ปิดโรงเรียน-มหา'ลัยหนีฝุ่นพิษ


   

     ยิ่งกว่าฝุ่นพิษ PM 2.5! "บิ๊กตู่" ยัวะถูกด่าหาว่าอ่อน ขู่ใช้ยาแรง รถวิ่งวันคู่วันคี่ ห้ามนั่งคนเดียว รถดีเซลห้ามเข้าเมือง หากยังแก้ควันดำไม่ได้ ส่งทหารตรวจโรงงาน ทำผิดปิดสถานเดียว ด่าดีนักเตรียมออกคำสั่ง คสช. เด็กจะไอเป็นเลือดอยู่แล้ว  ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดโรงเรียน สถาบันอุดมศึกษาพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล 31 ม.ค.-1 ก.พ.
     เมื่อวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีการนำเรื่องฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมาหาเสียงโจมตีรัฐบาล ที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกอย่าง ตอนนี้มาตรการระยะสั้นคือใช้น้ำแก้ปัญหา ให้ข้อมูลประชาชน มีการจัดหาหน้ากากให้ แต่ก็ยังมีคนบ่นว่าถ้าเด็กทำหน้ากากหลุดแล้วจะทำอย่างไร
    "จึงต้องถามกลับไปว่า แล้วผมจะต้องไปใส่หน้ากากให้เด็กหรืออย่างไร นี่คือคนที่เขียนตามโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ต่างๆ ถามว่ามันเป็นหน้าที่ผมหรือไม่ ที่จะต้องไปใส่หน้ากากให้เด็ก เพราะทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว"
    อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวได้สั่งการแล้วว่าให้มีการแจ้งเตือนประชาชนในเขตพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ซึ่งในกรุงเทพมหานคร พื้นที่ใดไม่ได้รับการแก้ไขเลย และไม่มีคำชี้แจงว่าได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไรบ้าง ตนจะสั่งลงโทษผู้อำนวยการเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษ เป็นต้น
    นายกฯ กล่าวว่า ถ้าทุกคนต้องการให้ผมเข้มงวด  จะทำให้รถควันดำตรงไหนจอดตรงนั้น ลากเอาไปเก็บจนกว่าจะปรับปรุงแล้วค่อยวิ่งได้ จะสั่งแบบนี้นะ ถ้ายังแก้ไม่ได้ ดูซิจะเดือดร้อนกันหรือไม่ ตนไม่ได้ต้องการให้เดือดร้อน แต่อยากให้ทุกคนมีจิตสำนึก และต่อไปรถที่วิ่งเข้ามาในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน 
    "ถ้าแก้ไขยังไม่ได้ ผมจะให้วิ่งรถเป็นวันคู่วันคี่ และต่อไปจะห้ามไม่ให้รถดีเซลวิ่งบนถนนเส้นเหล่านี้ มันจะมีปัญหากันอีกหรือไม่ เมื่อทุกคนบอกว่าผมอ่อนเกินไปในเรื่องนี้ ไม่เข้มงวดจริงจัง แต่ความจริงผมพร้อมทำทุกอย่าง ซึ่งทุกคนต้องร่วมมือกัน รีบไปแก้เสียในวันนี้”
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนในต่างจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร ต้องทำให้ค่าฝุ่นละอองลดลงให้ได้ ส่วนภาคอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมอาจต้องปิดโรงงานในช่วงเช้า บ่าย หรือเย็น หรือช่วงที่ค่าฝุ่นละอองสูง ขอให้เตรียมตัวไว้ และจะมาบอกว่านายกฯ ไม่เอาใจใส่อีกไม่ได้ คอยดูก็แล้วกัน ว่าจะมีอะไรกลับมาหรือไม่ จะยอมเสียสละกันหรือไม่ วันนี้จะขอให้รณรงค์กัน โรงงานหยุดทำการในช่วงเช้าหรือเย็นได้หรือไม่ วันละ 1 ชั่วโมงก็ยังดี แล้วจะต้องตรวจโรงงาน โดยใช้อำนาจ คสช.ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน.แต่ละจังหวัดเข้าไปตรวจสอบทุกโรงงาน ซึ่งวันนี้ได้ออกคำสั่งแล้ว เพื่อให้ดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากโรงงานใดไม่ได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องรับผิดชอบ ไปชี้เป้ามา เรามีหน่วยตรวจสอบอยู่แล้ว 
ด่าผมดีนัก
    “เดี๋ยวผมจะออกคำสั่ง คสช. แต่ไม่ใช้มาตรา 44 เพราะมาตรา 44 นั้นมีอำนาจอยู่แล้ว พอใจหรือไม่ ที่ผมประกาศแบบนี้ ต่อไปนั่งรถคนเดียวไม่ได้ ต้องมีเพื่อนนั่งรถไปด้วย 2-3 คน เอากันสิครับ ด่าผมดีนัก ว่าอย่างนี้ทำหรือไม่ทำ เด็กไอจะเป็นเลือดอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ผมจะทำให้ ต่อไปนี้ไปไหนต้องชวนเพื่อนไปด้วย จะนั่งแท็กซี่คนเดียวไม่ได้ ต้องลากคนขึ้นไปด้วย 2-3 ที่หมาย ถ้าไม่แก้กันผมจะทำแบบนี้" นายกฯ กล่าว
    กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 30 มกราคม จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า พื้นที่ กทม.และปริมณฑล อากาศลอยตัวได้น้อย ลมสงบ ซึ่งจากสภาพเช่นนี้ จะทำให้ปริมาณฝุ่นละอองสะสมได้ ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันนี้ 30 มกราคม 2562 ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน (29 ม.ค.) ทุกพื้นที่ 
    ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 39 พื้นที่ ดังนี้ พื้นที่ริมถนน เกินค่ามาตรฐาน 23 สถานี ส่วนพื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน 16 สถานี ซึ่งคาดการณ์ในช่วงบ่ายของวันนี้ อากาศลอยตัวได้น้อย ลมสงบ ทำให้ปริมาณฝุ่นละอองมีโอกาสสะสมมากขึ้น โดยลักษณะเช่นนี้จะเป็นไปจนถึงวันที่ 4 ก.พ.62
    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์การหลักของกระทรวงเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความห่วงใยในกรณีดังกล่าว และได้สอบถามมายัง ศธ. ว่าสามารถหยุดการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนได้หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติว่าจะมีการปิดสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นระยะเวลา 2 วัน คือวันที่ 31 มกราคม และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ในทุกระดับชั้น
ไม่เลื่อนสอบโอเน็ต
    ทั้งนี้ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะทำหนังสือเพื่อขอความร่วมมือไปยังสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมด ว่าจะปฏิบัติไปในทิศทางดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ประจำปีการศึกษา 2561 ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งจะสอบในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 สอบวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 นั้น หากโรงเรียนใดมีความจำเป็นที่จะต้องติวนักเรียนเพื่อทำการทดสอบดังกล่าว ก็ขอให้เป็นอำนาจของทางโรงเรียนพิจารณาเป็นรายกรณี ว่าจะใช้วิธีไหนอย่างไร โดย ศธ.ยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อนสอบโอเน็ตแน่นอน
    “ขณะนี้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครและสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในพื้นที่ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินกว่าวิกฤติได้มีการสั่งปิดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในส่วนของ ศธ.ก็จะมีการประเมินวันต่อวัน ทั้งนี้สำหรับการดำเนินการสัปดาห์หน้า คงต้องพิจารณาติดตามสถานการณ์เป็นรายวัน และจะต้องดูโรงเรียนในสังกัดอื่นๆ ด้วย” รมว.ศธ.กล่าว
    ด้ายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับการปิดการเรียนการสอนในวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์นั้น จะมีการประเมินสถานการณ์ร่วมกันระหว่างองค์กรหลักของ ศธ. โดยจะมีการหารือในช่วงเช้าของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ และจะเร่งประกาศให้รับทราบโดยทั่วกัน
    นางอรสา ภาววิมล รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า สกอ.ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนในเขต กทม.และปริมณฑลทุกแห่ง เพื่อขอความร่วมมือพิจารณาหยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ทั้งนี้ ให้รอดูสถานการณ์ โดยขอให้สถาบันอุดมศึกษาใช้ดุลยพินิจและความเหมาะสม
    วันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงว่า กทม.ได้ออกข้อความ แจ้งโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 แห่ง ปิดตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 30 ม.ค. ถึงวันที่ 2 ก.พ. นอกจากนี้ กทม.ได้ประสานไปยังชมรมโดรนของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก จำนวน 50 คน โดรน 50 ตัว โดยโดรน 1 ตัว สามารถบรรจุน้ำได้ 10 ลิตร มีรัศมีทำการตัวละ 4 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้น้ำในโดรนที่ใช้ปฏิบัติการจะมีการผสมน้ำกากอ้อยไปด้วย เพื่อสามารถจับฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นก้อน ขณะเดียวกันต้องมีการเตรียมรถล้างถนนภายหลังการปฏิบัติการครั้งนี้ โดย กทม.จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าเดินทางและที่พักแก่สมาชิกชมรม ทั้งนี้ จะเริ่มการปฏิบัติการในวันที่ 31 ม.ค. และ 1 ก.พ.นี้ 
