พรรคตระกูลเพื่อโหน'อุ๋ย'


   

    "บิ๊กตู่" เมินโต้ 8 เหตุผลไม่สนับสนุนนั่งนายกฯ ถาม "หวังผลอะไร"  "ประวิตร" ยัวะ "หม่อมอุ๋ย" ลั่นไม่คุย แก่ๆ ด้วยกันแล้ว "บัวแก้ว" ปัดไทยเอาใจจีนเป็นพิเศษ ระบุเป็นมหามิตรทุกประเทศ "พรรคสายแม้ว" ดาหน้ารุมกินโต๊ะ "พท." จี้นายกฯ ชี้แจง "ทษช." ซัดมีสำนึกต้องลาออก "พ.พ.ช." ขย่มอย่าปล่อยให้ทำประเทศตกต่ำอีก 
    เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธจะแสดงความคิดเห็นกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เขียนบทความวิจารณ์การทำงานรัฐบาล และตั้ง 8 เหตุผลที่ไม่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อว่า ไม่มีความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว 
    ถามว่า หม่อมอุ๋ยได้เน้นชัดว่ารัฐบาลนี้เอื้อนายทุนและคนสนิทที่ร่วมกันตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันว่า "ผมไม่มีหรอก แล้วมันมีหรือไม่ล่ะ มันเกิดอย่างที่เขาพูดหรือไม่ ไม่ได้เกิดสักอัน"
    ซักว่า ทำไมช่วงนี้ถึงมีการโจมตีนายกฯ ค่อนข้างมาก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไปถามเขาสิ ไปถามว่าเขาหวังผลอะไร
    นายกฯ กล่าวถึงการปรับตัวหลังจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้แล้วว่า ส่วนตัวได้ปรับตัวเองมาโดยตลอด โดยทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย อะไรทำได้ก็ทำ วันนี้ทุกคนทราบดีว่านายกฯมีหน้าที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงนี้ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ขึ้นมา เป็นหน้าที่ที่ตนต้องรับผิดชอบ อีกส่วนคือหน้าที่หัวหน้า คสช. โดยได้ปลดล็อกไปหลายประการ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม 
    "นายกฯ ต้องทำตามกฎหมายที่มีอยู่ และวันนี้ได้ย้ำเตือนในที่ประชุม ครม.อีกครั้ง ว่ารัฐมนตรีควรจะทำตัวอย่างไรบ้าง ตราบใดที่ยังไม่ขัดข้อกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการได้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยรวม" นายกฯ กล่าว
    ถามถึงผลสำรวจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งถามประชาชนเกี่ยวกับการบริหารงาน 4 ปีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่อยากให้มองแค่ผลงานหรือประเมินค่าของรัฐบาล หรือใครรักไม่รักตนและรัฐบาล เพราะสิ่งเหล่านี้จะต้องมาจากประชาชน วันนี้มีสถิติออกมามากมาย บางแห่งก็สูงบางแห่งต่ำ บางที่ 60 เปอร์เซ็นต์ บางที่ 40 เปอร์เซ็นต์ บางที่เหลืออยู่แค่ 30 เปอร์เซ็นต์ การรักนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะคนไม่ชอบอย่างไรก็จะไม่ชอบ ส่วนคนชอบอย่างไรก็ชอบ แต่ส่วนตัวเป็นห่วงคนตรงกลาง ซึ่งต้องระมัดระวังการบิดเบือน
    "อยากให้ทุกคนช่วยกันสร้างความเข้าใจในยุทธศาสตร์ชาติ แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าทุกคนใช้ความพยายาม ก็จะเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ และขอขอบคุณประชาชนที่เข้าใจ แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็จะอธิบายให้มากขึ้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่อง ม.ร.ว.ปรีดิยาธรว่า ไม่ต้องคุย คุยทำไม เมื่อเขามีความคิดเช่นนั้นจะไปคุยอะไร แก่ๆ ด้วยกันแล้ว 
    ถามว่า การออกมาครั้งนี้จะเกี่ยวพันไปถึงใครหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงต้องไปถามม.ร.ว.ปรีดิยาธรว่าทำไมถึงเขียนข้อความมาเช่นนั้น มาถามอะไรตน
    เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ปฏิเสธจะแสดงความเห็นเรื่อง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เพราะการจะวิจารณ์ใครนั้นจะต้องคิดไตร่ตรองให้ดี ดังนั้นจะขอพูดในส่วนของตน ซึ่งรู้จักกับ พล.อ.ประยุทธ์มาเกิน 40 ปี เชื่อมั่นในตัวท่านว่ามีความผู้นำสูง มีความสามารถ มีความตั้งใจ เป็นคนที่คิดแต่สิ่งที่ดีๆ
    "เราอยู่กันมาตั้งแต่เด็ก ผมไม่ได้เชียร์ แต่จากที่อยู่กันมารู้ว่าท่านมีความรู้ ความสามารถ ความตั้งใจ ความรับผิดชอบ ผมยืนยันเต็มเปี่ยม ส่วนใครวิจารณ์อะไรนั้น ต้องไปถามเขาเอง" พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
