รมว.คมนาคม-พม.มอบของขวัญปีใหม่ ‘สัญญาเช่าที่ดิน รฟท.’ ให้ชุมชนตลาดบ่อบัว ด้าน พอช.สนับสนุนงบ 7 ล้านบาทสร้างบ้านมั่นคงบนที่ดินรถไฟ 99 ครอบครัว


   

 

ฉะเชิงเทรา/ กระทรวงคมนาคม-พม.มอบของขวัญปีใหม่สัญญาเช่าที่ดินการรถไฟฯ 6 ไร่เศษให้ชาวชุมชนตลาดบ่อบัว จ.ฉะเชิงเทรา เช่าระยะยาว 30 ปี ขณะที่ พอช.มอบงบ 7 ล้านบาทสนับสนุนสร้างบ้านมั่นคง 99 ครัวเรือน รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ รวม 2,562 หลัง

 

วันนี้ (26 ธันวาคม) ที่ชุมชนตลาดบ่อบัว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา มีพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินการรรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้กับชาวชุมชนตลาดบ่อบัว โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พมจ.ฉะเชิงเทรา นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ผู้แทนเครือข่ายสลัมสี่ภาค ชาวชุมชนตลาดบ่อบัว และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานประมาณ 200 คน

 

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่โครงการมอบสัญญาเช่าที่ดินให้ชาวชุมชนตลาดบ่อบัวสำเร็จลงได้เพราะความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งกระทรวงคมนาคม พม. และ พอช.ที่ร่วมกันขับเคลื่อน โดยเฉพาะโครงการบ้านมั่นคงที่จะมารองรับชาวชุมชนบ่อบัวหลังจากที่ได้สัญญาเช่าที่ดินแล้ว โดยมีระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี หลังจากนั้นกระทรวงคมนาคมและการรถไฟก็จะไม่ทอดทิ้งประชาชน เหมือนกับที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขณะเดียวกันชาวชุมชนตลาดบ่อบัวก็จะต้องร่วมกันพัฒนาที่อยู่อาศัยตรงนี้ให้มีความสวยงาม น่าอยู่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องช่วยกันส่งเสริมเรื่องอาชีพของชาวชุมชน รวมทั้งเรื่องการศึกษาของลูกหลานซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเพื่อให้เติบโตมีงานทำ

 

“ส่วนข้อตกลงกับเครือข่ายสลัมสี่ภาคในเรื่องการขอเช่าที่ดินจากการรถไฟฯ ในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ชาวชุมชนได้อยู่อาศัยอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับชาวชุมชนตลาดบ่อบัวนั้น ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ในระหว่างการเร่งรัดดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยตามนโยบายของรัฐบาล” รมว.คมนาคมกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม นอกจากชุมชนตลาดบ่อบัวที่ได้สัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟฯ แล้ว ยังมีชุมชนรอบเมือง 2/1 อ.เมือง จ.ขอนแก่น รวม 40 ครอบครัว และชุมชนหนองยวง จ.ตรัง รวม 26 ครอบครัว ที่ได้รับอนุมัติเบื้องต้นจากคณะกรรมการการรถไฟฯ ให้เช่าที่ดินแล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทำสัญญา นอกจากนี้การดำเนินโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. ตั้งแต่ปี 2546-2561 จำนวน 545 โครงการ รวม 55,226 ครัวเรือน ในจำนวนนี้เป็นที่ดินของการรถไฟฯ จำนวน 103 โครงการ รวม 10,240 ครัวเรือน


 

พลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผช.รมว.พม. กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม และการสร้างโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการและบริการของรัฐ โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงความมั่นคงในที่อยู่อาศัย โดยรัฐบาลได้มอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ ‘พอช.’ มีเป้าหมายภายในปี 2579 คนไทยทุกคนจะต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง

 

“แต่ปัญหาที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐ เช่น ที่จังหวัดตราดเป็นที่ดินของกรมเจ้าท่า ประชาชนเข้าไปสร้างบ้านอยู่อาศัย ดังนั้นจึงต้องมีความร่วมมือในระดับทวิภาคี เป็นความร่วมมือของหลายฝ่าย เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวง พม. เพื่อทำตามนโยบายเรื่องที่อยู่อาศัยของรัฐบาล วันนี้จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่หลายหน่วยงานมาร่วมกัน และมอบของขวัญให้แก่ประชาชน” พลเอกสุรศักดิ์กล่าว

 

นางจินดา พุ่มเจริญ ผู้นำชุมชนตลาดบ่อบัว เล่าว่า ชาวชุมชนชุมชนตลาดบ่อบัวอยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟมานานประมาณ 60 ปี ส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขายในตลาดบ่อบัว ตอนแรกชุมชนมีสัญญาเช่าที่ดินกับการรถไฟฯ แต่ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 การรถไฟฯ ไม่ต่อสัญญาเช่าที่ดินให้กับชาวชุมชน เพราะต้องการให้เอกชนรายใหญ่เช่าที่ดินเพื่อพัฒนาสร้างรายได้ให้แก่การรถไฟฯ ชาวชุมชนจึงรวมตัวกันเรียกร้องมาตลอดเพื่อขอเช่าที่ดินจากการรถไฟเพื่ออยู่อาศัยในที่ดินเดิม แต่ชาวชุมชนบางส่วนได้จัดทำโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. แล้วย้ายไปซื้อที่ดินใหม่เพื่อปลูกสร้างบ้าน ขณะที่ชาวชุมชนเดิมได้เข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายสลัมสี่ภาคตั้งแต่ปี 2557 และร่วมเจรจาต่อรองเพื่อขอเช่าที่ดินจากการรถไฟฯ จนประสบผลสำเร็จในที่สุด โดยคณะกรรมการการรถไฟฯ มีมติให้ชุมชนตลาดบ่อบัวเช่าที่ดินเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

 

ผู้นำชุมชนตลาดบ่อบัวบอกด้วยว่า ตามแผนงานชาวชุมชนตลาดบ่อบัวจะทยอยรื้อบ้านเก่าที่มีสภาพทรุดโทรมเพื่อสร้างบ้านใหม่ประมาณช่วงต้นปี 2562 ขนาดที่ดินครอบครัวละ 12 ตารางวา แบบบ้านมี 2 แบบ คือ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ราคาประมาณ 390,000 บาท และบ้านแฝด 2 ชั้น ราคาประมาณ 410,000 บาท รวมทั้งหมด 99 ครอบครัว ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี โดยก่อนหน้านี้ชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2557 ออมเพื่อสร้างบ้านเดือนละ 600-1,000 บาท ขณะนี้มีเงินออมรวมกันประมาณ 800,000 บาทเศษ

 

ทั้งนี้การจัดงานในวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการมอบของขวัญปีใหม่ 2562 จากรัฐบาลให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย โดยใช้ชื่องานว่า “ประชารัฐร่วมใจ มอบที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน” โดย รมว.คมนาคมมอบสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณชุมชนตลาดบ่อบัว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เนื้อที่ 6.7 ไร่ ระยะเวลาเช่า 30 ปี อัตราค่าเช่า 20 บาท/ตารางเมตร/ปี (ปรับอัตราค่าเช่าขึ้น 5% ทุก 5 ปี โดย 2 ปีแรกจะคิดค่าเช่า 50%) เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ชาวชุมชนตลาดบ่อบัว จำนวน 99 ครัวเรือน โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณตามโครงการบ้านมั่นคง รวมทั้งหมด 7.1 ล้านบาทเศษ แยกเป็นงบพัฒนาสาธารณูปโภค 4.45 ล้านบาท (ครัวเรือนละ 45,000 บาท) งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย 2.47 ล้านบาท (ครัวเรือนละ 25,000 บาท) ฯลฯ

 

 

ในงานวันนี้ยังมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือการพัฒนา “โครงการบ้านมั่นคงในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย” ระหว่างการรถไฟฯ กระทรวงคมนาคม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ขบวนองค์กรชุมชน จ.ฉะเชิงเทรา เครือข่ายสลัม 4 ภาค และจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในที่ดินของการรถไฟฯ บริเวณชุมชนตลาดบ่อบัว ให้มีความมั่นคง สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน รวมทั้งร่วมกันดูแลสภาพแวดล้อม โดยมีกฎ ระเบียบในการอยู่อาศัยร่วมกัน ฯลฯ

 

 

 

นอกจากการมอบสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟฯ ให้ชาวชุมชนตลาดบ่อบัวแล้ว กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และ พอช.ยังมีเป้าหมายในการมอบที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2562 รวม 2,562 ครัวเรือน โดยแยกเป็น บ้านมั่นคง จำนวน 1,115 หลังคาเรือน บ้านพอเพียงชนบท จำนวน 1,235 หลังคาเรือน และบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว จำนวน 212 หลังคาเรือน

 

สำหรับของขวัญปีใหม่ที่มอบให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยไปแล้ว เช่น จังหวัดสุโขทัย มอบบ้านมั่นคงเมืองจำนวน 486 หลังคาเรือน บ้านพอเพียงชนบท จำนวน 221 หลังคาเรือน รวม 707 หลังคาเรือน จังหวัดหนองคาย พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. มอบบ้านพอเพียงชนบท จำนวน 150 หลังคาเรือน เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม

 

จังหวัดจันทบุรี มอบบ้านมั่นคงเมือง จำนวน 186 หลังคาเรือน มอบเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม จังหวัดตรังมอบบ้านมั่นคง จำนวน 180 หลังคาเรือน บ้านพอเพียงชนบท จำนวน 332 หลัง รวม 512 หลังคาเรือน มอบในวันที่ 21 ธันวาคม, บ้านพอเพียงชนบทจังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 220 หลัง จะมอบในวันที่ 11 มกราคม 2562 และบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว จำนวน 212 หลัง จะมอบในวันที่ 21 มกราคม 2562 ฯลฯ

ทั้งนี้การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทของ พอช. เป็นการดำเนินงานตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปีของกระทรวง พม. (พ.ศ.2560-2579) จำนวน 1,053,702 ครัวเรือน