ปลุกเลือกบิ๊กตู่หยุดแม้ว


เพิ่มเพื่อน    


    "บิ๊กตู่" ลั่นไม่กดดันเป็นตัวเต็งนายกฯ  คนต่อไป รับจากนี้ต้องระวังการวางตัวมากขึ้น ปัดตอบออกหาเสียงหรือร่วมดีเบตหรือไม่ ระบุขอพิจารณา กม.ให้รอบคอบก่อน แนะ ปชช.อย่าเลือกนักการเมืองพูดเก่งแต่ทำไม่ได้จริง ยันเดินทางจัดรายการวันศุกร์ต่อ "สุวิทย์" โพสต์เลือกพลเอกประยุทธ์หยุดการเมืองนอมินี "เพื่อชาติ" จี้ "ลุงตู่" ลาออกหัวหน้า คสช. "เอกชัย" บุก ทบ.ต้านรัฐประหาร "ประวิตร" สั่ง "ศรีวราห์" ล่ามือปลอมราชกิจจาฯ ภายใน 7 วัน 
    เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอบคำถามกรณีมีแรงกดดันหรือไม่ที่ถูกมองเป็นตัวเต็งนายกฯ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรายชื่อแคนดิเดตบัญชีนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เพราะทุกวันนี้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยวันนี้ทำงานในหน้าที่นายกฯ และหัวหน้า คสช.อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องการเมือง เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่จะดำเนินการไป 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การวางตัวนับจากนี้ก็จะระมัดระวังให้มากที่สุด จะปฏิบัติทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายที่ กกต.และกฎหมายอื่นๆ กำหนด กิจกรรมต่างๆ ของรัฐบาลก็จะดำเนินการต่อไป แต่ขอร้องอย่านำมาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะถือเป็นคนละเรื่องกัน การเมืองเป็นเรื่องอนาคต การเลือกตั้งก็เป็นเรื่องของอนาคต เราจะกำหนดบทบาทของประเทศอย่างไร ซึ่งประชาชนต้องเรียนรู้จุดนี้
    ถามว่า ประชาชนอยากเห็นร่วมหาเสียงด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้สามารถพบตนได้ทุกช่องทางอยู่แล้ว เพราะมาทำงานทุกวัน ไม่เคยหยุดราชการ อยู่บ้านก็ทำงาน แต่ขอร้องอย่าทำให้ทุกอย่างเป็นประเด็น ซึ่งตนก็พบปะประชาชนในหลายโอกาสที่สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งได้สอบถามและหารือฝ่ายกฎหมายมาโดยตลอด
    "การร่วมดีเบตเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายเขียนอย่างชัดเจนว่าสามารถทำได้หรือไม่  ควรหรือไม่ควร เรื่องนี้ผมต้องพิจารณาให้รอบคอบ วันนี้ผมอยากฝากข้อคิดในการดีเบต อย่าเชื่อหรือฟังคนที่พูดเก่งอย่างเดียว แต่ความจริงกลับปฏิบัติไม่ได้หลายอย่าง เพราะกระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณ วิธีการทำงานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีสภา กฎหมายการเงินการคลัง กฎหมายงบประมาณ การพูดว่าจะให้นั่นให้นี่ ข้อเท็จจริงแล้วตัวเลขนั้นทำไม่ได้ จะใช้งบจำนวนมากได้อย่างไร เพราะภาษีต่างมาจากคนทุกกลุ่ม แต่อยากให้มองผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจริง จึงขอฝากข้อคิดกับประชาชน ผมไม่ได้เข้าข้างใคร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ถามถึงหลังเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ควรมีผู้รับผิดชอบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ คนไทยทุกคนต้องระลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงให้แนวทางลงมายังรัฐบาล 
    "พระราชทานพระราโชบายมาถึงรัฐบาลว่า  รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประชาชนมีความสุข มีทางออก ทางเลือกในการทำสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น และการแก้ปัญหาสังคม ต้องสร้างระเบียบวินัยของคนในชาติ ซึ่งผมตีความถึงการเคารพกฎหมายด้วย ต้องทำให้ทุกคนไม่มีผลกระทบต่อกันและกัน อีกเรื่องคือการทำให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ โดยนำวัฒนธรรมและความเป็นมาของชาติไปเพิ่มมูลค่า มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารับไปดำเนินการ" นายกฯ กล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอร้องคนทั้งประเทศทุกคน ไม่ว่าใครก็ตาม แม้จะมีการเลือกตั้ง แต่ต้องมุ่งไปที่ว่าประเทศชาติจะปลอดภัย ประชาชนมีความสุข  คนในประเทศมีวินัย แก้ปัญหาการทุจริตผิดกฎหมาย เพราะไม่ว่าจะมีกฎหมายอย่างไร แต่ทุกอย่างก็อยู่ที่คน และใกล้จะถึงวันมาฆบูชาในวันที่ 19 ก.พ. ขอเชิญชวนทุกคนมาทำบุญกุศลร่วมกัน โดยทำความดีละเว้นความชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ ซึ่งตนกำลังทำอยู่ ขอให้ทุกคนมาร่วมกันทำความดี
