นำรายได้งานอุ่นไอรักช่วยเหยื่อปาบึก


   


    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณให้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากงานอุ่นไอรัก  คลายความหนาวฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปาบึก พร้อมทรงรับผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตไว้ในพระราชานุเคราะห์ และทรงให้ติดตามฟื้นฟูสุขภาพกายใจราษฎรต่อเนื่อง "บิ๊กตู่" ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ให้กำลังใจชาวบ้านอย่าท้อ ลั่นรัฐบาลช่วยเหลือเต็มที่ "ธนาคาร" ออกมาตรการดูแลลูกค้าเพิ่มเติม  "ทษช." ซัดรัฐใช้งบฉุกเฉินหาเสียงจนหมด ต้องตั้งโต๊ะรับบริจาค    
    เมื่อวันจันทร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว "สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์" ไปให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค.62 เป็นการเร่งด่วน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้รับผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตไว้ในพระราชานุเคราะห์ ตลอดจนพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแผ่ไปถึงสัตว์เลี้ยงให้ได้รับความช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน กับทรงให้ติดตามช่วยเหลือและฟื้นฟูสุขภาพกายและสภาพจิตใจของราษฎรที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
    เวลา 08.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในการเข้าไปเร่งฟื้นฟูเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่มพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งนครศรีธรรมราชถือเป็นจังหวัดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด
    โดยทันทีที่มาถึง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 7 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อวางพวงหรีดเคารพศพนายปรีชา จันทร์แก้ว อายุ 69 ปี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างทำหน้าที่จิตอาสาช่วยเหลือชาวบ้านขณะเกิดเหตุพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่ม โดยนายกฯ ได้แสดงความเสียใจและกล่าวให้กำลังใจนางอำนวย จันทร์แก้ว ภรรยาของผู้เสียชีวิตและครอบครัว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลครอบครัว เพราะถือเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ยอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อส่วนรวม รวมทั้งมอบกระเช้าและถุงยังชีพให้ผู้สูงอายุ 2 ครอบครัว คือครอบครัวนางพลอย ศรีระบาย อายุ 80 ปี และครอบครัวนายถัด จงกล อายุ 84 ปี
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทักทายและให้กำลังใจผู้ประสบภัยในพื้นที่ว่า รัฐบาลกำลังเร่งที่จะเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาความเสียหาย ระดมกำลังพลจากกองทัพและหน่วยราชการอื่นๆ ซ่อมแซมความเสียหายอย่างเร่งด่วน โดยสั่งการให้ท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ส่วนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จะต้องซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน บ้านเรือนประชาชนที่เสียหายทั้งหลังจะต้องซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ยืนยันจะดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่
    จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางไปยังเนินตาขำ ต.บางพระ อ.ปากพนัง เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก และมอบถุงยังชีพจำนวน 3,000 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนผู้ประสบภัยที่มาต้อนรับว่า รู้สึกดีใจที่ทุกคนยังยิ้ม ยังหัวเราะได้ ขอให้กำลังใจทุกคน  ยามนี้ถือว่ากำลังใจที่เข้มแข็งมีความสำคัญที่สุด ขอให้มีความรักสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 
ขีดเส้น 1 เดือนฟื้นฟูใต้
    "หน่วยงานต่างๆ ได้สั่งการให้สำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จทั้งทางด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง สิ่งสาธารณประโยชน์ บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนให้ซ่อมแซมทันทีคู่ขนานกับการสำรวจ และบ้านที่เสียหายทั้งหลังภายใน 30 วัน รวมทั้งไฟฟ้าที่ยังดับอยู่จะดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 8 ม.ค.นี้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    เวลา 12.30 น. นายกฯ และคณะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก  อ.ปากพนัง เมื่อเดินทางถึงนายกฯ ได้ออกเยี่ยมผู้ประสบภัยและนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โดยโรงเรียนแห่งนี้ใช้เป็นศูนย์อพยพในระหว่างเกิดพายุ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้แวะทักทายและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน พร้อมชิมไก่ทอดและไข่เจียวของโรงครัวพระราชทานและชมว่าอร่อยรสชาติดี พร้อมกับร่วมปรุงอาหารคั่วกลิ้งหมู และมอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาแก่เด็กนักเรียน ก่อนร่วมรับประทานอาหารกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง  
    นายกฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ผู้ประสบภัยทุกคนมีกำลังใจที่ดี คนไทยเป็นคนใจสู้ และจากนี้รัฐบาลจะเร่งสำรวจความเสียหายและซ่อมแซมโดยเร็ว ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยประชาชนทุกคน และจะนำรายได้จากการจัดงานอุ่นไอรักคลายความหนาวมาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้  
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านขอให้รัฐบาลช่วยให้ราคายางพาราดีขึ้น ซึ่งนายกฯ รับปากว่าจะดูแลให้ พร้อมบอกรัฐบาลกำลังเร่งใช้ยางในประเทศ และขอให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนตัวเอง เพราะหลายประเทศปลูกยางเหมือนกันหมด หากไม่ปรับเปลี่ยนวันหน้าจะมีปัญหา แต่สัญญาจะทำให้เต็มที่และทำให้ดีที่สุด ขออย่าให้ยาง ปาล์ม ประมง หรือปัญหาเกษตรอื่นๆ มาเป็นปัญหาการเมืองอีกเลย 
    "วันนี้มาเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจ ไม่ได้มาหลอกลวงหรือมาทำให้คนรัก แต่มาด้วยหัวใจและดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้ม และจะกลับไปสั่งการเพิ่มเติมให้ในที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ (8 ม.ค.)" นายกฯ กล่าว
    ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางมาที่หมู่ 1 ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยมการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่กำลังซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งนายกฯ ได้ขึ้นไปตอกกระเบื้องหลังคาช่วยซ่อมแซมบ้านประชาชนที่เสียหายจำนวน 2 หลังด้วย พร้อมกล่าวให้กำลังใจประชาชน ขอให้อดทน ก้าวผ่านเหตุการณ์ไปให้ได้ และค่อยๆ ล้างทำความสะอาดบ้านเรือน อย่าท้อแท้ 
    "รัฐบาลจะเร่งทำการช่วยเหลือรวบรวมกำลังทหารช่าง ตำรวจ และพลเรือนมาช่วยซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และขอให้กำลังใจจิตอาสาและกำลังพลทหารที่ช่วยประชาชน ขอให้ภูมิใจกับสิ่งที่ทำ ถึงแม้จะไม่ได้รับอะไรตอบแทน แต่ได้ใจประชาชน ถือเป็นการตอบแทนที่คุ้มค่า ขอให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกรัฐมนตรียังได้เดินพบปะทักทายประชาชน พร้อมสอบถามปัญหาความเป็นอยู่และการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ว่าได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงหรือไม่ หากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือขอให้แจ้งมายังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อที่จะได้เร่งให้ความช่วยเหลือต่อไป นอกจากนี้นายกฯ ได้เยี่ยมชมศูนย์ซ่อมสร้างโดยนักเรียนอาชีวะอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้ส่งทหารหน่วยงานบัญชาการทหารพัฒนา กรมการทหารช่าง เข้าไปสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนมาก ซึ่งจะต้องรีบดำเนินการในทุกจังหวัดภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนกลับมาอยู่อย่างเป็นสุขเช่นเดิม ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็มีผู้เสียชีวิต ซึ่งก็ขอแสดงความเสียใจด้วย
แบงก์ช่วยเหลือลูกค้า
    ขณะที่นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.ได้จัดทำมาตรการพิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fastrack) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ รวมถึงกรณีน้ำท่วม หรือลมพายุ โดยประสานงานให้กลุ่มพันธมิตรประกันภัยของธนาคารพิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้ลูกค้าที่เป็นผู้ประสบภัยทุกรายอย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 1.5 หมื่นบาท เพียงกรอกแบบฟอร์มพร้อมแสดงภาพถ่ายความเสียหายของที่อยู่อาศัยที่ชัดเจน และหลักฐานอื่นๆ ที่ธนาคารกำหนด 
    "หากกลุ่มพันธมิตรประกันภัยของธนาคารประเมินความเสียหายของที่อยู่อาศัยแล้วพบว่าสูงกว่า  1.5 หมื่นบาท หรือมีน้ำท่วมตัวที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 100 เซนติเมตรขึ้นไป ลูกค้ามีสิทธิ์ได้รับค่าสินไหมตามจริงแต่ไม่เกิน 2 หมื่นบาท" กรรมการผู้จัดการ ธอส.กล่าว
