รมว.พม.เยี่ยมผู้ประสบภัยพายุ ‘ปาบึก’ อ.ปากพนัง  จ.นครศรีธรรมราช มอบงบซ่อม-สร้างบ้าน 59 หลังกำชับให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน


   

อ.ปากพนัง / พลเอกอนันตพร  รมว.พม. เยี่ยมผู้ประสบภัยพายุ ‘ปาบึก’ ที่ อ.ปากพนัง  จ.นครศรีธรรมราช   และเป็นประธานมอบงบประมาณซ่อม-สร้างบ้านเรือนให้ผู้ประสบภัยจำนวน 59 หลังคาเรือน  ใช้งบ 1 ล้านบาทเศษ  กำชับให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนี้  โดยให้องค์กรชุมชนเป็นแกนหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 

       จากเหตุการณ์พายุโซนร้อน ‘ปาบึก’ พัดถล่มพื้นที่หลายจังหวัดภาคใต้  โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับผลกระทบมากที่สุด  โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบ 199,864 ครัวเรือน  รวม  679,257 คน  มีผู้เสียชีวิต 3 ราย  บ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง 244 หลัง  และพังเสียหายบางส่วน  43,897 หลัง  ขณะเดียวกันเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.นครศรีธรรมราช  โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลหลายแห่งได้ร่วมกันสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน  เพื่อซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยโดยองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก  ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่   

       ล่าสุดวันนี้  (21 มกราคม 2562) เวลา 09.00 น. ที่บ้านหน้าโกฏิ ม.10 ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช  พลเอกอนันตพร  กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  และคณะ  ได้ลงเยี่ยมพื้นที่และให้กำลังใจผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก  โดยมีนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. รวมทั้งประชาชนจากเครือข่ายองค์กรชุมชน จ.นครศรีธรรมราช  ประมาณ 300 คนให้การต้อนรับ

        พลเอกอนันตพร  รมว.พม. กล่าวว่า  การซ่อมแซมบ้านเรือนและสร้างบ้านใหม่ให้ผู้ประสบภัยในครั้งนี้  สภาองค์กรชุมชนตำบลขนาบนาก  และชุมชน  จะต้องร่วมมือกับท้องถิ่น  ทั้งกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  อบต.  และอำเภอ  ช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน  แต่การซ่อมแซมนี้ก็เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  เพราะปัญหาหลักของชาวบ้านที่นี่คือเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัย  เพราะส่วนใหญ่ปลูกสร้างบ้านเรือนในที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน  ดังนั้นในระยะต่อไปจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัยให้เกิดความมั่นคง  โดยการจัดหาที่ดินแปลงใหม่  ซึ่งก็จะต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีอาชีพประมงพื้นบ้าน  หรือหากจะอาศัยอยู่ในที่ดินแปลงนี้ต่อไปก็จะต้องดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถทำได้หรือไม่  เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงเรื่องที่อยู่อาศัย 

       “ส่วนการช่วยเหลือในเรื่องอื่นๆ ก็จะทำต่อไป  โดยให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด  หรือ พมจ.มาช่วยดูแล  ขณะเดียวกันสภาองค์กรชุมชนตำบลก็จะต้องนำเสนอปัญหาต่างๆ  โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดิน  โดยเสนอผ่านอำเภอไปสู่จังหวัด  เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำเสนอไปสู่กระทรวง พม. เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป”  รมว.พม.กล่าว

       ทั้งนี้ในการเดินทางมาเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบภัยจากพายุปาบึกในครั้งนี้   พลเอกอนันตพรได้เป็นประธานมอบงบประมาณซ่อมแซมและสร้างบ้าน  จำนวน 1,062,000  บาท   โดยแยกเป็นสร้างบ้านใหม่  12 หลัง  และซ่อมแซมบ้าน 47 หลังคาเรือน  รวมทั้งหมด 59 หลังคาเรือน  โดยในวันนี้มีการยกเสาเอกเพื่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 3   หลัง

       นายปัญญา เหมทานนท์  ประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนสายน้ำปากพนัง  กล่าวว่า  จากเหตุการณ์พายุโซนร้อน ‘ปาบึก’  พัดถล่มในพื้นที่ภาคใต้  เมื่อวันที่  4  มกราคมที่ผ่านมา    ในจังหวัดนครศรีธรรมราชพบว่า  มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน  199,864  ครัวเรือน   จำนวน 679,257  คน   มีผู้เสียชีวิต  3  ราย  บ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง 244  หลัง   และเสียหายบางส่วน  จำนวน  43,897 หลัง  ในจำนวนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าดำเนินการซ่อมแซมแล้วเบื้องต้น  จำนวน 6,902 หลัง

