ห้ามอ้างชื่อประยุทธ์ เตือน'พปชร.'ชูเป็นนายกฯ-เคารพการตัดสินใจด้วย


   

    “ประยุทธ์” ฮึ่ม! เตือนพรรคการเมืองอย่าอ้างชื่อไปตีกินบนเวทีปราศรัย ลั่นให้เกรงใจบ้างเพราะยังไม่ตอบตกลงพรรคใดเลย วิษณุเปิดคอร์สเตือนวางตัวอีกระลอก ยันต้องเป็นกลาง ห้ามชี้นำ เน้น 4 รัฐมนตรีห้ามนำนโยบายรัฐบาลไปหาเสียง แต่บอกสนับสนุนได้ เพื่อไทยตามบี้ พปชร.พันบัตรคนจน “ธนกร” สวนหมัด “เฉลิม” ซัดเป็นแค่ม้าแก่ใกล้นับถอยหลัง ปชป.เคาะชื่อ ส.ส.เขตสะเด็ดน้ำเหลือแค่ 2 เขต เล็งชงที่ประชุมใหญ่
เมื่อวันอังคาร ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมคณะ กกต. ร่วมการจับสลากแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด สำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะเกิดขึ้นจำนวน 413 คน
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ผู้ตรวจการเลือกตั้ง 413 คน จะไปปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยทำการตรวจการทำงานของกรรมการประจำหน่วย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้งหมด รวมถึงการดูแลการเลือกตั้งไม่ให้ทุจริต ซึ่งการปฏิบัติงานของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ส.ส. จะเริ่มเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง   
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงการตรวจสอบโต๊ะจีน 3 ล้านบาทของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่ายังไม่ถึงขั้นตอนเชิญสื่อมาให้ข้อมูล ยังอยู่ในกระบวนการไต่สวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งสื่ออาจพบผังการจัดโต๊ะ แต่ กกต.ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ อย่างกรณีสื่อนำเสนอเรื่องคลิปวิดีโอของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ  สำนักงานก็จะตรวจสอบ เมื่อได้ข้อมูลระดับหนึ่งก็เชิญให้สื่อมาให้ข้อมูล แต่เรื่องโต๊ะจีนยังไม่ถึงขั้นดังกล่าว   
    เมื่อถามว่า ให้เวลาพรรค พปชร. 30 วันในการชี้แจงเรื่องการจัดงานระดมทุนหากมีการเปลี่ยนแปลงเอกสาร กกต.จะตรวจสอบได้หรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยืนยันว่า สิ่งใดมีอยู่แล้วมันต้องอยู่อย่างนั้น ซึ่ง กกต.ก็มีกระบวนการไต่สวน และที่สังคมมองว่าไต่สวน 30-60 วันล่าช้าหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่ใช่ บางเรื่องเช่นผู้สมัคร ส.ว.ถูกระงับสิทธิ์ก็ใช้เวลาแค่ 5 วัน แต่บางเรื่องการแสวงหาพยานหลักฐานทำได้ยาก เวลา 30-60 วันเป็นเพียงกรอบเวลาที่เราตั้ง ว่าจะสามารถดำเนินการได้ไม่เกินนี้ และแม้เราให้เวลากับพรรค พปชร. 30 วันตามกรอบของกฎหมาย แต่กระบวนการตรวจสอบหลักฐานของเราได้เริ่มขึ้นก่อนแล้ว
      พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงตรวจสอบเรื่องการสมัครสมาชิกพรรคแลกบัตรคนจนว่า ได้ทราบว่า กกต.ประจำจังหวัดได้เชิญผู้ถ่ายคลิปมาให้ข้อมูลแล้ว   แต่จังหวัดยังไม่ได้รายงานมาที่ส่วนกลาง ส่วนใหญ่เป็นกระบวนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งต้องมีการตั้งประเด็นว่าผิดกฎหมายอะไร หลังจากนั้นจึงเริ่มกระบวนการ ตอนนี้ก็ต้องรอจาก กกต.จังหวัดรายงานการตรวจสอบดังกล่าวมาก่อน 
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีเจ้าหน้าที่รัฐนำเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแอบอ้างเป็นนโยบายพรรค พปชร.ว่า มีการชี้แจงกรณีที่กล่าวอ้างหลายอย่างด้วยกัน รวมถึงประเด็นที่โพสต์อะไรออกมาก็ออกมารับผิดกันแล้วว่าเป็นการไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิด ขอให้ฟังสิ่งที่เจ้าหน้าที่ชี้แจงไปแล้ว และในส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ ได้เตือนไปแล้ว ขอให้ระมัดระวังด้วยในการชี้แจง
บิ๊กตู่ลั่นห้ามอ้างชื่อหาเสียง
    เมื่อถามถึงกรณีแกนนำพรรค พปชร.ขึ้นเวทีหาเสียงชู พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนต่อไปนั้น มีการเทียบเชิญแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เห็นมีหลายพรรคชูประยุทธ์ตลอดทุกพรรค แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจใครสักพรรคเลย ฉะนั้นขอให้ระมัดระวังด้วย การจะเสนอหรือกล่าวชื่อตนเองในเวทีโน้นเวทีนี้ ขอเตือนไว้ด้วย ตราบใดที่ยังไม่ตอบรับกับใคร ก็อย่าพูดถึง ขอให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่มีอยู่ 
