"หมอธี"ให้รร.พื้นที่"ปาบึก"ตัดสินใจ"ปิดเรียน" ได้และเปิดให้รร.ที่มั่นคงเป็นศูนย์อพยพประชาชน


   

3ม.ค.62-ศธ. ตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติพายุโซนร้อน “ปาบึก” รับมือ ภัยพิบัติทางใต้ วางมาตรการป้องกันบรรเทา และช่วยเหลือเยียวยา ระหว่างเกิด-หลัง ภัยพิบัติ ด้าน “เลขาฯ กพฐ.” เผย หากสถานศึกษาอยู่ในพื้นที่เสี่ยง สามารถประเมินสถานการณ์ ประกาศหยุดเรียนได้   สั่งถ้าโรงเรียนไหนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย มีอาคารมั่นคง ขอให้เปิดสถานศึกษาเป็นพื้นที่บริการประชาชนในการอพยพ 

 

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้หลายหน่วยงานได้ประชุมเตรียมรับมือพายุโซนร้อน "ปาบึก" ที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามาปกคลุมในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติพายุโซนร้อน “ปาบึก” พร้อมทั้งได้สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำชับไปยังสถานศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด เพื่อเตรียมรับมือกับพายุโซนร้อนปาบึก โดยขอให้ติดตามข่าวสาร สถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด  เพราะเรื่องนี้ต้องไว เหมือนตอนที่นายกรัฐมนตรีเคยปรารภไว้ ตอนที่มีเรื่องพายุน้ำท่วมเข้าว่าให้รู้ให้ไว และถ้ารู้ต้องมีการเตือนกัน  ซึ่งการเตือนไม่ใช่ตามแต่ประกาศแต่สถานศึกษาต้องเฝ้าระวัง ต้องรู้ว่าพายุเริ่มมีความรุนแรงหรือไม่อย่างไร และขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้มีการแจ้งเขตพื้นที่ไหนสีแดง ต้องเตรียมการอย่างไร สำหรับศูนย์ดังกล่าวจะมีทั้งหมด 4 แห่ง คือ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการภาค 6 จ.นครศรีธรรมราช รับผิดชอบพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์  ชุมพร และสุราษฎร์ธานี สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 จ.ภูเก็ต รับผิดชอบพื้นที่ จ.ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง  และสำนักงานศึกษาธิการภาค 8 จ.ยะลา รับผิดชอบพื้นที่ จ.ยะลา พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ซึ่งศูนย์ดังกล่าวเหล่านี้ จะเฝ้าระวัง ป้องกัน และบรรเทา ตามมาตรการป้องกันและบรรเทาภัยการป้องกัน 

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนมาตรการป้องกันนั้น จะเป็นการเตรียมรับมือเพื่อลดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของครู นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและสถานศึกษา ดังนี้ 1. หน่วยงานทางการศึกษาเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของพายุโซนร้อนปลาบึกจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยและศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติส่วนพายุโซนร้อนปาบึก กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมแจ้งเตือนแก่ครู นักเรียน นักศึกษา  ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 2.สถานศึกษาจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยพิบัติพายุโซนร้อนปาบึก พร้อมทั้ง ให้มีการซักซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 3.เคลื่อนย้ายทรัพย์สินของทางราชการให้อยู่ในที่ปลอดภัย 4.สถานศึกษาจัดเตรียมอุปกรณ์ยังชีพ ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์สื่อสาร เพื่อช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน 5.สถานศึกษาวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเดินทางของนักเรียน นักศึกษา โดยให้เน้นความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ หากมีความจำเป็นต้องสั่งปิดสถานศึกษาให้อยู่ในดุลยพินิจผู้บริหารสถานศึกษา 6.จัดเตรียมที่พักพิงในกรณีจำเป็น ต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยพิบัติ และ7.สำรวจและซ่อมแซมอาคารสถานที่ ระบบไฟฟ้า-ประปา ให้มีความพร้อมต่อการรับสถานการณ์  

“สำหรับมาตรการบรรเทา ช่วยเหลือเยียวยา ศธ.จะรับรายงานผลกระทบในระหว่างและหลังเกิดภัยพิบัติผ่านทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติพายุโซนร้อนปาบึก และจะมีการสำรวจความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของครู นักเรียน-นักศึกษา ผู้ปกครองและสถานศึกษา ประสานความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน และจัดศูนย์ซ่อม สร้าง เพื่อชุมชน (Fix it center )เคลื่อนที่ไปให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงจัดอาชีวะอาสา ลูกเสือจิตอาสา ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้วย”รมว.ศธ.กล่าว

ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับการเตรียมรับมือพายุปาปึกนั้น ขณะนี้สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบต่างรับทราบมีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว  ซึ่ง สพฐ.เองก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งผ่านช่องทาง  OBEC Line 2018  แก่สถานศึกษาว่าพื้นที่ใดเกิดเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง และต้องมีการเตรียมตัวอย่างไร ส่วนการตัดสินใจจะปิดโรงเรียน หรือไม่นั้น ได้มีการแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน  หากสถานศึกษาอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่แนวพายุที่จะได้รับผลกระทบ สามารถประเมินสถานการณ์ และดำเนินการตามแนวทาง ดังต่อไปนี้ได้ทันที คือ ควรหยุดเรียนให้นักเรียนอยู่กับผู้ปกครอง  ควรเตรียมเก็บวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของที่จะเกิดความเสียหายให้อยู่ในที่ปลอดภัย และเตรียมการให้การช่วยเหลือประชาชน โดยถ้าโรงเรียนไหนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย มีอาคารมั่นคง ขอให้เปิดสถานศึกษาเป็นพื้นที่บริการประชาชนในการอพยพ  มาอยู่อาศัย


๒๓ ตุลาคม เป็นวัน "ปิยมหาราชเจ้า" "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ สวรรคต

เห็นยัง 'บิ๊กแดง' เป็นแบบไหน
'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