ประยุทธ์ยังเข้าวินผู้นำ สเปกนายกฯต้องแก้จน


   

 โพลเลือกตั้งสุดฮอต! พรรคการเมืองจำไว้ นายกฯ ในสเปก เป็นคนเก่งแก้ปัญหาปากท้องได้ "บิ๊กตู่" ยังเป็นที่ 1 "เจ๊หน่อย" หายใจรดต้นคอ แต่กรุงเทพโพลบอกว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 59.4 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ 

    ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง นายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,093 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1- 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา
    พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.4 ติดตามข่าวสารบ่อยๆ ในขณะที่ร้อยละ 30.5 ไม่บ่อย และร้อยละ 3.1 ไม่ได้ติดตามเลย เมื่อถามถึงวันเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.7 รู้ว่าเป็นวันที่ 24 มีนาคมนี้ ในขณะที่ร้อยละ 13.3 ไม่รู้ ไม่ทราบ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.2 ระบุตั้งใจจะไปเลือกตั้งแน่นอน ในขณะที่ร้อยละ 27.8 ไม่แน่ ไม่ไป 
    ที่น่าสนใจคือ นายกรัฐมนตรีแบบไหนที่ประชาชนต้องการ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.1 ระบุเป็นคนเก่ง แก้ปัญหาปากท้องได้, ร้อยละ 8.3 ระบุเป็นนักการเมือง, ร้อยละ 7.4 ระบุเป็นทหาร, ร้อยละ 3.2 ระบุเป็นนักวิชาการ, ร้อยละ 2.7 เท่านั้นระบุเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และเพียงร้อยละ 0.9 ระบุเป็นนักกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เกิน 1 ใน 5 หรือร้อยละ 21.4 ระบุเป็นใครก็ได้ ยังไม่รู้ เบื่อการเมือง ไม่มีใครจริงใจ ได้แต่สร้างภาพ เบื่อพวกสร้างภาพ ไม่ต้องการใครเลย ใครเป็นก็ไม่มีผล ต้องแก้ปัญหาเดือดร้อนด้วยตัวเองอยู่ดี เป็นต้น
    ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพลกล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะไปเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน และกำลังหาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ต้องการมาแก้ปัญหาปากท้องเดือดร้อนของประชาชน มีนโยบายจับต้องได้ 
    ในขณะที่ภาพความต้องการที่น้อยที่สุดคือ นายกรัฐมนตรีที่เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและเป็นนักกฎหมาย และที่น่าเป็นห่วงคือ ผลวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ พบว่า ประชาชนกว่า 1 ใน 5 ที่ยังไม่มีภาพนายกรัฐมนตรีในใจ เพราะเบื่อการเมือง ไม่มีใครจริงใจ มัวแต่สร้างภาพ ไม่ต้องการใคร เพราะทุกวันนี้ต้องแก้ปัญหาเดือดร้อนด้วยตนเอง
    ขณะที่กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “นับถอยหลัง 35 วัน สู่การเลือกตั้ง” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,498 คน
    พบว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95.8 ระบุว่าตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง มีเพียงร้อยละ 2.3 เท่านั้นที่ระบุว่าตั้งใจว่าจะไม่ไป ที่เหลือร้อยละ 1.9 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ
    สำหรับปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองมาบริหารประเทศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.4 ระบุว่าตัดสินจากนโยบายที่พรรคการเมืองใช้ในการหาเสียง รองลงมาร้อยละ 57.5 ตัดสินใจจากพรรคที่มีสมาชิกทำงานช่วยเหลือชุมชนแก้ปัญหาชุมชน และร้อยละ 53.3 ตัดสินใจจากพรรคที่มีสมาชิกเป็นคนมีความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์ก้าวไกล    
    ทั้งนี้ เมื่อถามว่า “ในการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคใดมาบริหารประเทศ”ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.2 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้วร้อยละ 9.3 ระบุว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมาร้อยละ 7.5 ระบุว่าจะเลือกพรรคอนาคตใหม่ และร้อยละ 7.0 ระบุว่าจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ
    เมื่อถามต่อว่า “ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี” ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.4 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้วร้อยละ 12.0 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาร้อยละ 8.1 ระบุว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และร้อยละ 6.6 ระบุว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ.


"๒๕-๒๖ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "๗ พรรคค้าน" ปะทะ "รัฐบาลประยุทธ์" ในศึก "แถลงนโยบาย" อย่างเดียว

ปั่น 'ความยุติธรรม' หาพวก
'เลี้ยงลูกสไตล์อิสราเอล'
'ประยุทธ์-ธนาธร' หวยออกที่ใคร?
"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา