ทรงห่วงใยพสกนิกรประสบภัยพายุ'ปาบึก'


   

    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยผู้ประสบภัยพายุปาปึก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร "นายกฯ" เตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช 7 ม.ค.นี้ เยี่ยมประชาชนและตรวจระบบเตือนภัย "รัฐบาล" จัดงาน "รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้" รับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัย "พาณิชย์-อุตฯ" ออกมาตรการเยียวยาอื้อ "กรมประมง" เคาะค่าชดเชยผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ "เจ๊หน่อย" จี้หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือ ปชช.
    เมื่อวันอาทิตย์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  โดยองคมนตรีรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับวาตภัยและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
    จากนั้น พล.อ.ไพบูลย์ได้มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต 1 ราย มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบวาตภัย จำนวน 900 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร ต่อมาได้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 300 ชุด มอบแก่ผู้ประสบวาตภัย ถวายแด่พระสงฆ์ และมอบแก่ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ณ ศูนย์อพยพ วัดรัตนาราม ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
    ทั้งนี้ อำเภอปากพนังได้เกิดลมพัดแรงและฝนตกหนักติดต่อกันเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน ปาบึก ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.2562 ส่งผลทำให้เกิดวาตภัยและอุทกภัยในพื้นที่จำนวน 17 ตำบล 133 หมู่บ้าน 22 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 80,000 คน 18,750 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหายบางส่วนในทุกตำบล สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนนเกิดความเสียหายหลายแห่ง มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ
    นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 1,100 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.เมืองฯ  จ.นครศรีธรรมราช มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย ที่หอประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลปากนคร  ต่อจากนั้นองคมนตรีได้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 700 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่โรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์ 
    สำหรับ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2562 จำนวน 13 ตำบล 115 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร 63 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 178,095 คน 87,295 ครัวเรือน บ้านเรือนและสิ่งสาธารณประโยชน์ เสาไฟฟ้าหักโค่น/ล้ม ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งมูลค่าความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ สำหรับการฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อช่วยเหลือกลับคืนสู่สภาพเดิม
ทรงห่วงใยผู้ประสบภัย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้ง 4 พื้นที่ที่มอบสิ่งของพระราชทาน องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย ไปกล่าวกับราษฎรที่ประสบวาตภัยให้ได้รับทราบความตอนหนึ่งว่า 
    "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบภัย ซึ่งพระองค์ทรงติดตามสถานการณ์พายุจากข่าวสารทางสื่อมวลชน การถวายรายงานของส่วนราชการในพระองค์ และส่วนราชการต่างๆ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน เพื่อประกอบเลี้ยงผู้ประสบภัย และให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมามอบแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร พร้อมทั้งได้พระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยด้วย" 
    ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้
    ที่ จ.สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดส่งสิ่งของพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 จ.สุราษฎร์ธานี รับผิดชอบ จ.นครศรีธรรมราช ชุมพร พัทลุง สุราษฎร์ธานี และ ปภ.เขต 12 จ.สงขลา รับผิดชอบจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา รวมทั้ง ปภ.เขต 18 จ.ภูเก็ต รับผิดชอบ จ.ตรัง กระบี่ ระนอง ภูเก็ต รวมจำนวน 16,000 ชุด เพื่อเตรียมเชิญไปมอบแก่ผู้ประสบภัยพิบัติและได้รับผลกระทบพายุปาบึก
.    ที่ จ.สงขลา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยจังหวัดสงขลา ในวันอังคารที่ 8 มกราคม 2562 ณ ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ และที่ว่าการอำเภอระโนด แห่งละ 1,000 ชุด รวมจำนวน 2,000 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย
    ที่ จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบในพื้นที่จังหวัดชุมพร 1 แห่ง เพื่อผลิตอาหารส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย โรงครัวพระราชทานแห่งนี้สามารถผลิตอาหารได้วันละ 4,000  ชุด ทยอยส่งไปตามความต้องการของผู้ประสบภัย และยังได้มีโรงครัวจิตอาสาอีก 14 แห่ง ในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ พร้อมกับระดมทุกภาคส่วนเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเดือดร้อน 
     ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซร้อนปาบึก ที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันจันทร์ที่ 7 ม.ค.2562 โดยเวลา 07.00 น. นายกฯ และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช และเวลา 09.00 น. นายกฯ และคณะจะออกเดินทางไปยังริมน้ำเมืองเก่าปากพนัง อ.ปากพนัง เพื่อพบปะจิตอาสาและปล่อยแถวจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ “Big Cleaning Day” ก่อนจะเดินทางไปสามแยกเนินตาขำ ต.บางพระ อ.ปากพนัง เพื่อมอบถุงยังชีพและพบปะผู้ประสบภัยจำนวน 2,000 คน พร้อมกับตรวจระบบเตือนภัยของกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าและเดินทางไปตรวจสภาพความเสียหายบริเวณแหลมตะลุมพุก
    จากนั้นนายกฯ และคณะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กนักเรียน และรับประทานอาหารที่โรงเรียนดังกล่าว และในช่วงบ่าย นายกฯ และคณะออกเดินทางไปยังหมู่ที่ 1 ต.ปากนคร เทศบาล ต.ปากนคร เพื่อตรวจเยี่ยมพบปะการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึก พร้อมกันนี้ นายกฯ และคณะจะลงเรือข้ามฟากไปยังหมู่ที่ 4 ต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยริมคลองปากนคร ก่อนที่ในช่วงเย็น เวลา 16.50 น. นายกฯ และคณะจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ
    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ย้ำว่าช่วงที่ผ่านมาหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุปาบึก สิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น น้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างทั้งที่พักอาศัยและพื้นที่การเกษตร ถนนถูกตัดขาด และประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่เมื่อพายุเคลื่อนผ่านไปแล้ว และประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก จึงได้สั่งการให้แต่ละจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ลงไปติดตามสภาพความเป็นอยู่ และเร่งสำรวจประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง และเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบทางราชการ
จัดรับบริจาคช่วยใต้
    นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 7 ม.ค.62 รัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรีและสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ จะจัดกิจกรรมรับบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้จากพายุปาบึก โดยใช้ชื่องาน “รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้” ตั้งแต่เวลา 20.20-22.00 น. และถ่ายทอดสดในช่วงเวลาดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะร่วมกิจกรรมรับบริจาคด้วย จึงขอชวนเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทย หน่วยราชการ บริษัท ห้างร้าน ทุกภาคส่วน ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยภาคใต้ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว 
    สำหรับผู้ที่จะร่วมบริจาคสามารถบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี PM. Disaster Relief Fund.” ธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 067-006-8950 ส่วนผู้ที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยา และเวชภัณฑ์ สามารถบริจาคได้โดยตรงที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัย หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย 
    ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เรียกประชุมด่วนผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาปึกในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และชุมพร 
    นายสนธิรัตน์กล่าวหลังการหารือว่า มาตรการช่วยเหลือที่จะดำเนินการในทันทีนั้น ได้ประสานไปยังผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ให้ช่วยบริจาคสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพร้อมแล้ว คาดว่าจะจัดส่งถึงพื้นที่ได้ในวันที่ 8 ม.ค.2562
    "ด้านการเยียวยาได้ประสานงานไปยังผู้ผลิต ทั้งกระเบื้องมุงหลังคา อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ ให้เร่งผลิตและจัดส่งสินค้าราคาพิเศษ และประสานไปยังห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ให้จำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษกว่าปกติมากๆ เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ประสบภัยที่จะซื้อสินค้าไปดูแลและทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งล่าสุดยังได้ได้รับความร่วมมือจากเครือบริษัท SCG ที่จะจำหน่ายกระเบื้องมุงหลังคาให้ราคาพิเศษ และคาดว่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้าร่วมต่อไป" นายสนธิรัตน์กล่าว
    รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ระยะยาวจะประสานภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ โดยได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดใน 4 จังหวัดข้างต้น ไปทำการสำรวจว่ามีอะไรที่ได้รับความเสียหายมาก และต้องการความช่วยเหลือ ก็จะให้จัดทำรายละเอียดมา และกระทรวงจะประสานภาคเอกชนเข้าไปช่วย ซึ่งคงไม่ใช่วิธีปกติ แต่จะใช้วิธีพิเศษ กระบวนการดำเนินการพิเศษ มีเป้าหมายทำต่อเนื่อง 3 เดือน 6 เดือน จนถึง 1 ปี เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถลุกขึ้นยืนได้
ร่วมใจฟื้นฟูเยียวยา