ไม่เลิกรายการวันศุกร์
    ถามถึงเรื่องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร้อง กกต.ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรค พปชร.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ตอบระหว่างเดินออกจากวงสัมภาษณ์ว่า “ไม่มีสาระ”
    พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการจัดรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในทุกคืนวันศุกร์ ที่ถูกมองเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นว่า  เนื้อหาของรายการจะเห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารราชการ ไม่มีการพูดถึงเรื่องการเมืองหรือหาเสียงให้ใครเลย ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วย เพราะจำเป็นจะต้องให้ประชาชนได้มีการเรียนรู้ รับรู้ปัญหาต่างๆ เราแก้ไขกันอย่างไร วิธีการที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร การต้องการอะไรให้ดีมากขึ้น ก็ต้องแก้ทั้งเชิงโครงสร้าง เชิงปฏิบัติ ข้อกฎหมาย จะเห็นว่า 4 ปีที่ผ่านมา บางเรื่องใช้เวลาถึง 4 ปีในการแก้ เพราะไม่ได้แก้ด้วยคำพูด เป็นไปไม่ได้ อยากให้ทุกคนเข้าใจตรงนี้
    ขณะที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนยันถึงคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พรรคเสนอในบัญชีนายกฯ ว่าทางฝ่ายกฎหมายได้ดำเนินการดูแลเรื่องนี้ ไม่มีอะไรขัดระเบียบและกฎหมาย ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ฐานะของนายกฯ และหัวหน้า คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงไม่มีประเด็น
    ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาช่วยหาเสียงนอกเวลาราชการได้หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังหารือเรื่องนี้อยู่ แต่ยืนยันจะดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะพรรคก็อยากให้นายกฯ มีส่วนร่วมกับพรรค ทั้งทางนโยบายและการรณรงค์หาเสียง แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายว่าสามารถทำได้แค่ไหน อย่างไร โดยกระแสของพรรคพลังประชารัฐดีวันดีคืน ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับเป็นนายกฯ ของพรรค กระแสก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ  
    ซักว่า กรณีการเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) มีปัญหาจะทำให้เกิดความได้เปรียบหรือไม่ หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการทำงาน  ทางพรรคพลังประชารัฐก็ขอทำงานต่อไป ไม่วอกแวก  เรื่องที่เกิดกับพรรคการเมืองอื่นไม่ขอให้ความเห็น
    "เราเชื่อว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ที่เป็นของคนไทยทุกคน 24 มี.ค.ยังมีเลือกตั้งตามเดิม วันนี้จึงอยากเชิญชวนทุกฝ่ายมาร่วมกันสร้างบรรยากาศการเลือกตั้ง ที่คนไทยอยากเห็น ไม่ใช่บรรยากาศทำลายล้าง หรือแตกแยก อย่าทำเลย มาสร้างบรรยากาศให้คนไทย เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะบริสุทธิ์ ยุติธรรม" หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าว
    ส่วนนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เพจเฟซบุ๊คส่วนตัว "ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์" เรื่อง "เลือกพลเอกประยุทธ์ หยุดการเมืองนอมินี” ระบุว่า ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อหยุดยั้งวงจรการเมืองนอมินี ที่สร้างปัญหาและความเสียหายให้กับประเทศ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นตัวจริง เสียงจริง มีภาวะผู้นำสูง มีการตัดสินใจบริหารราชการเพื่อประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่ต้องรับใช้ใครที่อยู่หลังฉากจากแดนไกล
    นายสุวิทย์กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองล่าสุด  สะท้อนให้เห็นถึงความเลวร้ายของการเมืองระบบนอมินี ที่จะทำลายระบบการเมืองไทย สร้างความเสียหายที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ โดยทั้งหมดนี้มาจากการเมืองนอมินีทั้งสิ้น
จี้บิ๊กตู่ไขก๊อก หน.คสช.