“ถ้าจะมีพรรคใดเสนอชื่อผมมา อาจจะรอเรื่องของกฎหมายต่างๆ ที่ยังไม่เรียบร้อยอยู่ก็ได้ ถึงช่วงนั้นค่อยว่ากันอีกที ผมก็ต้องพิจารณาอีกครั้งจะทำต่อไปหรือไม่ และจะตอบรับพรรคใด ก็ต้องไปดูกันตรงโน้น ขอให้เคารพในการตัดสินใจของผมด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวเช่นกันว่า พรรคเขาออกมาชี้แจงแล้ว ขอให้ไปฟังจากพรรค ตนเองไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นเรื่องของพรรค ส่วนจะเชิญผู้เผยแพร่คลิปเข้าค่ายทหารหรือไม่นั้นไม่ทราบ คงเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ซึ่งหลังจาก คสช.ปลดล็อกแล้วก็ไม่เห็นมีการเรียกใครมาปรับทัศนคติ ตอนนี้ปล่อยให้หาเสียง แต่ถ้าบิดเบือนมากก็จำเป็น  
    “ไม่มี เป็นการหาเสียง ซึ่งอาจใส่ร้ายป้ายสีกัน หากเป็นเรื่องของพรรคการเมืองก็ให้เขาว่ากันไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้เข้าไปจับตาการปราศรัย ส่วนกรณีมีเจ้าหน้าที่ติดตามนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยนั้น คงต้องไปถามนายวรชัย และให้เอาเจ้าหน้าที่คนนั้นมา แต่ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้สั่งให้จับตาอะไรเป็นพิเศษ จะสั่งไปเพื่ออะไรเปลืองคน” พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบถึงการข่าวหลังปลดล็อก คสช.มีปัญหาหรือไม่
    ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นไปช่วยพรรค พปชร. หาเสียงในบางพื้นที่ ว่าไม่มี ส่วนกรณีนายอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่นนั้น ได้สอบถามไปแล้ว เขาบอกว่าลงพื้นที่ไปทำงานในส่วนของตัวเอง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่มีนักการเมืองของพรรค พปชร.ไปอยู่ด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปหาเสียงหรือสนับสนุนใดๆ ซึ่งก็ได้กำชับไปว่าให้ระมัดระวังในการปฏิบัติตัว และย้ำเสนอว่าเมื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องวางตัวเป็นกลาง อย่าไปทำการใดให้คุณหรือโทษ ต้องระมัดระวัง
    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงหลังประชุม ครม. ว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับข้อปฏิบัติ และพึงระวังในสถานภาพของ ครม.และเจ้าหน้าที่รัฐในระหว่างการเลือกตั้ง ส.ส. โดย ครม.ชุดนี้จะมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดินตลอดระยะเวลาตั้งแต่มี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส.จนได้ ครม.ชุดใหม่ว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการ การอนุมัติโครงการที่ผูกพันต่างๆ สามารถดำเนินการได้ตามปกติ
    นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า นายวิษณุยังได้ชี้แจงเรื่องการวางตัวของ ครม. รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องเป็นกลางทางการเมือง สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่แสดงอาการสนับสนุนหรือคัดค้านผู้สมัคร ส.ส.คนหนึ่งคนใดเป็นพิเศษ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกระทำการใดๆ ที่เป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครนักการเมือง ได้แก่ ไม่สามารถไปปราศรัยหาเสียง ไม่แนะนำ ไม่ชี้แนะ ไม่ให้สัมภาษณ์ให้เลือกหรือไม่เลือกผู้ใด หรือไม่ลงคะแนนโนโหวต ไม่สามารถโฆษณาหาเสียงโดยจัดให้มีมหรสพ หรืองานรื่นเริงใดๆ ไม่เลี้ยง หรือไม่รับจัดเลี้ยงให้ผู้ใด ไม่หลอกลวงขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายหรือจูงใจให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใดๆ แต่สามารถเชิญชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ โดยต้องละเว้นการพาดพิงไปยังพรรคการเมืองหรือผู้สมัครใดๆ