       ส่วนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช  โดยสภาองค์กรชุมชน 5 ตำบล  ร่วมกันสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยเบื้องต้น  โดยมีแผนดำเนินการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยโดยองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก  ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่  10  อำเภอ  มีผู้เดือดร้อนทั้งสิ้น 548  ครัวเรือน   แบ่งเป็น  ซ่อมแซม  518  ครัวเรือน และสร้างใหม่  30  ครัวเรือน

       แยกเป็น  อำเภอเมือง  39  ครัวเรือน   อำเภอเชียรใหญ่  35  ครัวเรือน   อำเภอชะอวด 27 ครัวเรือน   อำเภอร่อนพิบูลย์  2  ครัวเรือน   อำเภอจุฬาภรณ์  114  ครัวเรือน   อำเภอขนอม  10  ครัวเรือน   อำเภอท่าศาลา  59  ครัวเรือน  อำเภอสิชล  180  ครัวเรือน อำเภอหัวไทร  23  ครัวเรือน  และอำเภอปากพนัง  59  ครัวเรือน

      ทั้งนี้เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.นครศรีธรรมราช และ พอช. จะรับผิดชอบกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือของกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย  คือ  เป็นบุคคลที่มีบ้านเป็นของตัวเองแต่สถานะที่ดินไม่ชัดเจน  หรือไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน  โดยจะดำเนินการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่  ซึ่งการก่อสร้างและซ่อมแซมบ้านจะดำเนินการโดยใช้ช่างชุมชนที่เป็นสมาชิกในโครงการบ้านมั่นคงร่วมกันลงแรงร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่

       นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า  จากเหตุการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุปาบึกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ปากพนัง  จ.นครศรีธรรมราช   พอช. ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน  และภาคีเครือข่ายให้การช่วยเหลือ  โดยให้ชุมชนเป็นแกนหลัก  และมีการวางแนวทางการช่วยเหลือที่ไม่ให้ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรง  โดยมีกระบวนการมีส่วนร่วมจากขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่  ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลัก  ตั้งแต่การสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน   ประสานความร่วมมือกับภาคีต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องผู้ประสบภัย

       “สำหรับแผนการดำเนินการฟื้นฟูชุมชนหลังประสบภัยพิบัติในลำดับต่อไป  จะมีการช่วยเหลือครัวเรือนผู้เดือดร้อนด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการซ่อมหรือสร้างที่อยู่อาศัย  เช่น  เรื่องอาชีพ  ปัญหาที่ดิน  โดย พอช. จะบูรณาการข้อมูลในส่วนที่ พอช. สำรวจ  ร่วมกับ พมจ.  ท้องที่  ท้องถิ่น  สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ  เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป” นายสมชาติกล่าว

       ผอ.พอช.กล่าวด้วยว่า  การจัดการภัยพิบัติธรรมชาตินั้น  ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง   จะต้องมีการเชื่อมโยงการทำงานทั้งในระดับชุมชน  ตำบล  อำเภอ  และจังหวัด  โดยมีศูนย์ประสานงานกลางในระดับจังหวัด  มีคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติระดับจังหวัด  โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน  

        ขณะเดียวกันชุมชนก็จะต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ   โดยตั้งแต่ปี 2560  พอช.ได้สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ในภาคใต้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้จัดทำแผนงานเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ  เริ่มจากพื้นที่ 7 จังหวัด 49 ตำบล  จำนวน 62 โครงการ   เพื่อจัดทำแผนงานในระดับตำบล  เช่น  มีข้อมูลต่างๆ  ในตำบล  มีแผนที่ตำบล  การไหลของน้ำ  พื้นที่เสี่ยงภัย  พื้นที่ปลอดภัย  จุดอพยพคนและสัตว์  จุดทำครัวกลาง  มีกิจกรรมการพัฒนายกระดับอาสาสมัคร  มีการจัดทำแผนรับมือเมื่อเกิดภัยในตำบลที่มีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย  มีกิจกรรมการระดมทุนเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งกองทุนต่างๆ

 


เริ่มหนาวแล้วและอาจได้หนาวถึงขั้วหัวใจกันทั่วหน้า หากยังมีความคิดจะโค่นรัฐธรรมนูญวันนี้เสียงเรียกร้องบอกว่า อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ มาในแบบลับลวงพรางเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน
'ชมกันเองบ้างจะเป็นไรไป'