วิ่งผ่านเมืองเมินฝุ่นพิษ


เพิ่มเพื่อน    

  คพ.เตือนวันอาทิตย์ค่า PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะสูงขึ้นอีก แต่คณะจัดงานวิ่งมาราธอน "วิ่งผ่านเมือง" ไม่ยอมเลื่อน อ้างเฉยค่า PM 2.5 จะลดลง เชิญวิ่งต่อเตรียมหมอไว้แล้ว ขณะที่รัฐบาลรอประเมินปิดโรงเรียนต่อหรือไม่ อย.เตือนผ้าอนามัยสูตรเย็นกันฝุ่นพิษไม่ได้ อย่าใช้ผิดประเภท

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน คือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าเฉลี่ยระหว่าง 30-53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองลดลงในทุกพื้นที่จากเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากอากาศลอยตัวได้ดีขึ้น และจากมาตรการลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้น ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองสะสมลดลงได้ 
    ยกเว้นบางพื้นที่ยังเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพอยู่บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, ริมถนนพระราม 3-เจริญกรุง เขตบางคอแหลม, ริมถนนลาดพร้าว ซ.ลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง, ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด และริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน 
    ทั้งนี้ คาดการณ์วันอาทิตย์  จากโมเดลคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ของ คพ. ปริมาณ PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับจากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่มีลมพัดอ่อน แต่จากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ดำเนินมาตรการในการบรรเทาสถานการณ์อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้
           คพ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างต่อเนื่องด้วยมาตรการเร่งด่วน ทั้งให้โรงงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2,500 แห่ง ทำโครงการ “Big Cleaning Day” ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ โดยการล้างทำความสะอาดพื้นที่โรงงาน ทำความสะอาดหรือปรับแต่งเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดปัญหาการปล่อยฝุ่นละออง โรงงานประมาณ 1,300 แห่ง ให้ความร่วมมือลดการปลดปล่อย PM 2.5 โดยบางส่วนจะหยุดการประกอบกิจการระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ และบางส่วนจะลดกำลังการผลิตร้อยละ 30 ในช่วงกลางคืน
    สำหรับประชาชน สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Realtime ได้ทางแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ air4thai และสถานการณ์คุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร bangkokairquality.com
    อย่างไรก็ตาม แม้ทาง คพ.จะระบุว่าวันอาทิตย์นี้ค่า PM 2.5 จะสูงขึ้นอีก แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอน รายการ Amazing Thailand Marathon 2019 by Toyota หรือวิ่งผ่านเมือง ที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์ ไม่ยอมเลื่อนกิจกรรมออกไป
แข่งต่อเตรียมหมอไว้แล้ว
    ฝ่ายจัดการแข่งขันโพสต์ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กของการแข่งขันว่า คณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน Amazing Thailand Marathon 2019 by Toyota ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ของคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครมาตลอด โดยการตรวจทดสอบค่า PM2.5 ล่าสุด (เสาร์ที่ 2 ก.พ. ช่วงเวลาแข่งขัน 00.00-10.00 น. ณ เส้นทางแข่งขันจริง) ปรากฏว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นมาก และมีแนวโน้มที่ดีในวันต่อไป คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้ว ขอยืนยันการดำเนินการจัดการแข่งขันตามกำหนดการเดิมต่อไป
          การนี้ เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยแก่ผู้แข่งขันขั้นสูงสุด คณะกรรมการฯ ได้เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังต่างๆ ดังนี้
          1) จัดให้เครื่องตรวจวัดค่า PM 2.5 พร้อมบอร์ดแจ้งตัวเลข ณ จุดให้น้ำทุกๆ 2 กม. หากคุณภาพอากาศในระหว่างแข่งขันเกินระดับมาตรฐาน เจ้าหน้าที่อาจจะพิจารณายุติการแข่งขันและนำผู้แข่งขันขึ้นรถ Shuttle Bus กลับแอร์พอร์ตลิงก์ได้ในทันที
          2) จัดให้มีฟองน้ำเพิ่มในจุดน้ำอีก 4 จุด ในกรณีที่ผู้แข่งขันมีอาการแพ้หรืออาการทางด้านการหายใจเกิดขึ้น
         3) เพิ่มจำนวนแพทย์ และ Bike Marshal, หน้ากากออกซิเจน, เครื่อง AED ฯลฯ โดยแพทย์จะร่วมวิ่งไปกับผู้แข่งขันในแต่ละระยะทาง พร้อมช่วยเหลือนักวิ่ง หากมีอาการไม่ปกติเกิดขึ้น
          จึงเรียนเพื่อโปรดทราบ และขอให้ผู้แข่งขันทุกท่านประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้และปลอดภัยที่สุด
         สำหรับเส้นทางการวิ่งในคืนวันเสาร์ที่ 2 ก.พ. ต่อเนื่องเช้าอาทิตย์ที่ 3 ก.พ.  ตั้งแต่เวลา 02.30 น .- 10.30 น. ปิดการจราจรทั้ง 100% และบางส่วน เช่น สนามราชมังคลากีฬาสถาน-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนรามคำแหง ช่วง กกท. ถนนรามคำแหง สะพานต่างระดับ ถนนพระราม 9 แยกคลองตัน อุโมงค์ดินแดง อนุสาวรีย์ชัยฯ ถนนพระราม 5 ถนนศรีอยุธยา วัดเบญจมบพิตร สวนจิตรฯ พระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนินนอก สะพานพระราม 8 ถนนบรมราชชนนี แยก จปร. ถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha" โดยระบุว่า" จากที่ผมได้เปิดช่องทางให้พี่น้องประชาชนได้ส่งรูปรถที่มีควันดำมา มีทั้งข้อมูลและภาพโรงงานที่ปล่อยควันดำ ซึ่งในขั้นต่อไปผมได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งต่อไปยังกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วครับ ผมไม่อยากให้ทุกท่านมองว่านี่คือการทำโทษ ผมต้องการแสดงให้เห็นว่านี่คือเวลาที่พวกเราต้องร่วมมือกันนะครับ"
รอประเมินหยุดเรียนต่อ
    ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ออกมาขานรับนโยบายของรัฐบาลและสนับสนุนการแก้ไขปัญหา เช่น ตรวจจับรถควันดำ นำเครื่องบินขึ้นบินโปรยละอองน้ำ ฉีดน้ำบนตึกสูง ให้พนักงานทำงานที่บ้าน เปิดจำหน่ายน้ำมัน B20 งดเผาในที่โล่ง ตรวจสอบคุณภาพโรงงานอย่างเข้มข้น เป็นต้น
        เขากล่าวว่า นายกฯ อยากให้ทุกคนใช้วิกฤติครั้งนี้เปลี่ยนเป็นโอกาสที่สังคมไทยจะลุกขึ้นมารวมพลังกันแก้ไขปัญหา โดยไม่ปล่อยเป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมทั้งกำชับให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นแกนกลางไปพิจารณาบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองในฐานะที่เป็นสาธารณภัย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
          นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า จะประกาศให้โรงเรียนหยุดต่อไปในสัปดาห์หน้าหรือไม่นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ โดยคำนึงถึง สุขภาพของเด็กนักเรียนเป็นสำคัญ และจะต้องไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอนด้วย
          ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดโรงเรียนขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), วิทยาลัยอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และโรงเรียนเอกชนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ.62 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล
    ที่กระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการและเน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการซึ่งมีที่ตั้งในบริเวณกระทรวงมหาดไทย ร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และได้ออกมาตรการและรณรงค์ให้ข้าราชการทุกคนร่วมปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองฯ ดังกล่าว ดังนี้
    1) ให้ส่วนราชการ หน่วยงาน ที่มีที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณกระทรวงมหาดไทย งดการใช้รถยนต์ของราชการ หน่วยงานที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล
    2) แจ้งบุคลากรในสังกัด งดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล ในการเดินทางมาปฏิบัติราชการ โดยให้เปลี่ยนมาใช้การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน หรือการเดินทางแบบทางเดียวกันไปด้วยกัน 1 คันหลายคน (Car Pool)
ให้ซื้อรถไฮบริด
    รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ร่วมกันแก้ไขปัญหา ด้วยการงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อลดความหนาแน่นของสภาพการจราจรและปริมาณฝุ่นละอองที่เพิ่มขึ้นบนท้องถนน และสำหรับในระยะยาวนั้น ให้หันมาใช้รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิดตรงร่วมกัน