    “การขึ้นกล่าวใดๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือข้าราชการการเมืองต้องไม่ไปปนกับการปราศรัยหาเสียง ต้องไม่ติดภาพ หรือเครื่องหมายของพรรคการเมืองใดๆ และเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถกระทำการใดๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดๆ อันอาจทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองใด จะครอบคลุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองขาดอิสรภาพไม่ได้”นายพุทธิพงษ์กล่าว
ห้ามนำนโยบายรัฐหาเสียง
    เมื่อถามว่า เป็นเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับพรรค พปชร.ค่อนข้างมาก จึงต้องมาย้ำใน ครม.อีกครั้งหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ตอบว่า ไม่มี และตามหลักการกฎหมายเขียนไว้ชัด เช่น เรื่องการระดมทุนสามารถทำได้ แต่ตัวรัฐมนตรีไม่เหมาะขึ้นไปเชิญชวนหรือไปช่วยระดมทุน เพราะยังมีตำแหน่งหน้าที่อยู่ ส่วนกรณี 4 รัฐมนตรีนั้นจะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงได้หรือไม่ในเวลานอกราชการนั้น กฎหมายเขียนไว้ระบุว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีตำแหน่งอยู่ต้องพึงปฏิบัติ ไม่สามารถไปพูดเชิญชวนให้ใครเลือกใครเป็นพิเศษ ฉะนั้นรัฐมนตรีคนใดที่จะไปขึ้นเวทีต้องรู้ว่าพูดได้แค่ไหน และเหมาะสมหรือไม่ หากทำแล้วถูกร้องเรียนอาจเป็นปัญหาในอนาคต และอาจเสี่ยงหากจะไปขึ้นเวทีปราศรัย แม้ในข้อเท็จจริงรัฐมนตรี ข้าราชการ ประชาชน สามารถเป็นสมาชิกพรรคได้ ไม่ผิด ทั้งนี้ แต่ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงสถานการณ์ดำรงตำแหน่งของ 4 รัฐมนตรี
    ถามย้ำว่า 4 รัฐมนตรียังนำเสนอเรื่องนโยบายของพรรคบนเวทีปราศรัยได้ใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อสังกัดพรรคแล้วไปพูดเรื่องนโยบายสามารถทำได้ แต่ถ้าเอาตำแหน่งไปพูดว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วบอกว่าถ้าเลือกพรรคนี้แล้วจะได้สานต่อนโยบายต่อไปไม่ได้ เพราะต้องแยกนโยบายพรรคกับรัฐบาลให้ชัดเจน มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าเอานโยบายรัฐไปหาเสียง แต่ถ้าบอกว่าพรรคนี้สนับสนุนนโยบายนี้ของรัฐบาลนี้ เพราะเป็นนโยบายที่ดี และอยากสานต่อได้รับเลือกมาเป็นรัฐบาลสามารถทำได้
    ขณะที่นายชุมสาย ศรียาภัย ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เดินทางมายื่นคำร้องให้ประธาน กกต. ตรวจสอบกรณีพรรคการเมืองหนึ่งรับสมัครสมาชิกพรรคพ่วงแจกบัตรสวัสดิการของรัฐ และแจกเงิน 100 บาท เป็นพฤติการณ์ที่เชื่อว่าเข้าข่ายกระทำความผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และการเลือกตั้ง ส.ส. โดยนำหลักฐาน ภาพถ่าย คลิป และเนื้อหาข่าวมามอบด้วย 
นายชุมสายยังกล่าวถึงกรณีนายอำเภอออกมาชี้แจงว่าการรับสมัครสมาชิกของพรรคและแจกบัตรสวัสดิการเป็นคนละวันนั้น ว่าจะไม่มีผลลดทอนน้ำหนักการร้องในเรื่องนี้ เพราะถ้ามีพฤติการณ์ที่ทำจริง กกต.ก็มีอำนาจตรวจสอบได้อยู่แล้ว ส่วนผู้ถ่ายคลิปถูกเรียกไปปรับทัศนะนั้น ก็เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องสอบสวนต่อไป    
    ขณะเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางมายื่นข้อมูลเพิ่มเติมให้ กกต. หลังได้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติการเป็นหัวหน้าพรรคของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. โดยเป็นข้อมูลที่นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรค พปชร. ยอมรับว่า นายอุตตมไม่ได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและสมาชิกพรรคในวันที่ พปชร.ประชุมใหญ่และเลือกนายอุตตมเป็นหัวหน้าพรรค ดังนั้นจึงถือว่านายอุตตมเป็นคนนอกที่มารับตำแหน่งตามมาตรา 28 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค
    “พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าอยากเล่นการเมืองก็ต้องหาพรรคใหม่ให้เสนอชื่อด้วยความหวังดี” นายเรืองไกรระบุ
    มีรายงานข่าวจาก กกต.แจ้งว่า กรณีการร้องเรียนนายเรืองไกรนั้น ฝ่ายเลขานุการของนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ซึ่งนายอุตตมไม่มีปัญหาในข้อกฎหมายตามที่ระบุ กกต. จึงได้ออกหนังสือรับรองการตั้งพรรคให้กับ พปชร.
    วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ โดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัย พท. ระบุว่า ภท.ไม่มีคะแนนนิยม และจะแพ้การเลือกตั้งในภาคอีสานอีกครั้งว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเพิ่งทราบเนื้อหาปราศรัย และไม่คิดตอบโต้อะไร เพราะเคารพรัก ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะนักการเมืองอาวุโส 
“การที่ท่านเฉลิมออกมาระบุบนเวทีปราศรัย เราจะรับฟังแล้วนำไปแก้ไขให้ผู้สมัครเราทำงานมากขึ้น ส่วนที่มองว่าพรรคจ้องแต่เป็นรัฐบาล ก็คงไม่จริง เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาเราก็เป็นฝ่ายค้าน” โฆษก ภท.กล่าว 
นับถอยหลัง ดร.เหลิม
    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิมปราศรัยพาดพิง พปชร.จะแพ้แน่นอนว่า ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ร.ต.อ.เฉลิมก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังโม้อมตะ ชมตัวเอง พูดแต่เรื่องตัวเองกว่า 40 นาที ทั้งที่ชาวบ้านอยากฟังนโยบาย การปราศรัยครั้งแรกของ ร.ต.อ.เฉลิมน่าผิดหวังอย่างมาก ไม่สมราคาคุย      
    “เห็น ร.ต.อ.เฉลิมปราศรัยแล้วรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนม้าแก่ที่วิ่งไม่ไหวแล้ว ถึงผมจะเป็นม้าไม่มีชั้นตามที่ ร.ต.อ.เฉลิมเคยดูแคลนไว้ แต่ก็ยังวิ่งดีอยู่ ไม่อยากพูดมาก เจ็บคอ เพราะถือเป็นการนับถอยหลังของ ร.ต.อ.เฉลิมแล้ว” นายธนกรกล่าว และว่า ส่วนที่ระบุว่า 4 รัฐมนตรียังไม่ลาออกต้องมีหิริโอตตัปปะนั้น อยากถาม ร.ต.อ.เฉลิมว่า สะกดคำว่าหิริโอตตัปปะถูกด้วยหรือ 4 รัฐมนตรีมีธรรมาภิบาลไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเหมือนอดีตรัฐมนตรีบางคน
    ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่าในการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครที่มีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นประธานที่คัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต ทั้ง 350 เขต พิจารณาครบทั้ง 350 เขตแล้ว เพื่อนำรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ โดยได้แขวนไว้ 2 เขตคือ จังหวัดอุบลราชธานี เขต 2 และสงขลา เขต 1 ที่ยังมีปัญหาไม่ลงตัว ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อคณะกรรมการสรรหายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากต้องนำรายชื่อผู้สมัครที่ผิดหวังจากระบบเขตมาพิจารณาร่วมด้วย ส่วนบัญชีรายชื่อนายกฯ ในที่ประชุมไม่มีการหารือ
    จ.นครราชสีมา ที่ตลาดใหม่แม่กิมเฮง ถ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมกรรมการบริหารพรรค นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค 14 เขต สวมผ้าโพกหัวสีแสด มีโลโก้เป็นรูปภาพอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และเขียนว่า ย่าโม ออกศึกถือป้ายหาเสียงรอบตลาด 
    ขณะที่นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 จ.สมุทรปราการ พปชร. พร้อมนายต่อศักดิ์ อัศวเหม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 จ.สมุทรปราการ น้องชายลงพื้นที่แนะนำตัวเองกับประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดปากน้ำ หรือตลาดวิบูลย์ศรี และตลาดหัวเกาะ พร้อมเชิญชวนให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ 
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุราคาสินค้ามีขึ้นมีลงตามกลไกตลาด ไม่ใช่เศรษฐกิจไม่ดี ว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์อยู่แต่ในกรมกอง ไม่เคยสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของประชาชน การลงพื้นที่แต่ละครั้ง ทั้งการตรวจราชการ หรือไปประชุม ครม.สัญจร ก็ล้วนแต่มีการสร้างภาพให้ดูดี ซึ่งไม่ใช่ชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของประชาชน ต่างจากตนเองที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนมาตลอดชีวิตราชการ ซึ่งประชาชนทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดบ่นเป็นเสียงเดียวกันเรื่องปัญหาปาก จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับความจริงตรงนี้บ้าง ซึ่งคนที่ไม่เคยสัมผัสประชาชนจะไม่มีทางแก้ปัญหาให้ประชาชนได้.


ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?     เป็นข่าวใหญ่โตว่า ประชาธิปัตย์ถูกหักหลัง  เพราะนโยบายรัฐบาล ไม่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาธิปัตย์เสนอหรือถ้ามี ก็ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน 

จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'
นัยการ 'ไป' ของธนาธร