หมอติงแก้ผิดทาง
     ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการสั่งปิดโรงเรียนว่า ในฐานะแพทย์ ยอมรับว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กก่อให้เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่จากมาตรการที่ปรากฏออกมานั้น การสั่งปิดโรงเรียนเสมือนกับเป็นการแก้ปัญหา ซึ่งจริงๆ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน และยังก่อให้เกิดการตื่นตระหนกของประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยที่ประชาชนไม่ทราบว่าจะต้องใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครอย่างไร จึงเป็นที่มาของการจัดงานแถลงข่าววันนี้ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากนักวิชาการ 
    เขากล่าวว่า ต้องมีแนวทาง 4 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลในฐานะที่ดูแลประชาชนทั้งระบบ จะต้องมีการประชุมหารือที่เร่งด่วน เพราะเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทาง คำแนะนำ ที่ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตระหนกและสับสนในสังคม 2.สธ.ในฐานะกระทรวงที่ดูแลสุขภาพประชาชน อยากจะให้ออกมาให้คำแนะนำแนวทางที่เหมาะสมในการดูแลรักษาตัวเอง 3.ประชาชนต้องตระหนักรู้ปัญหานี้จริงๆ ต้องมีการติดตามสถานการณ์ ซึ่งแต่ละคนต้องมีวิธีในการดูแลตนเอง และ 4.สังคมต้องมาตระหนักแล้วว่าเราต้องมาร่วมช่วยกันที่จะลดมลภาวะที่เป็นปัญหาในขณะนี้ เพราะหากไม่ร่วมกันแก้ไขปัญหา ประเทศไทยก็จะยังสอบตกต่อปัญหามลภาวะนี้ และก่อให้เกิดความเจ็บป่วยมากขึ้นทุกวัน
    รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการที่ปรึกษาชมรมลมวิเศษ กล่าวว่า ล่าสุดมีข่าวดีว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเชิญคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเข้าหารือในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ก็ต้องรอดูว่าจะมีผลอย่างไรออกมา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอยากให้ชัดก่อนว่าสาเหตุฝุ่นจิ๋วมาจากอะไรกันแน่ และควรมีแหล่งข้อมูลหลักจากแหล่งเดียวออกมาให้ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุจริงๆ และจะแก้ไขอย่างไร โดยต้องดูว่าผลกระทบต้องชัด
    นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จึงได้เร่งรัดให้มีการบังคับใช้มาตรฐานการระบายสารมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ให้เร็วยิ่งขึ้น หลังเกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาใหญ่และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอยู่ในขณะนี้ ส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากการสะสมของรถยนต์มาตรฐานยูโร 4 กว่า 10 ล้านคันปล่อยฝุ่นควันจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าที่ประชาชนต้องจ่ายกรณีซื้อหน้ากาก N 95 คิดเป็น 18,250 บาทต่อปีต่อคน 
    นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายเครื่องกรองอากาศ แผ่นกรองอากาศ โดย สศอ.เตรียมกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ผลิตรถยนต์ใหม่ในประเทศ ต้องผ่านมาตรฐานยูโร 5 เป็นขั้นต่ำภายใน 1-2 ปี หรือเริ่มผลิตมาตรฐานยูโร 5 ทุกคันในปี 2561 และกำหนดให้โครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ต้องผลิตรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐานยูโร 6 
    "แนวทางนี้ คาดว่าการยกระดับมาตรฐานตามสหภาพยุโรป (อียู) จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง 37,391 ตัน หรือลดลงจากเดิมประมาณ 80% ภายในปี 2564" นายณัฐพลกล่าว.


"พรรคประชาธิปัตย์" ปีนี้ อายุ ๗๓ ปีเต็ม ย่างเข้า ๗๔ ถ้าเป็นคน ก็ต้องบอกว่าเป็น "รุ่นแรก" ในถนน "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต"

ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก
เหตุที่ไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย
ประชาธิปัตย์ในวันพรุ่งนี้
ต้นแบบ 'วุฒิสภา' มาจากไหน?