ทางลง-ทางหนี 'ทษช.'


   

 

      หลายฝ่ายจับตาอนาคตของ "พรรคไทยรักษาชาติ" (ทษช.) ต่อจากนี้ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป หลังมีพระราชโองการ กรณีพรรค ทษช.เสนอพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

      เพราะนอกจากมีข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าอาจจะได้ข้อยุติในการประชุม กกต.วันจันทร์ที่ 11 ก.พ.นี้ หรืออย่างช้าก็ไม่เกินเส้นตายศุกร์ที่ 15 ก.พ.ที่ กกต.จะต้องประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกฯ-รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ของทุกพรรคทุกคน ขณะเดียวกัน ก็มีบางกลุ่มเช่น นายศรีสุวรรณ จรรยา ก็เตรียมไปยื่นเรื่องต่อ กกต.เพื่อขอให้พิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ โดยอ้างว่า การกระทำของ ทษช.ขัดต่อกฎหมายและระเบียบการหาเสียงของ กกต. อันเข้าข่ายองค์ประกอบมาตา 92 (2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 

      โดยมีข่าวว่า ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรรมการบริหารพรรค ทษช. ที่มีด้วยกัน 14 คน อันประกอบด้วย   ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค-รองหัวหน้าพรรค คือ ฤภพ ชินวัตร, น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร, พฤฒิชัย วิริยะโรจน์, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล, มิตติ ติยะไพรัช รองเลขาธิการพรรค คือ ต้น ณ ระนอง, คณาพจน์ โจมฤทธิ์, วิม รุ่งวัฒนจินดา

      กรรมการบริหารพรรคได้แก่ รุ่งเรือง พิทยศิริ, จุลพงษ์ โนนศรีชัย นายทะเบียนสมาชิกพรรค น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, พงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค และ นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค

      ต่างมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวันเพื่อคอยเช็กข่าว ความเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงแกนนำพรรคที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งส่วนใหญ่ย้ายมาจากเพื่อไทยและลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ ก็คอยร่วมตรวจสอบทิศทางข่าวและให้คำแนะนำกับคนในพรรค โดยข่าวว่า ส่วนใหญ่ต่างบอกว่าให้สื่อสารกับคนในพรรคโดยเฉพาะพวกผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต ว่าให้หาเสียงในพื้นที่ไปตามปกติ และหากมีประชาชนมาสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว ก็ไม่ให้แสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะเป็นเรื่องที่กก.บห.พรรคจะเป็นผู้ตัดสินใจ แก้ปัญหาต่างๆ ไปทีละสเต็ปเอง

      จนเป็นที่มาของการพยายามแก้สถานการณ์ เช่น การให้ทีมโฆษกพรรคแจ้งข้อความผ่านไลน์กลุ่มสื่อมวลชนที่ทำข่าวพรรค ทษช.และการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กพรรคเมื่อช่วงสายวันที่ 10 ก.พ.ระบุว่า

      "พรรคไทยรักษาชาติ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลกันเข้ามาให้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน พรรคไทยรักษาชาติยังคงมีจุดยืนดังเดิมและจะเดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งเพื่ออาสาแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน"

      ขณะเดียวกัน ก็มีกระแสข่าวว่า คนในพรรค ทษช.มีการไปตั้งวงหารือกันทั้งวงเล็ก-วงใหญ่ตามสถานที่ต่างๆ เช่น บ้านพักแกนนำ ทษช.เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยส่วนใหญ่บอกว่าให้รอดูท่าทีของ กกต.ก่อนว่าจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างไร ขณะที่บางฝ่ายก็เสนอว่า ควรที่แกนนำพรรคจะต้องมีแอคชั่นใดๆ ออกมาก่อนที่จะมีมติ กกต. เพราะไม่เช่นนั้นอาจถูกมองว่า พอมีมติ กกต.ชี้ขาดเรื่องดังกล่าวออกมาแล้ว ทษช.ค่อยขยับ อาจช้าเกินไป

      ท่ามกลางกระแสข่าวว่า กรรมการบริหารพรรคบางคนก็เตรียมสละเรือทิ้ง ขอออกจากพรรค เช่นมีกระแสข่าวว่า "รุ่งเรือง พิทยศิริ" หนึ่งใน กก.บห.ที่เคยอยู่กับทั้งพรรคความหวังใหม่และไทยรักไทย จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อแสดงความบริสุทธิใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติของพรรคในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีรวมถึงจะไปยื่นขอลาออกจากสมาชิกพรรคต่อ กกต.ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ด้วย 

      ขณะที่มีกระแสข่าวด้วยว่า วงหารือแกนนำพรรค ทษช.มีคนในพรรคบางส่วนเสนอว่า ควรที่พรรคจะทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ จากนั้นพิจารณายุติบทบาทพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือยุบพรรคไป แต่แนวคิดดังกล่าว คนในพรรค ทษช.หลายคนคัดค้านเพราะมองว่า ต่อให้ กกต.ตีความในทางไม่เป็นคุณกับ ทษช. จนถึงขั้นส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช. แต่ขั้นตอนดังกล่าวก็ใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็ร่วม 2-3 เดือน ซึ่งก็คือหลังเลือกตั้ง 24 มี.ค.ไปแล้ว หากยุติบทบาทตอนนี้จะกระทบกับยุทธศาสตร์ตั้ง ทษช.เป็นพรรคสาขาเพื่อเอาคะแนน-เก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ได้ อีกทั้งทางกฎหมาย เมื่อยื่นสมัคร ส.ส.ไปแล้ว การถอนตัวออกก็ทำไม่ได้  จึงเห็นว่า ทษช.ควรลุยเลือกตั้งไป เพราะแกนนำพรรคจากแดนไกล ส่งสัญญาณมาว่า ให้สู้ต่อไป ไม่ต้องถอย แต่หาก กกต.มีมติใดๆ ออกมาในทางไม่เป็นคุณกับพรรค ก็แค่ให้ กก.บห.รับผิดชอบไป เช่น ประกาศลาออก แต่คงสมาชิกภาพไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.

      ทางหนี-ทางออกของ ทษช. จะออกมาในรูปไหน ต้องรอติดตาม แต่ข่าวว่า งานนี้ แกนนำ-ผู้สมัคร ส.ส.ของ ทษช.หลายคน เครียดหนักกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 8 ก.พ.


เงินนี่...ชักน่ากลัวขึ้นทุกวัน!นับวันจะใช้ซื้อได้ทุกอย่าง จนมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรไปหยุดมันได้ถึงจุดหนึ่ง โลกไม่แตก แต่มนุษย์จะตกต่ำ เมื่อสังคมให้ค่าเงินเหนือความเป็นมนุษย์

นี่ไง....'ใบเสร็จปล่อยกู้พรรค'
เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'