สุดโรแมนติกกับ "เทศกาลบอลลูนนานาชาติ" ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย


   

    หากนึกถึงสถานที่โรแมนติกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวของทุ่งหญ้า มีดอกไม้สวยงามนานาชนิด ท้องฟ้ากว้างแต่ถูกแต่งแต้มไปด้วยบอลลูนหลากสีสัน ไม่ต้องไปไกลถึงตุรกีได้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องบอลลูน เพราะที่สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย กำลังคึกคัก เพราะมีการจัดงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติขึ้นที่นี่ ซึ่งตรงกับเทศกาลวันแห่งความรัก ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ และจะปักหมุดจัดขึ้นในช่วงนี้ทุกๆ ปี โดยปีนี้เป็นปีที่ 4 ของการจัดงาน ในธีมชื่อ “สิงห์ปาร์ค เชียงราย อินเตอร์เนชั่นแนล บอลลูน เฟียสต้า 2019”

(คู่รักต่างชาติ)

    วันที่ 13 ก.พ. เป็นวันแรกของงาน ซึ่งขอบอกก่อนเลยว่าปีนี้คึกคักมากๆ สิงห์ปาร์คจึงกลายเป็นสถานที่ที่ถูกเติมเต็มไปด้วยความหวานโรแมนติกสุดๆ ส่วนใหญ่ที่มางานจะมากันเป็นคู่รัก แต่ก็มีหลายคนที่มากันเป็นครอบครัว พาพ่อพาแม่มาด้วย ส่วนบอลลูนที่มาแข่งขันก็มีรูปร่างหน้าตาที่หลากหลาย บางลูกค่อนข้างแปลกจากปีที่ผ่านมา บางลูกก็เป็นรูปทรงเหมือนบอลลูนทั่วไปแต่ว่าสีสันสะดุดตาสุดๆ บ้างก็ออกมาแนวคิกขุ เป็นรูปการ์ตูนแปลกตาให้คนได้จินตนาการ แล้วก็มีทั้งรูปหมา แมว ปลาปักเป้า และรูปหัวใจสีแดงลอยเด่นๆ รวมๆ แล้วมีทั้งหมด 35 ลูก มาจาก 13 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, ไต้หวัน, ออสเตรเลีย, บราซิล, ยูเครน, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, เมียนมา, เกาหลีใต้, เวียดนาม, ลัตเวีย และประเทศไทย
    พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด บอกว่า เป็นความตั้งใจที่อยากจะจัดงานน่ารักๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการทุ่มเทในการทำงานเพื่อให้มีความพิเศษในทุกๆ ปี ดังนั้นในจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในช่วงวันที่จัดงาน ส่วนหนึ่งก็มาจากการบอกเล่าปากต่อปากด้วย เพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีที่แล้วมีจำนวนถึง 3 แสนคน และเป็นความฝันอย่างหนึ่งด้วยว่างานเทศกาลบอลลูนของประเทศไทยจะเป็นงานระดับชาติ ที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามามากขึ้น 
    ขณะที่ นิธิศ ทองดี กัปตันบอลลูน ฟลายอิ้ง มีเดีย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวการแข่งขันบอลลูนในเทศกาลครั้งนี้ว่า การแข่งขันระหว่างไทยและในต่างประเทศนับว่ามีความแตกต่างกันพอสมควร เพราะได้จัดการแข่งขันขึ้นในช่วงวันแห่งความรัก ทำให้การแข่งขันมีลักษณะคล้ายกับเกมโชว์มากกว่า จะมีความผ่อนคลายแต่ปลอดภัย มีความสนุก แต่ก็ต้องอาศัยทักษะที่จะเน้นความแม่นยำของการบังคับลูกบอลลูนจากที่ต่างๆ มาแลนดิ้งที่ทะเลสาบ 5 ชนิด ได้แก่ บังคับบอลลูนชิงธง, โยนบอลเข้าจุด, โยนห่วง, ปาบอลเข้าจุด และการปาเป้าสะสมคะแนน
    มาดูบรรยากาศภายในงานที่ริมทะเลสาบภายในไร่ เวลา 4 โมงเย็นเป็นต้นไป คือช่วงที่นักท่องเที่ยวจะตื่นตาตื่นใจมากที่สุด เมื่อบอลลูนเริ่มทยอยปล่อยตัวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ทุกคนพร้อมใจกันมานั่งริมทะเลสาบพร้อมกับเตรียมกล้องขึ้นมาแชะภาพสวยๆ กันอย่างเมามัน หรือบางคนก็โพสท่าไปกับบอลลูนที่กลายเป็นฉากลอยอยู่ด้านหลัง ยิ่งช่วงตอนลอยขึ้นเหนือริมทะเลสาบนี่สวยสุดๆ ไปเลย ใครที่มาเป็นคู่ต้องได้ภาพเด็ดมุมนี้ไป หรือคนที่ไม่ได้มาเป็นคู่ก็แชะภาพกับพ่อแม่ หรือคนที่รัก ก็สวยงามอีกแบบ

(อาหารซีฟู้ดให้บริการยามค่ำ)

    ความคึกคักไม่ได้หมดแค่นี้ พอฟ้าเปลี่ยนสีจนมืดแล้วทุกคนก็จะมาจับจองที่นั่ง หาอาหารรับประทาน ภายในงานมีอาหารมากกว่า 60 บูธให้เลือกแถมราคาไม่แพงด้วย ส่วนเมนูก็มีทั้งอาหารซีฟู้ด ไก่ทอด ส้มตำ ผัดไทย พิซซ่า บาร์บีคิว เครื่องดื่มต่างๆ ระหว่างนั่งรับประทานอาหารก็จะมีคอนเสิร์ตศิลปินดังเล่นดนตรีสดๆ ให้ฟัง ในแต่ละวันก็จะมีศิลปินมาไม่ซ้ำ อย่างวันที่เราไปก็ได้ฟังเพลงเพราะๆ ของนักร้องรุ่นใหม่จนถึงนักร้องรุ่นเดอะอย่างพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ แล้วก็สลับไปกับชมบอลลูนประกอบเสียงเพลงยามค่ำคืนกับโชว์ “เมจิก ไนท์ โกลว” ซึ่งก็เป็นโชว์เปิดไฟบอลลูนทุกลูกสลับกันไปพร้อมๆ กับเสียงเพลงนี่แหละ 
    อีกหนึ่งกิจกรรมภายในงานที่ถือว่าเป็นไฮไลต์เลยก็คือกิจกรรม “จดทะเบียน-บอกรักลอยฟ้า” สำหรับคู่รัก 20 คู่ ซึ่งมีทุกปีเช่นกัน เรามีโอกาสได้ชมกิจกรรมซึ่งตรงกับวันที่ 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์พอดี เป็นช่วงเวลาที่หวานโรแมนติกแต่เช้าตรู่เลยทีเดียว ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น ผู้ที่มาจดทะเบียนสมรสในงานนี้ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม บ่งบอกถึงความสุขที่สุดในวันสำคัญของชีวิตอีกวัน บางคู่แม้จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อที่นี่จัดงานนี้ขึ้นก็เลยมาร่วมสร้างประสบการณ์ดีๆ หลายคู่มีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานในโอกาสนี้ด้วย