    "ผมขอเรียกร้องให้คนไทยผู้รักชาติ ช่วยกันหยุดระบบนอมินีให้หมดจากประเทศไทย ซึ่งจะเป็นภารกิจสำคัญลำดับแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้เชื่อใจ ไว้ใจ มั่นใจเลือกพรรคพลังประชารัฐ เลือก พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ขจัดระบบนอมินีให้สิ้นด้วยกันครับ" รองหัวหน้าพรรค พปชร.ผู้นี้ระบุ
    ที่พรรคเพื่อชาติ (พช.) นายรยุศด์ บุญทัน โฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐว่า ถึงเวลานี้ตนคงจะไม่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คงไม่มีประโยชน์ เพราะพูดมาหลายครั้งแล้ว และคิดว่าคงเป็นเรื่องยาก ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มีจิตสำนึก ก็คงลาออกเอง ไม่ต้องให้ใครมาสอน และมาเรียกร้องบ่อยๆเช่นนี้ 
    "แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ลาออกจากทุกตำแหน่งแน่แล้ว แต่อย่างน้อยสุด ผมขอครึ่งหนึ่งก็ได้ ขอให้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช. เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวสามารถใช้มาตรา 44 ได้จนถึงมีรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้แข่งขันคนเดียวในสนามที่มีอำนาจเหนือกรรมการ หรือก็คือ กกต. ซึ่งเป็นการไม่ยุติธรรมกับคู่แข่งขันคนอื่นเลย วิถีทางเช่นนี้จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำที่ไม่มีความสง่างามหากได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ขณะเดียวก็จะเป็นการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ไร้คุณค่ากลายเป็นบรรทัดฐานและค่านิยมที่ไม่ดี ไม่สร้างสรรค์ให้กับคนรุ่นใหม่อีกด้วย" นายรยุศด์กล่าว 
    โฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อชาติ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวลือเรื่องการรัฐประหารซ้อนว่า จากประสบการณ์ 5 ปีที่ผ่านมานี้ ประชาชนเริ่มเข็ดขยาด อยากเลือกตั้ง และเปลี่ยนรัฐบาลใหม่โดยเร็ว แต่พอมีกระแสข่าวรถถังจำนวนมากเคลื่อนตัว ก็กลัว กังวลว่าจะต้องพบเจอแบบที่ผ่านมา 5 ปีอีก แม้การฝึกต่างๆ เหล่านี้ที่มีการออกมาชี้แจงจะทำกันทุกปีก็ตาม แต่ครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสรัฐประหารหนักกว่าครั้งอื่นๆ ด้วยความกลัวการรัฐประหารอีกครั้งของประชาชน กลัวว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง ไม่ได้รัฐบาลใหม่มาแก้ปัญหาให้ 
    "อยากขอเตือนกองทัพ ขอให้พวกท่านเตรียมตัวกลับสู่กรมกองโดยไว ขณะนี้วันเลือกตั้งใกล้มาถึง หวังว่าเราจะได้เลือกตั้งกันอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม ปราศจากการแทรกแซง และได้รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากประชาชน เป็นมืออาชีพ ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ รวมถึงหวังว่ามือสมัครเล่นที่ทำงานอยู่ตอนนี้จะยอมละวางมืออย่างแท้จริง ยอมรับขั้นตอนตามระบอบประชาธิปไตย ปล่อยให้คนที่มาจากประชาชนทำงาน ลบล้างผลพวงที่มาจากการรัฐประหารให้หมดสิ้น" โฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อชาติกล่าว
    วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดนัดลุงเพิ่ม (หลังการบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต) เพื่อช่วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัคร ส.ส.เขตจตุจักร-พญาไท-ราชเทวี เบอร์ 10 พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์และคณะได้รับการต้อนรับจากประชาชนที่ตลาดนัดลุงเพิ่มเป็นอย่างดี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางวัน
    นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงเรื่องของพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ว่าเป็นเรื่องของ กกต.พิจารณา และไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายการเมืองอื่นๆ จะเข้ามามีบทบาทอะไร ขอให้เป็นไปตามหน้าที่ของผู้รักษากฎหมาย ในส่วนของพรรคก็เดินหน้าเสียงเน้นนโยบาย และย้ำเราเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ พรรคจะไม่ยุ่งเรื่องของพรรคอื่น แต่จะเดินหน้าในส่วนของเราต่อไป
    "พรรคไม่ได้มียุทธศาสตร์อะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ผมบอกกับทุกคนให้เดินหน้าหาเสียง เอานโยบายไปบอกประชาชนว่าเราจะเป็นที่พึ่งได้ในสถานการณ์การเมืองต่อไป" นายอภิสิทธิ์กล่าว