    ส่วนนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตฯ ได้ทำแพ็กเกจเยียวยาให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเพื่อซ่อมสร้างฟื้นฟูพลิกฟื้นความเป็นอยู่ของพี่น้องและผู้ประกอบการภาคใต้ทุกกลุ่มโดยเร็วที่สุด ประกอบด้วยมาตรการเริ่มทำทันที ได้แก่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 5 ปีให้กับโรงงานที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จะออกประกาศได้ทันทีในสัปดาห์หน้า การร่วมกับบิ๊กบราเธอร์นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดสถานประกอบการ ซึ่งได้ประสานงานไว้เรียบร้อยแล้ว การร่วมมือกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ทุกค่ายเปิดศูนย์บริการซ่อมแซมตรวจเช็กเครื่องยนต์ให้กับเจ้าของรถยนต์/รถจักรยานยนต์ของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปทุกพื้นที่ เป็นต้น มาตรการทางการเงิน ได้แก่ ธพว.ประกาศพักชำระหนี้ให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย วงเงินประมาณ 3,200 ล้านบาท
    "นอกจากนี้มีวงเงินเพิ่มให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนอีก รายละ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.415% ต่อเดือน ส่วนของเงินกู้ยืมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมีเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 ถึง 200,000 บาท ปรับลดดอกเบี้ยจาก 4% เหลือ 1% ต่อปี เตรียมวงเงินไว้ 30 ล้านบาท  ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอีจาก สสว. มีมาตรการยืดชำระหนี้ออกไปนาน 6 เดือน เป็นต้น" รมว.อุตสาหกรรมกล่าว 
    ด้านนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ได้รับรายงานมีชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหายใน 7 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และสตูล จำนวน 5,668 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหาย 20,805 ไร่ 4,625 ตารางเมตร เรือประมง 64 ลำ ซึ่งในส่วนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ.2556 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยใช้อัตราการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ 2556 ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ 1.กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล ปูทะเล และหอยทะเล ไร่ละ 10,920 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 2.ปลา หรือสัตว์น้ำอื่น นอกจากข้อ 1 ในบ่อดิน ไร่ละ 4,225 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 3.สัตว์น้ำตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ ตารางเมตรละ 315 บาท รายละไม่เกิน 80 ตารางเมตร
    อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า ส่วนการช่วยเหลือเรือประมง ประกอบด้วย 1.การช่วยเหลือตามระเบียบกรมประมงฯ 2541 อัตรา ดังนี้ เรือความยาวไม่เกิน 10 เมตร ค่ากู้ ไม่เกิน 10,000 บาท/ลำ ค่าซ่อมไม่เกิน 20,000 บาท/ลำ และเสียหายทั้งลำ ไม่เกิน 66,000 บาท/ลำ เรือความยาวเกิน 10 เมตร ค่ากู้ไม่เกิน 25,000 บาท/ลำ ค่าซ่อมไม่เกิน 70,000 บาท/ลำ และเสียหายทั้งลำ ไม่เกิน 200,000 บาท/ลำ และ 2.การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ.2556 ด้านการดำรงชีพ ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเงินทุน ครอบครัวละไม่เกิน 11,000 บาท 
    ในส่วนนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ภาคใต้แนะนำ 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเยียวยาฟื้นฟูธุรกิจของ ธพว. และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน พักชำระดอกเบี้ย 6 เดือน และมาตรการวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ ระยะเวลากู้สูงสุด  5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 0.415 ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา
    นอกจากนี้ เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้เสริมศักยภาพธุรกิจ เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3 เพียงร้อยละ 0.42 ต่อเดือน และนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 เพียงร้อยละ 0.25 ต่อเดือน และสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 (กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ) อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1 ต่อปี เป็นต้น
    วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และคณะ เดินทางมาที่ จ.นครศรีธรรมราช นำถุงยังชีพจำนวน 150 ชุด ที่รวบรวมจากศูนย์รับบริจาคของพรรคเพื่อไทย 30 เขตทั่วกรุงเทพฯ มามอบแก่ผู้ประสบภัยที่ ต.ปากนคร อ.เมืองฯ และเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติที่ศูนย์อนามัย 11
    "ชาวบ้านหลายคนเครียดและความดันขึ้น จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและเข้าช่วยเหลือทุกชุมชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งส่งจิตแพทย์เข้ามาเยียวยาความรู้สึกของประชาชน" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    มีรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก ที่ อ.ปากพนัง และที่ ต.ปากนคร อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 7 ม.ค.นี้ เวลา 14.00 น.


ดีใจกับ "คุณเปรมชัย" ด้วย! หลัง "นอนคุก" หนึ่งคืน......... ในคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ก็ได้รับประกันตัวในชั้นฎีกาออกมาเมื่อวาน (๑๓ ธ.ค.๖๒)

เสียงร้องทารกก่อน "ถูกยุบ"
ปฐมบทยุบอนาคตใหม่
'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'