ก้างตำคอ พลังประชารัฐ "ประยุทธ์" สืบทอดนายกฯ ส่อสะดุด?


   

      อาหารเลิศหรูบนโต๊ะจีนโต๊ะละ 3 ล้านบาท ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดงานระดมทุนที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อค่ำวันที่ 19 ธันวาคม 2561  

      แม้จะไม่ได้เสิร์ฟปลามีก้างให้ผู้บริหารพรรคนี้ตักกิน แต่พฤติกรรมที่แสดงออกคล้ายกับว่ากางปลาติดคอใกล้กับหลอดลม ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

      กิจกรรมเปิบพิสดารที่เสียดแทงความรู้สึกของชาวบ้านที่ต่างโอดครวญว่ากำลังย่ำแย่กับภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ด เกิดสภาวะ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” แต่กลับต้องมาได้ยินได้ฟังข่าวการจัดเลี้ยงจากปากของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานจัดเลี้ยงระดมทุนว่า ในวันงาน (19 ธันวาคม 2561) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้พรรค พปชร. ในฐานะหัวหน้าคณะจัดงานระดมทุนด้วยการขายบัตรโต๊ะจีนให้ข่าวกับสื่อมวลชนในวันงานว่า

      “การจัดงานครั้งนี้ มีการจองโต๊ะไว้ครบทั้ง 200 โต๊ะ ซึ่งบางโต๊ะบริจาคเงินให้พรรคเกินกว่า 3 ล้านบาท ทำให้ยอดการบริจาคตอนนี้ได้มากเกินกว่าเป้าที่เราตั้งไว้ที่ 600 ล้านบาท คาดว่าได้เกือบ 650 ล้านบาท...

      เมื่อตกเป็นข่าวว่าการจัดเลี้ยงชักไม่ชอบมาพากล โต๊ะจีนบ้าบออะไรแพงหูฉี่ขนาดนี้ ใครจองโต๊ะ กี่โต๊ะ เป็นเงินเท่าไร เฉพาะที่เกินรายละ 1 แสนบาท ต้องแจ้งรายชื่อเศรษฐีคนนั้นให้ กกต.ทราบ และยังต้องประกาศให้ประชาชนรับรู้ภายใน 30 วันนับแต่วันจัดงาน

      เท่านั้นแหละ นายณัฏฐพลกลับมาบอกว่า ถ้าใครจองโต๊ะไม่ถูกต้องจะคืนเงินให้

      แต่ก็ถูกนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามออกมารุมกระหน่ำและงัดข้อกฎหมายพรรคการเมือง หลักจริยธรรม มาดักหน้าว่า การกระทำผิดได้เกิดขึ้นแล้ว ลบล้างไม่ได้ ต้องรับผิดชอบ ซึ่งมีโทษจำคุก พร้อมกับเรียกร้องให้ใช้ความกล้าหาญมาตรวจสอบ ถ้าปกป้องช่วยเหลือกันเอง หรือไม่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา กกต.ก็จะมีความผิดด้วยในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติที่มิชอบด้วยกฎหมาย

      กลเกมการเมืองเรื่องโต๊ะจีนกว่า 600 ล้าน ตอนก้างติดคอพลังประชารัฐ สะท้อนให้เห็นว่า พรรคพลังประชารัฐที่รัฐมนตรี 4 คน ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และ  นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเสียดายเก้าอี้รัฐมนตรี ปล่อยให้เป็นขี้ปากฝ่ายตรงข้ามและชาวบ้านร้านตลาด ทำให้ไม่มีเวลามาบริหารงานพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่

      นอกจากนี้ ทั้ง 4 คนก็ยังอ่อนหัดทางการเมือง ไม่ได้ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทะลุปรุโปร่ง คิดง่ายๆ แบบเร็วๆ ว่า

      การ (หาเงิน) มีเงินก้อนโตสักก้อน มีอำนาจรัฐ มี ส.ว.เป็นฐาน พรรคพลังประชารัฐจะผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัยได้ไม่ยาก การเอ่ยปากขอให้นักธุรกิจช่วยบริจาคเงินซื้อโต๊ะจีนเพื่อพรรคพลังประชารัฐ เขาคงไม่ปฏิเสธ

      ลืมนึกไปว่า เมื่อบริจาคเงินค่าโต๊ะจีนเป็นเงินคนละหลายล้านบาท รายชื่อจะต้องถูกเปิดเผยและการถูกตรวจสอบเป็นรายคนว่า เป็นใคร ทำธุรกิจอะไร ได้รับประโยชน์จากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานรัฐอื่นๆ อะไรบ้าง เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ฯลฯ

      เรื่องการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเป็นรายคนตามประกาศของ ป.ป.ช. เปรียบเสมือนขอแสลงที่ทำให้นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพากันลาออกไปแล้ว เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าตัวเองมีทรัพย์สินอะไรบ้าง

      และอาจเลยไปถึงช่วงการเลือกนายกรัฐมนตรีและการฟอร์มรัฐบาล การแต่งตั้งรัฐมนตรี

      นั่นหมายความว่า กระทบไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ด้วย

      เพราะพรรคพลังประชารัฐวางแผนจะเสนอรายชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เมื่อก้างปลาโต๊ะจีนกว่า 600 ล้านบาท เกิดติดคอรัฐมนตรี 4 คน ดึงออกไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลร่วมกับ 4 รัฐมนตรีย่อมทุรนทุราย เจ็บปวดทรมานตามไปด้วย

      อย่าประมาทก้างปลาชิ้นเดียว หากก้างปลานั้นแหลมคมเกิดไปติดหลอดลม หมอผ่าตัดไม่ทัน ก็มีสิทธิตายได้

      ใช่จะมีแต่เฉพาะเรื่องโต๊ะจีนที่ กกต.กำลังสอบสวนเรื่อง ยังมีเรื่องว่าที่ผู้สมัครหาเสียงโดยใช้บัตรคนจนเป็นข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งถูก กกต.สอบสวนเช่นกัน

      การสืบทอดตำแหน่งนายกฯ ของ “บิ๊กตู่ อาจสะดุดก็เป็นได้.                 


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