ยํ้าไม่เลื่อนเลือกตั้ง! 'บิ๊กตู่'ยันเดินตามโรดแมป24ก.พ.เร่งออกพ.ร.ฎ.


   


    "บิ๊กตู่" ยันเลือกตั้งตามโรดแมป เร็วสุดคือ 24 กุมภาพันธ์ รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังจะดึงการเลือกตั้งออกไป แต่ก็สุดแล้วแต่ว่าจะทำได้หรือไม่ ยันต้องเร่งออกพระราชกฤษฎีกาประกาศเลือกตั้ง ขณะที่ "ม.จ.จุลเจิม" เสนอเลื่อนไปวันที่ 13 พ.ค. หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
    เมื่อวันที่ 2 มกราคม หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chulcherm Yugala ความว่า รัฐบาลไหน? เก่าหรือใหม่? ควรจะเป็นผู้ดูแลรับสนองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งสำคัญยิ่งนี้ เมื่อมีประกาศสำนักพระราชวังเรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อย่างเป็นทางการไปแล้ว
    ตั้งแต่วินาทีแรกที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รัฐบาล คสช. (รัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่รับสนองงานพระราชพิธีอันเป็นมหามงคล ของพระราชอาณาจักร และประชาชนชาวไทยนี้ จนกว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะแล้วเสร็จ!? เพราะฉะนั้น........
    “กกต.สมควรเลื่อนเลือกตั้งออกไปเป็นวันที่ 19  พฤษภาคม 2562 หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสร็จสิ้น ซึ่งจะเป็นการเหมาะสมที่สุด”
    อย่างไรก็ตาม หม่อมเจ้าจุลเจิมระบุว่า เป็นความเห็นส่วนตัว ในการเสนอแนะโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยครับ ไหนๆ ก็ทนรอกันมาได้ หากจะลงแดงตายกัน ก็ให้มันรู้กันไป
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงโรดแมปการเลือกตั้งจะยังคงเป็นวันที่ 24 ก.พ.หรือไม่ว่า ยังไม่ได้พูดอะไรในเรื่องนี้ แต่หลายอย่างยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วันเลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้กำหนด หลังจากมีการกำหนดวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีรายละเอียดต่างๆ รวมถึงพิธีที่เกี่ยวเนื่อง ก็สุดแล้วแต่จะว่าอย่างไร สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้ คืองานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นงานสำคัญของคนไทยและประเทศไทย โดยเราสามารถดำเนินการคู่ขนานไปด้วยกันได้ จึงขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วย
    นายกฯ กล่าวว่า จะเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ได้บอกไปแล้วว่าเป็นเหตุและผลของ กกต. ซึ่งส่วนตัวไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ตนยังยึดหลักการตามโรดแมป ที่หลังจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ ในวันที่ 11 ธ.ค.61 จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ขอให้จำไว้ว่าจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. ซึ่งจะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน โดยเราได้กำหนดชั้นต้นว่า การเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ควรจะเป็นวันใด 
    "ถ้าเร็วที่สุดคงเป็นวันอาทิตย์สัปดาห์แรก คือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 62 นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้มุ่งหวังจะดึงการเลือกตั้งออกไป แต่ก็สุดแล้วแต่ว่าจะทำได้หรือไม่ สำหรับในส่วนของ กกต.ก็ต้องไปว่ากัน ซึ่งต้องเป็นไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย"
ต้องหารือกันก่อน
    เมื่อถามว่า ได้รับรายชื่อการคัดเลือก ส.ว. 200 คนจาก กกต.แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบ เป็นการคัดสรรในระดับพื้นที่จำนวน 200 ได้รายชื่อมาเมื่อไหร่ก็จะมาพิจารณาโดยคณะกรรมการของเราอีกครั้ง 
