“คลัง” ยันหนี้สาธารณะ 60% ต่อจีดีพีเหมาะสมตามหลักสากล


   

 

12 ม.ค. 2562 นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีการแสดงความเป็นห่วงเรื่องวินัยการคลังตามกรอบของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง ที่มีการกำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะไม่เกิน 60% ของจีดีพีนั้นมีความหละหลวม ว่า ยืนยันว่าการกำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบันสอดคล้องกับการกำหนดเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในระดับสากล โดยการกำหนดสัดส่วนดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่กระทรวงการคลังใช้ในการบริหารหนี้สาธารณะตลอดมา และได้มีการทบทวนสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีตามพื้นฐานทางเศรษฐกิจและนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาล

“ทางธนาคารโลกได้แนะนำมาว่าความเหมาะสมของสัดส่วนหนี้สาธารณะที่ 60% ต่อจีดีพี เป็นระดับที่เหมาะสมแล้ว และหลายประเทศก็กำหนดสัดส่วนหนี้ไว้ที่ระดับดังกล่าว ซึ่งเพียงพอที่จะสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจได้ในระยะต่อ ๆ ไป ขณะที่สัดส่วนหนี้ของรัฐบาลของไทยก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกับหลายประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงทางการคลังในระดับสูง” นางจินดารัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัว เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและสังคม และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นและพื้นที่ทางการคลังกรณีเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหรือความผันผวนในระบบเศรษฐกิจโลก โดยจากประมาณระยะ 5 ปีข้างหน้า พบว่า ระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีก็ยังอยู่ภายใต้เพดานที่ 60%

นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งได้มีการกำหนดสัดส่วนทางการเงินต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารหนี้สาธารณะ โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่กำหนดเป็นเพียงกรอบความยั่งยืนทางการคลังเพื่อเป็นแนวปฏิบัติเท่านั้น และยังมีการกำหนดสัดส่วนทางการเงินอื่น ๆ เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการคลังด้วย เช่น สัดส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้, สัดส่วนหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อหนี้สาธารณะทั้งหมด รวมทั้งได้เพิ่มการวิเคราะห์สัดส่วนภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ธนาคารโลกแนะนำ เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลมีความสามารถในการชำระหนี้ในปัจจุบันและระยะปานกลาง

นางจินดารัตน์ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ยังได้มีประกาศเพื่อกำหนดสัดส่วนงบประมาณเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ (เงินต้น) ไว้ที่ 2.5-3.5% ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การบริหารหนี้สาธารณะของไทยที่ได้มีการกำหนดสัดส่วนดังกล่าวไว้ในกฎหมาย เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและสร้างความยั่งยืนทางการคลังในระยะปานกลางและระยะยาว โดยในระยะปานกลาง (5ปี) เราได้มีการคาดการณ์สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ซึ่งพบว่ายังอยู่ภายใต้เพดานที่ไม่เกิน 60% โดยในปีงบประมาณ 2562 สัดส่วนหนี้สาธารณะ อยู่ที่ 43.3% ต่อจีดีพี, ปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 44.5% ต่อจีดีพี, ปี 2564 อยู่ที่ 46% ต่อจีดีพี, ปี 2562 อยู่ที่ 47.9% ต่อจีดีพี และปี 2566 ภายใต้สมมติฐานจีดีพีขยายตัว 4% สัดส่วนหนี้สาธารณะ อยู่ที่ 48.5% ต่อจีดีพี  โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการกู้เงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นการพัฒนาและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

“ระดับเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่ 60% เป็นระดับที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รักษาวินัยทางการคลังและสามารถรองรับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้ รวมทั้งกรอบการบริหารหนี้สาธารณะต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จะช่วยให้การบริหารหนี้สาธารณะเป็นไปด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงความคุ้มค่า ความสามารถในการชำระหนี้ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดความยั่งยืนทางการคลัง

           
 


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