    ซักว่า ถึงตอนนี้มีแนวคิดจะจับมือกับพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดตั้งรัฐบาลบ้างหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตยืกล่าวว่า ตอนนี้เราตั้งใจจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องหาเสียงในสภาให้ได้มากที่สุด ไม่ได้คิดถึงเรื่องคุยกับพรรคอื่น แต่ขอให้ประชาชนเลือกเราให้ชัดเจน เพราะการแข่งขันครั้งนี้เป็นทางเลือกให้กับประเทศไทย
7 วันล่าปลอมราชกิจจาฯ
    ส่วนที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมด้วยนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ เดินทางมาทวงถามคำตอบจาก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ภายหลังได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้กองทัพวางตัวเป็นกลางทางการเมือง เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา
    นายเอกชัยกล่าวว่า ขอเรียกร้องไม่ให้กองทัพยุ่งเกี่ยวการเมือง ภายหลังกรณีพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งส่วนตัวแล้วมองว่าไม่ใช่เรื่องผิด เนื่องจากบุคคลสำคัญที่ได้รับการเสนอชื่อได้ลาออกจากฐานันดรแล้ว สอดคล้องกับการเคลื่อนย้ายรถถังที่ทางกองทัพอ้างว่านำไปฝึก จ.ลพบุรี ตนมองว่าเป็นความพยายามกองทัพต้องการกดดัน การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนทำเกิดข่าวลือเรื่องรัฐประหาร ทำให้มองได้ว่าทหารมายุ่งกับการเมืองอีกแล้ว ทั้งที่กองทัพบอกว่า ทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่ในทางปฏิบัติ ทหารทำตัวเป็นคู่ขัดแย้ง
    "ผมไม่กลัวถูกทำร้ายร่างกายเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะผมเดาทางออกอยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น และหลังจากมาทวงถามคำตอบจากกองทัพบกแล้ว จะเดินทางไปยัง สน.นางเลิ้ง เนื่องจากถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แจ้งความดำเนินคดีไว้ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาชวนเชื่อ" นายเอกชัยกล่าว
    นายโชคชัยเสริมว่า อยากให้จับตา ผบ.ทบ.และทหารไว้ให้ดี และขอฝากไปถึง ผบ.ทบ. ไม่ต้องเดินตามแนวทางของรุ่นพี่ คือทำรัฐประหาร หรือ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ (บิ๊กจ๊อด) อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) อยากให้เป็นลูกไม้หล่นไกลต้น อย่าเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้น เพราะจะทำให้วงจรรัฐประหารไม่มีวันจบ
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ดูแลงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มค.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ในการดูแลความเรียบร้อยการเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 24 มี.ค.นี้ เบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งมอบกำลังพลกว่า 1,000 นาย ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปบริหารจัดการ เพราะ กกต.มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน และสามารถสั่งการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
    พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ส่วนเรื่องการปลอมแปลงราชกิจจานุเบกษาสั่งย้าย ผบ.เหล่าทัพ ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม สั่งให้มีการสืบสวนและให้ติดตามออกหมายจับให้ได้ภายใน 7 วัน ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นฝืมือคนที่อยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ แต่เชื่อการกระทำดังกล่าวเป็นของผู้ไม่หวังดี 
    ถามถึงกรณีมีข่าวลือตำรวจสันติบาลควบคุมแกนนำคนสำคัญของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.สราวุฒิ การพาณิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ว่าไม่ได้มีคำสั่งในการควบคุมตัวแต่อย่างใด
    "ที่มีตำรวจเข้าไปตรวจสอบที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้เป็นผู้ออกคำสั่ง น่าจะเป็นเรื่องของตำรวจในพื้นที่ หรือเป็นเรื่องเฉพาะหน้า" รอง ผบ.ตร.กล่าว 
    พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวถึงเรื่องที่ พล.ต.ต.ธวัธชัย มวลนรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร (ผบก.ภ.จว.พิจิตร) ออกหนังสือสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาดูแลความเรียบร้อยและเตรียมกำลังควบคุมฝูงชนว่า ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังพล เหตุการณ์ทุกอย่างยังปกติ. 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"