    ขณะที่ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษในอากาศกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานว่า การปฏิบัติการของโรงเรียนการบินกรุงเทพ เมื่อวันเสาร์  โดยใช้เครื่องบินเล็กฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่วิกฤติฝุ่นละออง PM2.5 พบว่า ช่วงเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา หลังจากนำเครื่องบินเล็กขึ้นบินฉีดพ่นละอองน้ำผ่านไป 2 ลำ สามารถวัดค่าฝุ่นละอองได้ 35 มคก./ลบ.ม. ซึ่งลดลงจากเมื่อเช้าที่มีค่าฝุ่นละออง 45 มคก./ลบ.ม. 
    ทั้งนี้ ในการปฏิบัติการมีการปรับแผนเล็กน้อย เพื่อลดความเสี่ยงขณะบิน โดยจะไม่บินพร้อมกันครั้งละหลายๆ ลำ แต่ใช้การบินขึ้นเพื่อพ่นละอองน้ำครั้งละ 1 ลำ แต่ละลำบรรจุน้ำสะอาด 100 ลิตร บินขึ้นไปในระดับความสูงเฉลี่ย 900 ฟุต บินฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ 16 ตารางกิโลเมตร ที่ถนนพระราม 2 ทำซ้ำจนครบทั้ง 8 ลำที่เตรียมมา แต่ละลำใช้เวลาบินประมาณ 30 นาที และจะมีการประเมินผลค่าฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง
    พล.อ.อ.ถาวรวัฒน์ จันทนาคม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผช.ผบ.ทอ.) ในฐานะรองผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. ให้กำกับดูแลภารกิจการบินโปรยละอองน้ำลดฝุ่นละอองในอากาศ โดยกองทัพอากาศได้จัดเครื่องบิน BT-67 จำนวน 2 เครื่อง จากฝูงบิน 461 กองบิน 46 จ.พิษณุโลก ทำการบินโปรยละอองน้ำลดฝุ่นละอองในอากาศทั้งหมด 4 เที่ยวบิน แบ่งเป็นช่วงเช้า 2 เที่ยวบิน เหนือพื้นที่เขตจตุจักร บริเวณสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต และในช่วงบ่ายอีก 2 เที่ยวบิน บริเวณแนวถนนสุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน
ผ้าอนามัยสูตรเย็น
          ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า จากการวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยใช้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วภาคตะวันออก จ.ระยอง ขึ้นบินจำนวน 2 เที่ยวบิน กำหนดเป้าหมายในการสร้างเมฆให้มากที่สุดในเขตกรุงเทพและปริมณฑลฝั่งตะวันออก เพื่อให้ไหลไปรวมกันช่วยดูดซับฝุ่นละอองในอากาศ 
    ขณะเดียวกัน ได้กำหนดให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วภาคกลาง จ.นครสวรรค์ ขึ้นบินจำนวน 2 เที่ยวบิน ในพื้นที่เป้าหมาย จ.ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร และตั้งหน่วยเติมสารฝนหลวงที่อำเภอโพธาราม จ.ราชบุรี ผลจากการปฏิบัติการฝนหลวง พบว่าทำให้มีฝนตกเล็กน้อยเป็นแห่งๆ อาทิ บริเวณ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม และ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นต้น ส่งผลให้สถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
    นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้โพสต์บนสื่อโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการนำผ้าอนามัยสูตรเย็นมาประกบกับหน้ากากอนามัย ใช้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก และให้ความรู้สึกเย็นอีกด้วยนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ผ้าอนามัย (sanitary pad) มีส่วนประกอบหลัก คือ สารที่มีคุณสมบัติดูดซับ, แผ่นฟิล์ม, แถบกาว และอาจผสมสารอื่นๆ เพื่อเสริมให้ผลิตภัณฑ์น่าใช้ เช่น สี กลิ่น สารให้ความเย็น (menthol) ซึ่งสารเหล่านี้จะต้องสอดคล้องกับประกาศฯ เกี่ยวกับสารด้านเครื่องสำอาง
          อย่างไรก็ตาม การนำผ้าอนามัยมาประกบกับหน้ากากอนามัยใช้ปิดจมูกเพื่อกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นการนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ และอาจเกิดอันตรายจากสารที่เป็นส่วนผสมในผ้าอนามัย เช่น ก่อให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ และสารให้ความเย็น หรือ menthol ที่ช่วยให้รู้สึกเย็นนั้น อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือการระคายเคืองในบางคนได้ด้วย 
    "ที่สำคัญการใช้ผ้าอนามัยสูตรเย็นมาประกบกับหน้ากากอนามัย ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ได้มากกว่าการใช้หน้ากากอนามัยธรรมดา จึงขอเตือนประชาชนไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดวัตถุประสงค์ เช่นในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากสารบางชนิดในผลิตภัณฑ์ได้" นพ.พูลลาภกล่าว.


    


ช่วงนี้.... ผมเป็นห่วง "โรคเครียดลงกระเพาะ" พวก "อิจฉาชน" จังเลย "กระอักเลือดตาย" เอาง่ายๆ นะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน!

ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?