    ถามว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งทั่วไปจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 2 ม.ค.หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ตามกรอบระยะเวลากำหนดไว้ 150 วัน นับจากวันที่ 11 ธ.ค.61 ซึ่ง กกต.ต้องไปพิจารณาใน 150 วัน การเลือกตั้งเหมาะสมวันไหนที่ต้องตรงกับวันอาทิตย์ แต่ พ.ร.ฎ. เลือกตั้งยังไม่ลงต้องรอการประชุมอะไรก่อน รอนิดหนึ่ง ยังลงวันนี้ (2 ม.ค.) ไม่ได้ ต้องหารือกันก่อน ซึ่งเป็นเรื่องของ กกต. บอกแล้วเกี่ยวพันกับงานหลายงานด้วย สุดแล้วแต่จะว่ากันอย่างไรมา รัฐบาลก็พร้อมสนองตอบทุกอัน 
    ซักว่า ถ้าไม่ประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ภายในสัปดาห์นี้ จะประกาศได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็ต้องเร็ว
    ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นายกฯ เคยระบุว่าการเลือกตั้งจะเกิดก่อนงานพระราชพิธี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะวันนี้เรากำหนดไว้แล้วในชั้นต้น ตอนนั้นที่พูดเพราะยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ งานพระราชพิธี ก็ต้องคิดไว้อย่างนั้นก่อน แต่เมื่อโปรดเกล้าฯ มาแล้วก็ว่ากัน
    เมื่อถามว่า ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในการเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวว่า ถือเป็นความเห็นส่วนตัวของท่าน ต้องไปดูว่าคนพูดมีความขัดแย้งหรือไม่ ขัดแย้งกันตรงไหน ที่ขัดแย้งเถียงกันไปมาวันนี้ นักการเมืองเถียงกันทั้งนั้น ประชาชนไม่ได้ขัดแย้งเข้าใจหรือไม่ อย่าเอามาปนกันหมด ฉะนั้นสมควรหรือไม่ในการทำเรื่องถวายฎีกา เป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ควรจะทราบดี เป็นความเห็นส่วนตัว ตนไม่เกี่ยวข้อง อย่าไปฟังทุกเรื่องเลย
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้งานพระราชพิธีมีกำหนดวันที่ชัดเจนแล้ว จะพูดได้หรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดก่อนงานพระราชพิธี นายกฯ กล่าวว่า ถ้าไล่วันเวลาก็น่าจะเกิดก่อน แต่จะเลือกได้หรือเปล่ายังไม่รู้ แต่น่าจะเกิดก่อน ถ้าดูวันเวลา สมมุติว่าถ้าวันที่ 24 ก.พ. เร็วที่สุด ก็ต้องมาดูว่าจะมีผลกระทบอะไรกันหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องที่กกต.จะพิจารณา แต่คิดว่าน่าจะเลือกตั้งก่อน แต่การจะได้รัฐบาลมันเมื่อไหร่ ก็ต้องนับต่อไป
    เมื่อถามว่า ตามไทม์ไลน์เลือกตั้ง ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สามารถกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ เปิดสภาวันที่ 9 พ.ค.นั้น หมายความว่าเลือกตั้งเสร็จแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องคอยดู เพราะตนบอกแล้วมีหลายกิจกรรม โดยเฉพาะวันที่ 4-6 พ.ค.62 
ยังมีเวลาตัดสินใจ
    พล.อ.ประยุทธ์เผยยังมีเวลาตัดสินใจ กรณีพรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นายกฯ ขอศึกษาดูก่อน ตอนนี้อยากให้ประชาชนได้ศึกษาแนวทางของแต่ละนโยบายพรรคการเมืองก่อน ไม่ใช่ดูเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ตนจะพูดอย่างนั้นไม่ได้ ต้องมองทุกพรรคถึงความเป็นไปได้ของนโยบายที่ออกมาแล้วทั้งหมด และดูว่ารัฐบาลปัจจุบันทำอะไรไปแล้วบ้าง เพราะบางทีกล่าวซ้ำกับสิ่งที่เราทำไปแล้ว และเอาไปขยายในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ อันนี้ต้องระวัง ไม่อย่างนั้นจะเสียหาย เดี๋ยวประชาชนเชื่อมั่นไปแล้ว เมื่อถึงเวลาแล้วทำไม่ได้จะทำอย่างไร ฉะนั้นอยากฝากประชาชนทุกคน ในเมื่อได้คาดหวังจากการเลือกตั้ง เมื่อออกนโยบายต่างๆ มาแล้ว ท่านจะต้องจำคำของท่านให้ได้ ว่าจะทำอย่างไรอย่างที่ว่ามา ไม่ใช่ว่าวันหน้าพอเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาล แล้วก็ลืมกันหมด วันนี้ประชาชนต้องตัดสิน ต้องดูให้ดีว่าอะไรคืออะไร ตนเองก็กำลังดูอยู่ นโยบายหลายพรรคก็น่าสนใจ
    เมื่อถามว่า สรุปได้หรือไม่ว่าตอนนี้สนใจให้ชื่อกับพรรคใดพรรคหนึ่ง เพื่อเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรค พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มันมี 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 ตอนนี้เราก็ศึกษาดูว่านโยบายพรรคนี้เป็นไปได้หรือไม่ เช่นเรื่องจะให้ทุนการศึกษาจะได้หรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ตนเป็นรัฐบาลอยู่ ก็รู้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณเป็นอย่างไร ฉะนั้นถ้าเราพูดไปแล้วทำไม่ได้ อย่างนี้มันเสียหาย ถ้าพูดอะไรเสียหายและเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่เห็นด้วย ไม่ได้กล่าวถึงพรรคใด หลายคนก็เสนอจะทำโน่นทำนี่ ซึ่งบางอันเราทำอยู่แล้ว และไปพูดเหมือนกับเราไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างนี้มันไม่ใช่ บิดเบือนหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอให้ซื่อสัตย์ต่อตัวเองกันหน่อยแล้วกัน
    นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่ 2 เมื่อดูนโยบายแต่ละพรรคและความเป็นไปได้ ก็จะตัดสินใจว่าจะชอบพรรคใด การตัดสินใจของตน เพราะต้องไปเลือกตั้งด้วย ดังนั้นการจะเลือกพรรคไหนเป็นเรื่องส่วนตัว แต่การจะเป็นนายกฯหรือไม่ก็แล้วแต่ใครจะมาขอ ซึ่งตอนนี้มีให้ตัดสินใจ 2 อย่าง ขอให้ใจเย็นๆ วันนี้อยู่กับฉันไปก่อน เธอจะรีบไปไหน
    เมื่อถามว่า เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกแล้ว การประชุมครม.สัญจรยังจะมีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์แจงว่า ตนทำงานของตน ไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคการเมือง ทุกคนก็ระมัดระวังกันอยู่แล้ว วันนี้รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ปัญหาของวันนี้ 
    "ถ้ามาบอกว่าฉันไม่ต้องไปหาใคร ไม่ต้องไปเจอกัน ไม่ต้องไปติดตามงานเลย แล้วถ้าเกิดความเสียหายใครจะรับผิดชอบ ฉันอีกหรือเปล่า ดังนั้นฉันต้องไปฟังประชาชน แต่ฉันไม่ได้ไปหาเสียงให้ใคร เข้าใจไหม หรือจะหาเสียงให้ตัวเองก็ไม่ใช่ เพราะไม่ได้ลงเลือกตั้ง เข้าใจหรือไม่" นายกฯ กล่าว
"บิ๊กป้อม"ให้ไปถาม กกต.
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น โดยสื่อมวลชนได้สอบถามประเด็นที่บางคนได้เสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งไปหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 
    พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำเพียงว่า "ไม่รู้ ให้ไปถาม กกต." ส่วนประเด็นการดูแลรักษาความเรียบร้อยในช่วงนี้ พล.อ.ประวิตรระบุว่า ไม่จำเป็นต้องดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ ขณะนี้ทุกอย่างยังปกติดี ก่อนเดินขึ้นรถไปปฏิบัติภารกิจต่อ
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ กล่าวว่า ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามโรดแมป แต่การที่ไม่มีพระราชกฤษฎีกาในวันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในการประชุม กกต. มีการพูดคุยถึงเรื่องกระแสข่าวเลื่อนเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันข่าวที่ระบุว่ามีคนในสำนักงาน กกต.ได้โทรศัพท์ไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อแจ้งเรื่องการเลื่อนเลือกตั้งนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะในสำนักงานไม่มีใครรู้เรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง เรายังคงยืนยันว่าเป็นไปตามโรดแมป ส่วนกรณีปัญหาบัตรเลือกตั้งนั้น ขณะนี้สำนักงาน กกต.ได้กำหนดทีโออาร์เรียบร้อยแล้ว
    ถามว่าหากมีการเลือกตั้ง กกต.จะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้เร็วที่สุดภายในกี่วัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า โดยปกติตามที่กฎหมายกำหนด กกต.จะต้องประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ภายใน 60 วัน แต่ในอดีตที่ผ่านมา กกต.ก็เคยประกาศผลเลือกตั้งได้เร็ว คือใช้เวลาเพียง 30 วัน
    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และอดีต กกต. โพสต์ข้อความในเฟชบุ๊กส่วนตัวระบุว่า หากกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกในวันที่ 4 มกราคมนี้ การเลือกตั้งยังคงเป็น 24 กุมภาพันธ์ได้ ทั้งนี้ การออกกฤษฎีกาการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องมีมติภายใน 5 วัน หลังจากรัฐบาลประกาศกฤษฎีกา 
