ่อมบำรุงรถดังกล่าวในเขตการเดินรถที่ 1, 2, 3 และ 5 โดยได้มีการวางแผนการบำรุงรักษาและซ่อมแซมควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามในส่วนของการแก้ไขสัญญายกเลิกการติดตั้งกล่องหยอดเหรียญ (Cash Box) คาดว่าจะมีการนัดเจรจาหารือในช่วงต้นปีหน้า

นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวถึงการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารตามมติของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางในการปรับขึ้นค่าโดยสารรถ ขสมก. และรถร่วมบริการฯ อัตรา 1 บาทว่า ในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. ถึงอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม และผลกระทบในด้านต่างๆ โดยในปัจจุบัน ขสมก. เก็บค่าโดยสารรถเมล์ธรรมดา (รถร้อน) ในราคา 6.50 บาท คาดว่าจะปรับขึ้นเป็น 8-9 บาท ซึ่งไม่เกินเพดานราคาสูงสุดที่กำหนดไว้ที่ 10 บาท 

อย่างไรก็ตามขณะที่ รถเมล์ปรับอากาศ (รถแอร์) ขสมก. นั้น จากเดิมเก็บค่าโดยสารอยู่ที่ 11-23 บาท จะปรับขึ้นเป็น 13-25 บาท ในส่วนของรถเมล์ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จะใช้อัตราค่าโดยสารตามระยะทาง จากเดิม 11-23 บาท จะปรับขึ้นเป็น 15-25 บาท อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น ขสมก. อาจจะปรับราคาตามขั้นบันได หรืออัตราที่ต่ำที่สุดก่อน เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถหาข้อสรุปได้ก่อนวันที่ 21 ม.ค. 62
 


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน