'เพื่อชาติ' เปิดตัวหลานบิ๊กจิ๋วลงส.ส.เขตดุสิต เห็นใจทหารใต้เบี้ยเลี้ยงไปไม่ถึง


เพิ่มเพื่อน    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คพรรคเพื่อชาติ ได้เผยแพร่รายการ ‘เพื่อชาติ Talk’ มีนายยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ จัดรายการพูดคุยถึงทิศทางของพรรค พร้อมกับแนะนำคนรุ่นใหม่ทางการเมือง ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรค

นายณัฏฐ์พงษ์ ยงใจยุทธ เปิดเผยว่า เป็นหลานชายแท้ๆของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตดุสิต กทม. คุณปู่ชวลิตเป็นทหารประชาธิปไตย ในยุคนี้มีทหารที่มีอำนาจ ทำให้เราเกรงกลัวอำนาจ อยากให้ทุกท่านออกมาใช้สิทธิ์ เป็นการตัดสินว่าระบอบไหนจะดำเนินต่อไป ซึ่งในหัวใจของตนประชาชนคนไทย เชื่อว่าทุกท่านจะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย สิ่งที่อยากจะผลักดันคือ เรื่องแก้ปัญหาความยากจน ที่เป็นปัญหาหลักของประเทศชาติ ทางพรรคมีผู้เชี่ยวชาญ มั่นใจว่าจะนำนโยบายต่างๆไปพัฒนาแล้วช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องทุกคนได้ การหาเสียง ไม่ได้มีแบบแปลนที่ตายตัว แต่จะใช้จิตวิญญาณที่เป็นประชาธิปไตย อยากเข้ามารับใช้ประชาชนทุกคนทั้งประเทศ ไม่ว่าทหารหรือประชาชนก็มีความเป็นประชาธิปไตยอยู่ในตัว นอกจากนี้ยังอยากพัฒนาเศรษฐกิจสวัสดิการของทหาร ไม่ว่าจะเป็นทหารภาคใต้ เพราะทหารบอกว่างบประมาณไปไม่ถึงเขา เรื่องนี้สำคัญควรให้ความสำคัญ เขาเป็นทหารที่ทำให้ชาติไม่ได้คิดทำเพื่อตัวเองเลย

นายธนธัศ ขุนนุช ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สมุทรสงคราม พรรคเพื่อชาติกล่าวว่า สิ่งที่อยากผลักดัน แก้ไขคือ ปัญหาประมง แรงงานต่างด้าว เกษตรกร เพราะมาจากรากหญ้าเป็นคนจน อยากให้ชาวสมุทรสงครามมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อยู่ท้องถิ่นมาไม่น้อยกว่า 7-8 ปีทำได้รู้อยู่แล้วว่าชาวบ้านต้องการความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จากนั้นนายยงยุทธ ได้พูดถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำว่า เราได้ตัวเลขทางเศรษฐกิจมหาศาล ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมาจาก income ภาษีรายได้ อันที่สองคือ มาจากรายจ่ายภาครัฐพอดี เราเห็นการประกาศลงทุนเมกะโปรเจ็กต์หลายเป็นล้านๆบาท สำหรับเศรษฐีหลายแสนล้าน หรือแม้กระทั่งการผูกขาดตัดตอน วันนี้เราเห็นร้านค้าร้านขายทั้งหลายเกิดจากการบริหารของกลุ่มทุน สินค้าเกษตรขายไม่ได้ ตกต่ำขาดทุน เงินถูกดูดไปอยู่กับคนไม่กี่ตระกูล เอาเงินไปซื้อที่ดินแปลงใหญ่ถ้ามารวบรวมกันแล้วได้มากกว่า 12 จังหวัด นอกจากนี้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลยาก ระยะทางของคนแต่ละพื้นที่มีไม่เท่ากัน ควรจะต้องมีโรงพยาบาลที่พอเหมาะในแต่ละพื้นที่ ต้องสร้างนโยบาย 1ตำบลก็ต้องมีหมอ ด้านชาติพันธุ์ จะต้องมีโรงพยาบาลตำบลอยู่ใกล้ชิดชาวบ้านต้องมีแพทย์มีเครื่องมือที่ทันสมัย ควรจะมีเครื่องเอ็กซเรย์ ห้องผ่าตัดเล็กๆ ให้กับคนเหล่านี้ ในเมื่อเราให้โอกาสในการรักษา ไม่ต้องเป็นภาระครอบครัว แต่การเข้าถึงจะต้องพัฒนาต่อ

ปัญหาความเหลื่อมล้ำเกิดจากโครงสร้างการบริหารการจัดการที่ผิดพลาดและล้มเหลว เป็นเรื่องของโครงสร้างทางสังคมโครงสร้างที่กฎหมายที่เขียนไว้และโอกาสของคน มันไม่มีเท่ากัน ตั้งแต่เริ่มต้นมันจึงทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของการผูกขาดตัดตอน เราดูสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ผู้ได้รับสัมปทานเจ้าเดียว แต่ราคาสินค้าเกษตร ทุกวันนี้อ้อย ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าว ทั้งหลายขาดทุนหมด ไม่รู้ว่าเป็นเวรกรรมอะไรของพี่น้องประชาชน ทำให้คนคิดว่ารัฐบาลนี้มองคนจนเป็นศัตรูหรือเปล่า บางคนคิดอย่างนั้น แต่ในความเป็นจริง สินค้าเกษตรมันเหมือนน้ำท่วมมาทีเดียวก็ท่วมตูมเลย เรื่องข้าว บางชาติสร้างโกดังข้าวไว้ในต่างประเทศ เมื่ออบแห้งแล้วก็รีบสีเอาลงเรือแล้วไปเก็บไว้ตามโกดังที่เป็นลูกค้าของเราส่วนลูกค้ารายใหม่มันก็ต้องไปทำการตลาดเพิ่ม แต่โกดังบ้านเรามันพร่อง นอกจากนี้รัฐบาลต้องดู Value chain คือเรื่องของสายโซ่ของมูลค่าเพิ่ม ที่จะต้องทำต่อว่าทำอะไรบ้าง ในเรื่องการจัดการสินค้าเกษตรนั้น ยังไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพในการบริหารได้เต็มร้อย ยังมีช่องว่างอยู่ รวมทั้งบางพื้นที่เกษตรกรถูกยึดเครื่องสูบน้ำ แทนที่จะให้ใบประกาศเกียรติคุณที่สามารถเพิ่มผลผลิตได้มัน กลับกลายเป็นว่าเป็นข้อห้าม เสมือนหนึ่งว่าเป็นคนทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละมันไม่ควรจะเกิดขึ้นใครที่มีปัญญาทำอะไรในก็ทำให้เต็มที่หน้าที่ของรัฐคือ อำนวยความสะดวก

ในตอนท้ายนายยงยุทธยังกล่าวถึงการเลือกตั้งว่า วันนี้นักมวยอยากขึ้นเวที แต่กรรมการยังไม่เรียกขึ้นเวที ซ้อมมานานและอากาศยิ่งหนาวขึ้น สำหรับพรรคเพื่อชาติเป็นที่อยู่ของคนรักชาติ รักประชาธิปไตย เป็นที่อยู่คนที่เรียกร้องหาความเป็นธรรม เรารักบ้านเมืองของเราทั้ง3สถาบันคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่เราไม่เอาเผด็จการ


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"