    ดังนั้น หากรัฐบาลประกาศกฤษฎีกาฯ ล่าช้าจากกำหนดเดิมวันนี้ 2-3 วัน กกต.สามารถทดเวลาโดยมีมติกำหนดวันเลือกตั้งได้เร็วขึ้นได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อโรดแมปเดิม แต่หากรัฐบาลไม่ยอมประกาศกฤษฎีกาในสัปดาห์นี้ จะทำให้กำหนดการต่างๆ เดิมที่เคยกำหนดไว้ต้องขยับออกไป และไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ตามที่สัญญากับทุกฝ่ายได้
    “ต้องจับตาดูว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไร หากประกาศกฤษฎีกาช้า ย่อมไม่ใช่ความผิดของ กกต.ในการประกาศเลื่อนวันเลือกตั้ง ยกเว้นสองฝ่ายจะแอบตกลงกัน แสดงถึงการขาดความเป็นอิสระของ กกต. และทำให้ประชาชนยิ่งขาดความเชื่อถือในความเป็นกลางในการจัดการเลือกตั้ง" นายสมชัยระบุ
ครม.สัญจรเหนือตอนบน
    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 14-15 ม.ค.นี้ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง โดยกำหนดการนายกฯ และคณะจะลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.เชียงใหม่ และลำปางในวันที่ 14 ม.ค.นี้ ส่วนในวันที่ 15 ม.ค.นี้ จะมีการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.ลำปาง 
    นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 ม.ค.นี้ พรรค พปชร.จะเปิดตัวนโยบายเบื้องต้นทุกด้าน โดยประชาชนจะสามารถจับต้องนโยบายของพรรคได้ และ พปชร.จะทยอยเปิดนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความรับรู้แก่ประชาชน ทั้งนี้ กระแสของพรรคในภาพรวมถือว่าดีขึ้นมาก แม้ในช่วงเริ่มต้นหลายคนจะมองเป็นพรรคใหม่ ได้เสียงต่ำกว่า 10 ที่นั่ง แต่วันนี้ทุกคนมองแล้วว่าเราเป็นพรรคที่ครบเครื่องทุกด้าน มีนโยบายที่ดี มีคนรุ่นใหม่ และได้การสนับสนุนจากคนในพื้นที่ จึงทำให้วันนี้เราถูกมองเป็นพรรคตัวเต็งอีกพรรค เพราะหลายพื้นที่เรามีฐานเสียงที่ดี 
    เมื่อถามว่า หลังจากมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว 4 รัฐมนตรีจะลาออกเมื่อใด โฆษกพรรคพลังประชารัฐตอบว่า ทั้ง 4 คนยังยืนยันเหมือนเดิมว่าจะลาออกพร้อมกันในเวลาที่เหมาะสม ขอให้รออีกนิดหนึ่ง ส่วนการทาบทามบุคคลที่จะมาอยู่ในบัญชีที่จะเสนอเป็นนายกฯนั้น ต้องรอจังหวะเวลา ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่พูดถึงท่าทีทางการเมืองของตัวเอง จึงต้องรอไปก่อน ซึ่งทางพรรคได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ตามเวลาและขั้นตอนต่างๆ
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่มีกระแสข่าวว่า อาจจะมีการเลื่อนเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปว่า กระบวนการการเลือกตั้งก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตามรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งก็ต้องเกิดขึ้นภายใน 150 วัน หลังจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประกาศใช้ ซึ่งกฎหมายเลือกตั้งก็บังคับใช้ตั้งแต่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นก่อนวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 ขณะนี้ที่รอกันอยู่ก็คือ การตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งและการกำหนดวันเลือกตั้ง ต้องอยู่ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ พ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้แล้วด้วย ซึ่งหาก พ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้ในวันนี้ (2 มกราคม) แปลว่า ท้ายที่สุดวันเลือกตั้ง ก็จะต้องไม่เกินช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งก็ต้องรอดูว่า พ.ร.ฎ. จะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ และตนเชื่อว่าคงจะไม่มีอำนาจตามมาตรา 44 โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพราะจะบั่นทอนความเชื่อมั่นโดยส่วนรวม
อยู่ที่พฤติกรรม
    สำหรับประเด็น 4 รัฐมนตรีที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐยังไม่ลาออกนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็อยู่ที่พฤติกรรม แต่ตนก็เคยพูดหลายครั้งว่า ในอดีตอย่างเช่นช่วงที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นช่วงรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มนั้น แล้วมีคนจะไปสมัครรับเลือกตั้งและมีส่วนได้เสีย ก็ต้องให้ออกจากการเป็นรัฐมนตรี เพราะว่าตรงนั้นเป็นเรื่องของหลักการและธรรมาภิบาล
    นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าตอนนี้มีกระแสการเลื่อนการเลือกตั้ง สะท้อนถึงท่าทีไม่ชัดเจนหลายประการของ กกต. ที่ระบุว่า อาจจัดเลือกตั้งไม่ทัน เพราะต้องพิมพ์บัตรใส่โลโก้พรรคการเมือง และล่าสุดออกมาแถลงว่า ไม่เคยยันว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. จึงขอเรียนว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.โดยตรง ที่ผ่านมาก็มีการประกาศโรดแมปการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.ออกมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องได้รับการรับรองจาก กกต.ด้วย 
    "ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ กกต.ตระหนักต่อหน้าที่ในการจัดเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ปล่อยอำนาจอื่นเข้ามาแทรกแซง สอดคล้องกับประชาาชนที่ต้องการเลือกตั้ง เพื่อให้พ้นปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้ามาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ขอให้ กกต.แสดงความชัดเจนต่อคนไทยและประชาคมโลก เพราะถ้ามีการเลื่อนเลือกตั้งคนได้ประโยชน์สูงสุดคือ พรรคพลังประชารัฐ กกต.ก็ต้องตอบให้ได้ เพราะตอนนี้มีปัญหามากมายที่ทางพรรค พปชร.ต้องแก้ไข ขนาดรัฐบาลที่ใช้นโยบายประชานิยม ก็ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นตามที่หวังไว้ เพราะฉะนั้น อย่าให้ให้การเลือกตั้งนี้สอดรับกับสิ่งที่สมาชิกพรรคพชปร.พูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อ พปชร. เพราะทุกกิจกรรมของรัฐบาล ทางพรรค พปชร.ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น จึงขอให้ กกต.ยืนยันวันเลือกตั้งตามเดิม เพื่อประเทศไทยได้กลับสู่สภาวะปกติ" นายธนากล่าว
    นายธนากล่าวว่า ถ้าจะเลื่อนเลือกตั้ง โดยไม่ประกาศ พ.ร.ฎ.วันนี้ ตามกำหนดการเดิมซึ่งเป็นอำนาจของรัฐบาล ก็ต้องตอบสังคมให้ชัดเจนว่าเลื่อนเพราะอะไร ต้องดูเหตุผลว่ารับฟังได้หรือไม่ ถ้าเลื่อนแล้วประชาชนไม่เชื่อ ประชาคมโลกไม่ยอมรับ จะมีผลกระทบตามมา หากระบุว่าพิมพ์บัตรเลือกตั้งไม่ทันนั้น รับฟังไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีทันสมัยใหม่สามารถควบคุมการพิมพ์ได้รวดเร็ว หากใช้เหตุผลนี้ สังคมจะไม่ยอมรับ และจะเชื่อว่ามีการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ ประชาชนก็จะไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรม 
    นายธีรพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขียนกลอนปีใหม่ เตือนอย่าเลือกคนแจกเงิน ที่กล่าวว่า "อย่าเลือกเพราะเงินตรามาจูงใจ" ว่า ตนเห็นด้วยอย่างที่สุด ฉะนั้นขอให้ประชาชน อย่าเลือกพรรคที่สนับสนุนนโยบายแจกเงินของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจอีก เพราะโครงการแจกเงินประชาชนช่วงท้ายตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการเอาเงินตราภาษีประชาชนมาจูงใจให้ประชาชนเห็นความดีในเวลาใกล้เลือกตั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ 4 ปีกว่า ไม่เคยเห็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีนโยบายคิดจะแจกเงินคนจน พอใกล้จะเลือกตั้งมีนโยบายแจกเงินทันที แบบนี้เป็นการเจตนาว่าจะแจกเงินหวังผลประโยชน์ตามที่นายมีชัยว่าไว้ใช่หรือไม่
    นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม เป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย ว่าระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กับนายชัชชาติ ใครจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 ของพรรคเพื่อไทยสมาชิกก็ไม่มีปัญหา เพราะทั้งคู่ต่างมีความสามารถ และมองว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องเข้ามาทำงานให้ประชาชนทั้งนั้น เรื่องนี้ก็เพิ่งเห็นตามที่มีข่าวออกมา แต่ความชัดเจนในทางพรรคคงมีการหารือในพรรคอีกครั้งและไม่ว่าจะเป็นใครสมาชิกก็ไม่มีปัญหา.