    ถามว่า มีการตั้งข้อสังเกต พล.อ.ประยุทธ์ให้อำนาจทหารมากกว่าพลเรือน รมว.มหาดไทยกล่าวว่า หากจะมองในช่วงนี้ก็อาจจะเป็นได้ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาเกิดวิกฤติความขัดแย้งอย่างรุนแรง จนทำให้มีเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2557 โดยก่อนหน้านี้มีการใช้อาวุธต่อประชาชน ฉะนั้นตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ขณะนั้นที่ต้องไปดูความเรียบร้อยคือทหาร หากจะมองในมุมนี้ก็สามารถมองได้ แต่อยากบอกสังคมว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา รู้อย่างเดียวว่าสิ่งที่ คสช.อยู่ได้คือ ประชาชนเอา ไม่ใช่ปืน อาวุธ หรือเจ้าหน้าที่ 
    "ถ้าหากประชาชนไม่เอา วันนี้ไม่เกิน 2-3 ชั่วโมงก็อยู่ไม่ได้แล้ว ผมมั่นใจ ซึ่งโอกาสที่ประชาชนให้ทำงานคือ สิ่งที่นายกฯ เร่งทำอยู่ แต่เน้นว่าจะต้องสงบ และบูรณาการทุกภาคส่วนให้มาช่วยทำงานทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน รวมถึงกลไกของรัฐทุกส่วน ส่วนการให้กำลังใจนายกฯ นั้น ก็มีบ้างตามโอกาส แต่ส่วนมากก็ขอให้ท่านใจเย็น อารมณ์ดี เรื่องกำลังใจนายกฯ มีอยู่แล้ว เพราะท่านเป็นคนสู้ต่อสถานการณ์ทุกอย่าง" รมว.มหาดไทยกล่าว
    ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวชี้แจงกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธรระบุ พล.อ.ประยุทธ์เอาใจจีนมากกว่าประเทศมหามิตรอื่นว่า คงไม่ใช่ เพราะไทยเป็นเพื่อนกับทุกประเทศ ส่วนจีนเป็นประเทศใหญ่และสำคัญ และเราใกล้ชิดกันมานานแล้ว ระยะหลังๆ พึ่งพาอาศัยกันมาตลอด แต่ไม่ใช่จีนประเทศเดียว ยังมีญี่ปุ่น ประเทศตะวันออกกลาง ประเทศในสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกาที่เป็นดังมหามิตร 
    "ที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรอ้างถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงเทพฯ-หนองคายนั้น ถ้าพูดกันแบบตรงไปตรงมา ประเทศในเอเชียด้วยกันที่มีความสามารถทำได้คือญี่ปุ่นและจีน นอกนั้นจะเป็นประเทศทางตะวันตก และการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงฯ ไม่ได้มีแค่เรื่องก่อสร้างอย่างเดียว แต่มีเรื่องของการช่วยเหลือสินค้าเกษตรของไทยจากจีนด้วย อย่างไรก็ตาม มันคิดได้ทั้งนั้นว่าเรามีอะไรเป็นพิเศษกับจีน สหรัฐ และญี่ปุ่น เพราะในความเป็นจริงเราเป็นเพื่อนกัน มีโครงการความร่วมมือหลายอย่าง" รมว.การต่างประเทศกล่าว
    ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเรื่อง ม.ร.ว.ปรีดิยาธรว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบคำถามด้วยตัวเองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนและสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรมีชาติตระกูลดี เป็นมืออาชีพ ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการทุจริต ออกมาเตือนด้วยความปรารถนาดี ห่วงใยต่อประเทศชาติและประชาชน ไม่น่าจะมีวาระแอบแฝงใดๆ 
    "คนระดับรองนายกฯ ที่มีความน่าเชื่อถือ ต้นทุนสูง ทำงานมาด้วยกัน เมื่อออกมาพูด ประชาชนจึงต้องการฟังคำตอบจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่สำคัญมีข่าวว่าพรรคการเมืองหนึ่งจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านต้องมีความสง่างาม และจากนี้ไปถ้ามั่นใจว่าจะเข้าสู่การเมือง ต้องกล้าตอบคำถาม" นายอนุสรณ์กล่าว 
    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า การเปิดเผยของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ซึ่งเป็นรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจที่ทำงานร่วมกันมา และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องใส่ร้าย น่าจะต้องมีหลักฐานด้วย ซึ่งทั้ง 8 เหตุผลนี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์หมดความชอบธรรมที่จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก และหากมีจิตสำนึกที่ดีควรจะต้องลาออกตั้งแต่ตอนนี้แล้ว 
    เช่นเดียวกับ นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรระบุ 8 เหตุผลที่ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกทุกประการ แค่ 4 ปีเศษ ประเทศยังตกต่ำลงไปได้ขนาดนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์คิดจะสืบทอดอำนาจอยู่ต่อ ประเทศจะตกต่ำลงไปอีกแค่ไหน.


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?