กิจกรรมคู่ใจวัยเก๋ารับวันมาฆะ "บำเพ็ญกุศล-อภัยทาน"เลือกได้


   


    “ผู้สูงวัยกับศาสนาเป็นของคู่กัน” ถึงขั้นมีคนกล่าวว่าวัยเก๋าต้องไม่ห่างจากวัด โดยเฉพาะในช่วงวันสำคัญของเดือนกุมพาพันธ์ ที่นอกจากวันวาเลนไทน์แล้ว “วันมาฆบูชา” ถือได้ว่าเป็นวันของพุทธศาสนิกชนจะได้เข้าวัดทำบุญ ส่วนหนึ่งเพื่อที่คนรุ่นปู่ย่าตายายจะได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกหลานในการช่วยทำนุบำรุงพระศาสนาในวันดังกล่าว ที่ถือว่ามีคุโณปการ เนื่องจากเป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้แสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของศาสนาพุทธไว้ให้กับชาวพุทธ แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน นายกสถาบันแม่ชีไทย มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรม ที่เหมาะกับคนวัยเก๋าในช่วงวันดังกล่าว และยังสามารถใช้โอกาสวันสำคัญนี้ในการทำสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง

(แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน)

    แม่ชีประทิน ให้ข้อมูลว่า “สิ่งที่ผู้สูงอายุจะได้รับจากการเข้าวัดในช่วงวันมาฆบูชา นอกจากหัวใจของพระพุทธศาสนาในเรื่องของการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และทำให้จิตใจผ่องใส ปราศจากกิเลสทั้งปวงแล้ว ที่สำคัญเมื่อเราอายุมากขึ้น การบำเพ็ญทาน บำเพ็ญศีล และบำเพ็ญภาวนา ในช่วงเพ็ญเดือน 3 เท่าที่ตัวเราทำได้ เป็นสิ่งที่สามารถสร้างบุญกุศลให้ทั้งตัวเองและสมาชิกในครอบครัว รวมถึงยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกหลานเพื่อปฏิบัติตาม โดยให้ยึดหลักที่ว่าหากผู้สูงอายุท่านใดทำได้ถึงขั้นไหนก็ทำเพียงขั้นนั้น เช่น ในช่วงมาฆบูชา หากสามารถที่จะฟังเทศน์ หรือนั่งสวดมนต์แผ่เมตตา ซึ่งบางวัดจัดขึ้นตลอดทั้งคืน หรือจะตักบาตรทำบุญในช่วงเช้า ตลอดจนการบริจาคสิ่งของให้กับคนยากไร้ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของทานบารมี หรือแม้แต่การรักษาศีล ซึ่งอยู่กลุ่มของการบำเพ็ญศีล ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน  

(ช่วงวันมาฆบูชา ผู้สูงอายุสามารถเลือกกิจกรรมที่ชอบและถนัด ตั้งแต่การนั่งสวดมนต์ภาวนา และการบริจาคสิ่งของให้กับคนตกทุกข์ได้ยาก ที่ถือได้ว่าเป็นการทำความดี ละเว้นความชั่ว ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา)

    “นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ผู้สูงอายุยังสามารถใช้โอกาสในวันมาฆบูชา “ให้อภัยทานผู้อื่น” ซึ่งถือเป็นทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเรารู้สึกว่าใครทำอะไรไม่ถูกใจเรา ทั้งที่ความจริงแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งทำให้เราไปโกรธเขา ตรงนี้เราก็ต้องให้อภัยเขา เพราะการที่ผู้สูงวัยไปโกรธเขา หรือตกอยู่ในห้วงของความเคืองขุ่นและอาฆาตอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้ตัวเราไม่มีความสุข ดังนั้นเมื่ออายุมากแล้วก็ควรจะต้องให้อภัยผู้อื่น และนำแต่บุญกุศลไป เมื่อคิดได้เช่นนี้ แน่นอนว่าความผาสุกจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เลือกให้อภัยผู้อื่น
    หรือแม้แต่การใช้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนานี้ในการ “หันมาดูแลสุขภาพ” ด้วยการออกกำลังกาย แต่ยังคงยึดหลักที่ว่า หากเราสามารถทำได้แค่ไหนก็ทำเพียงแค่นั้น เช่น หากคนสูงอายุถนัดเดินออกกำลังกายเบาๆ ก็ให้ทำ แต่ถ้าเดินไกลไม่ไหว ก็แนะนำให้เดินจงกรมอยู่ภายในบ้าน ซึ่งตรงนี้จะได้ทั้งขยับเขยื้อนร่างกาย และยังเป็นการฝึกสมาธิ เพื่อลดความฟุ้งซ่านไปด้วยในตัว”
    ส่วนการเลือกวัดเพื่อไปทำบุญในช่วงวันเพ็ญเดือน 3 ของผู้สูงอายุนั้น แม่ชีประทิน บอกว่า อย่างแรกให้เลือกวัดที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อสะดวกในการเดินทาง ที่สำคัญวัดที่ไปจะต้องมีกลุ่มของผู้รักษาศีล และชอบการเจริญภาวนาอยู่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการชักจูงหรือกระตุ้นให้ร่วมกันปฏิบัติชอบตามหลักคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้มอบไว้ให้ตลอด 2,600 ปีที่ผ่านมา ในช่วงวันสำคัญอย่าง “วันมาฆบูชา”. 


วานนี้... เป็นวัน Would refugee day คือ...สหประชาชาติ ประกาศให้เป็นวันผู้ลี้ภัยโลก

ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน
'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"