    หลังเสร็จพิธีจดทะเบียนสมรสแล้วทุกคู่ก็ถ่ายรูปกันที่ ลานสิงห์สีทอง แลนด์มาร์คของไร่ แล้วก็เกี่ยวก้อยจูงมือกันไปขึ้นบอลลูน พร้อมกับชมทัศนียภาพของไร่ในพื้นที่กว่า 8,700 ไร่ กับตัวเมืองเชียงรายในแบบพาโนรามา 360 องศา โดยบอลลูนสีสันสวยทั้ง 20 ลูกค่อยๆ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ท่ามกลางอากาศที่กำลังเย็นสบายและอบอุ่นไปด้วยความสุข และจำนวนคู่รักทั้ง 20 คู่ที่มาร่วมกิจกรรม มีทั้งดาราและคนทั่วไป รวมถึงคู่รักชาวไทยภูเขาเผ่าลาหู่ แล้วก็มีคู่รักต่างชาติที่มาไกลจากเดนมาร์กอีกคู่ แต่ละคู่แสดงอาการตื่นเต้นชัดเจนผ่านรอยยิ้ม บางคนถึงกับเกร็งเพราะขึ้นครั้งแรก แต่ทุกคู่มีความสุข ผู้ชมด้านล่างที่มาร่วมเป็นสักขีพยานก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย
    ยังมีไฮไลต์อีก คือ วันที่ 15-16 ก.พ. ตั้งแต่ 6 โมงเย็น เป็นต้น จะมีการแสดงโขนกลางแปลงเรื่องรามเกียรติ์ ตอนอินทรชิตแผลงศรนาคบาศด้วย โดยเป็นฉากที่ใช้เทคนิคอุปกรณ์ แสงสีเสียงที่ทันสมัย ชุดโขนแต่ละชุด จัดเครื่องประดับงดงามตระการตาชนิดที่หาชมได้ยากมีผู้ร่วมแสดงกว่า 100 ชีวิต จากกลุ่มศิลปินวังหน้า เพื่อเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูการแสดงโขนอันเป็นศิลปวัฒนธรรมสำคัญและสัญลักษณ์ของชาติไทยให้ดำรงอยู่สืบไป โดยการแสดงโขน "อินทรชิตแผลงศรนาคบาศ"
    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมความพิเศษที่ได้เพิ่มเข้ามาเพื่อให้ทุกคนได้สนุกและซึมซับวัฒนธรรมชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงรายด้วย ซึ่งก็คือการแข่งขันกีฬาสีชนเผ่า กีฬาพื้นบ้านชนเผ่า ศิลปวัฒนธรรม การละเล่นของชนเผ่า หมู่บ้านชนเผ่าจำลอง อาหารดั้งเดิมของชนเผ่า พร้อมทั้งเลือกชมสินค้าจากเผ่าต่างๆ ทั้ง 9 เผ่า ได้แก่ เผ่าอาข่า ลาหู่ ลีซู เมี่ยน ม้ง กะเหรี่ยง ขมุ ไทใหญ่ และเผ่าลัวะ ที่เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00-16.30 น. ให้ได้ชมกันทุกวัน และอีกจุดสำคัญในงาน ยังได้นำงานศิลปะของจิตรกรชื่อดังของภาคเหนือและจังหวัดเชียงรายมาให้ได้ชมและซื้อหากันด้วย เพิ่มสีสันให้กับเทศกาลบอลลูนเลยแหละ

(คู่รักที่ขึ้นบอลลูนเสร็จก็มาถ่ายเวดดิ้งอีกรอบในไร่)

    ก่อนกลับก็ไม่พลาดชมบรรยากาศภายในไร่โดยนั่งรถราง เพราะช่วงอากาศเย็นๆ แบบนี้จะได้เห็นคอสมอสเบ่งบานต้อนรับผู้มาเยี่ยมชม ไม่ว่าจะหันซ้ายหันขวาก็จะเห็นความสดใสของมันด้วยสีชมพู ผสมเหลืองเล็กน้อยชวนให้เราอยากไปถ่ายรูป ระหว่างนั่งรถรางชมบรรยากาศไร่ จะเห็นทะเลสาบขนาดย่อมอยู่เป็นระยะๆ เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของพืชในไร่มีทั้งที่ทะเลสาบที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ และไร่ขุดขึ้นมาอีก บางแห่งมีเจ้าหงส์ลอยน้ำให้เราได้ไปให้อาหารมันด้วย ขณะที่บางจุดในไร่ ก็ให้เราได้จำลองเป็นชาวเขาเก็บชาในไร่ มีพร็อบเป็นหมวกตะกร้าพร้อมลุย แต่ถ้าชอบสัตว์ในไร่แห่งนี้มีทั้งม้าแคระ ยีราฟ วัว ให้ได้ไปเยี่ยม
    สำหรับใครที่สนใจร่วมงานและมีความพร้อม ก็ต้องรีบแล้ว มาถ่ายรูปกับบอลลูนสวยๆ แต่ลืมบอกไปว่าคนทั่วไปก็สามารถมาขึ้นบอลลูนได้ เพราะหนึ่งปีมีแค่ครั้งเดียว งานจะจัดถึงวันที่ 17 ก.พ.นี้ ไม่อยากให้พลาด เพราะถ้าพลาดก็ต้องรออีกทีปีหน้าเลย.

 


ธนาธร".......... กลายเป็น "เด็กสวน" ไปซะแล้ว! เมื่อวาน (๒๓ พ.ค.๖๒) สวมบทพระเอกฟิวเจอริสตา ทำเฟี้ยวใส่ "ศาลรัฐธรรมนูญ"

จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร
ความคิด 'ส่วนเกิน' ประชาธิปัตย์
ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก
เหตุที่ไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย