คมนาคมพร้อมรับมือพายุปาบึก ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์


เพิ่มเพื่อน    

คมนาคมเตรียมพร้อมรับมือพายุปาบึก  ทย.ตั้งศูนย์ปฎิบัติการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  ด้านบางกอกแอร์เวย์ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินเข้า-ออกที่ทำการบินบนเกาะสมุยในวันที่ 4 ม.ค.นี้ ขณะที่กรมทางหลวงชนบทได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้ประเมินสถานการณ์ทุก 2 ชั่วโมง 

03 ม.ค.62 - นางอัมพวัน วรรณโก  อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)เปิดเผยว่าขณะนี้กรมท่าอากาศยานจัดตั้งศูนย์ปฎิบัติการกลางที่ชั้น 2 อาคารศูนย์เทคโนโลยี่และสารสนเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์พายุปาบึก เชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างกรมท่าอากาศยาน กรุงเทพ กับ ท่าอากาศยานในภาคใต้โดยแต่งตั้งนายวิทวัส ภักดีสันติสกุล รองอธิบดีฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ร่วมกับ ผู้บริหารส่วนกลางสนับสนุนข้อมูลและประสานงานกับท่าอากาศยานภาคใต้ 

 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 3ม.ค. เวลา15.00น ทุกท่าอากาศยาน อากาศยานยังคงขึ้นลงได้ตามปกติ ในส่วยของท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เที่ยวบินเต็มและสายการบินไลออนแอร์จะเปลี่ยนแบบอากาศยานให้ใหญ่ขึ้นเป็นA330 ความจุ390 ที่นั่งเพื่อรับขนผู้โดยสารที่เดินทางจากเกาะมารอขึ้นเครื่องจากท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีออกไปให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามในส่วนของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ได้แจ้งว่าตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือนถึงพายุโซนร้อน “ปาบึก” ที่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคใต้ของประเทศไทย โดยในช่วงระหว่างวันที่ 4-5 มกราคม 2562 นั้นจะมีคลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณอ่าวไทย จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางสายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินของสายการบินฯ ที่เข้าและออกจากท่าอากาศยานเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ของวันที่ 4 มกราคม 2562

สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน ของวันที่ 4 มกราคม 2562 สามารถติดต่อเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการเดินทางได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถตรวจสอบสถานะเที่ยวบินได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร 1771 หรือศูนย์บริการให้ความช่วยเหลือ โทร 02-270-6698

ด้านนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) กล่าวว่า กรมทางหลวงชนบทได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้ รองรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก โดยให้แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินสถานการณ์ทุก 2 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร ป้ายเตือน สะพานเบลีย์ และยานพาหนะ พร้อมเข้าดำเนินการช่วยเหลือได้ทันท่วงที รวมถึงบางพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังให้จัดรถโมบายช่วยเหลือเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้ชั่วคราวก่อนการเคลื่อนตัวของพายุ โดยแบ่งการเตรียมความพร้อมรับมือเป็น 3ระยะ ดังนี้ 

1. ก่อนเกิดเหตุ (Preparation)  ดำเนินการทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ พร้อมทั้งจัดชุดลาดตระเวนเส้นทางที่มีความเสี่ยง กรณีเกิดเหตุการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง และมีต้นไม้ล้มบนเส้นทางหลวงชนบท ให้เข้าดำเนินการเคลียร์เส้นทางโดยเร็ว 

นอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และตรวจสอบพื้นที่เพื่อป้องกันทางหลวงชนบทในความรับผิดชอบ (Prevention) โดยเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง/พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ หรือเคยได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติที่ผ่านมา รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของถนนและสะพานเตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องมือ เครื่องจักรกล ป้ายเตือน ต่างๆ

อย่างไรก็ตามกรมฯได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าไว้ประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์

 2. เมื่อเกิดเหตุ ให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด และรายงานข้อมูลสายทางที่ประสบอุทกภัยให้กับผู้บริหารจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์จะดำเนินการดังนี้ กรณีน้ำท่วมสูง ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนในบริเวณที่มีน้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง ติดตั้งหลักนำทางกำหนดขอบเขตการจราจร กรณีถนน/สะพานขาด เร่งดำเนินการติดตั้งสะพานเบลีย์เชื่อมทาง หรือดำเนินการถมวัสดุเชื่อมเส้นทางเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางในการสัญจรได้โดยเร็ว กรณีดินไหล่เขาข้างทาง Slide ปิดทับเส้นทาง ดำเนินการนำเครื่องจักรเข้าเกลี่ยดินออกจากเส้นทาง ให้สัญจรโดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการสัญจรกรณีประชาชนเข้าที่พักอาศัยไม่ได้ จะจัดรถบรรทุกไว้ให้บริการรับส่งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

3. หลังน้ำลดหากเส้นทางชำรุดเสียหายจะเข้าซ่อมแซมชั่วคราวให้ประชาชนสัญจรได้ภายใน 7 วัน และสำรวจ ออกแบบ เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูฯ ให้เข้าสู่สภาพปกติ ซึ่งจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นในการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร

ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบท ขอความร่วมมือประชาชน “ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย และมอเตอร์ไซค์เปิดไฟ ใส่หมวกกันน็อก” ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท ในพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.