    ส่วนนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ประกอบด้วยมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ ด้วยการพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการหรือฟื้นฟูกิจการ โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด คือพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินกู้ใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน นอกจากนี้ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารช่วยลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับล่าช้า               วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์หลายคน เดินทางลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชเพื่อเยี่ยมผู้ประสบภัยพายุปาบึก โดยจุดแรกนายอภิสิทธิ์ไปร่วมงานศพนางจุ่ม ภู่ร้อย อายุ 57 ปี ซึ่งจมน้ำเสียชีวิตจากเหตุการณ์พายุปาบึกที่บ้านเลขที่ 193 หมู่ที่ 5 ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเคารพศพและปลอบใจญาติผู้เสียชีวิต    
    นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทราบความเดือดร้อนของพี่น้องที่บ้านเรือนเสียหายจากผลกระทบของภัยทางธรรมชาติครั้งนี้  พรรคได้มอบหมายและกำชับ ส.ส.ในพื้นที่ให้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐ ในเรื่องการช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด ซึ่งหากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อไปที่ศูนย์ประสานงานของพรรคประจำพื้นที่ได้ เพื่อจะได้ดำเนินการประสานความช่วยเหลืออีกหนึ่งช่องทาง    
ทษช.ดักคองบฉุกเฉิน
    จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินทางไปที่หมู่บ้านชายทะเล ที่สะพานตัวที หมู่ที่ 1 ต.ปากนคร และหมู่ที่ 4  ต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับไปก่อนหน้านี้ โดยไปเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบภัยทุกคนก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ช่วงค่ำ                            
    ที่พรรคชาติพัฒนา น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนจิตอาสาที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มความสามารถ โดยในวันที่ 8 ม.ค.นี้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก  รองหัวหน้าพรรค และคณะผู้บริหารพรรคชาติพัฒนา จะลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบภัย ที่หอประชุมประชารัฐ บ้านวังรัก หมู่ที่ 5 ต.ไชยมนตรี อ.เมืองนครศรีธรรมราช  และ อ.ปากพนัง 
    ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อมอบกำลังใจและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึกของพรรคเพื่อไทย พบมีความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวใต้จำนวนมาก เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ขอเสนอให้รัฐบาลย้ายการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ภาคเหนือในวันที่ 14-15 ม.ค.นี้ไปจัดในจังหวัดภาคใต้ที่ประสบภัยจากพายุปาบึกแทน เพื่อให้การอนุมัติงบประมาณในการให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความฉับไว เหมือนเมื่อครั้งที่เกิดเหตุสึนามิในภาคใต้ ที่รัฐบาลทักษิณได้แก้ไขปัญหาด้วยความฉับไว ด้วยการเดินทางลงพื้นที่ทันทีและโทรศัพท์สั่งการให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องรีบลงพื้นที่และกินนอนในพื้นที่ จนได้รับความชื่นชมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก                
    เช่นเดียวกับนายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานภาคใต้ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจัดงาน "รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้" เชิญชวนประชาชนให้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปาบึกว่า เป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่ต้องทำเร่งด่วนในการเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวใต้ งานนี้ถือเป็นการร่วมมือร่วมใจของคนทั้งประเทศในการช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้         
    "อยากจะตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาลว่า ปกติรัฐบาลจะมีการจัดสรรงบกลางไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว ซึ่งในปี 62 มีเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 90,000 ล้านบาท และกรณีนี้ถือว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณลงไปช่วยแล้วหรือไม่ หรือรัฐบาลดึงงบประมาณจำนวนเกือบแสนล้านไปใช้ในโครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่เอาไว้ปูทางหาเสียงหมดแล้ว จึงต้องมาขอรับบริจาคจากประชาชนเพิ่มเติม" นายก่อแก้วระบุ. 


พลุ่งพล่านกันเหลือเกินว่า "ขั้วไหน" จะได้เป็นรัฐบาล และ "ใคร" จะได้เป็นนายกฯ?ฉะนั้น.......วันนี้ เรามาขยี้ให้สิ้นประเด็นสงสัยกันไปซักทีดูการเมือง ก็เหมือนดูกีฬา สิ่งแรกต้องรู้คือ "กฎ-กติกา" ถ้าไม่รู้ เชียร์สะเปะ-สะปะ นอกจากทุเรศแล้ว 

จงเชื่อเส้นทางประชาชนกำหนด
สัญญาณ 'เปลี่ยนยุค' ประเทศ
ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป