สว.ชวนนุ่งผ้าไทยสู้อากาศร้อน อินเทรนด์แบบภูมิฐานใส่ได้จริง


   

(ไอเดียนุ่งผ้าไทยของคนรุ่นใหญ่ ที่หนุ่มสาวสามารถสวมใส่ตามได้)

 

      เข้าสู่หน้าร้อนอย่างนี้ ทำให้นึกถึง “การนุ่งผ้าไทยคลายร้อนสำหรับผู้สูงวัย” เสียไม่ได้ เพราะคุณประโยชน์ของผ้าไทย ไม่เพียงช่วยคลายร้อน แต่ยังมีลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญยังเป็นเครื่องนุ่งห่มที่คนวัยหลัก 5 หลัก 6 คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะผ้าฝ้าย ที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน ขณะที่ผ้าไหมจะช่วยป้องกันความหนาว และระบายความร้อนได้ดีเช่นกัน ในช่วงอุณหภูมิสูง เพื่ออนุรักษ์แฟชั่นการนุ่งผ้าไทยในช่วงซัมเมอร์ ที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันของคนวัยเก๋า เพื่อเป็นไอเดียให้กับคนรุ่นลูกหลานแต่งตาม คุณวรัญชิต โรจนอุฬาร์ ผู้จัดการทั่วไป ร้านผ้าไทย “มุตตา” (เฟซบุ๊ก Mutta) มาแนะนำถึงใส่ผ้าไทยรับหน้าร้อน สำหรับคนวัยเก๋าไว้น่าสนใจ

(วรัญชิต โรจนอุฬาร์)

 

      คุณวรัญชิต ผู้จัดการประจำร้าน บอกว่า “ปกติแล้วผ้าไทยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ที่ผู้สูงอายุคุ้นเคยอย่าง “ผ้าฝ้าย” และ “ผ้าไหม” ทั้งนี้ คุณสมบัติของผ้าทั้งสองนั้น เริ่มจาก “ผ้าฝ้าย” จะระบายความร้อนได้ค่อนข้างดี ในส่วนของ “ผ้าไหม” จะเป็นผ้าที่ช่วยป้องกันความหนาวได้ดี เพราะทอขึ้นจากรังไหมที่เป็นเส้นในธรรมชาติ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าผ้าไหม เมื่อนำมาสวมใส่แล้วสามารถที่จะป้องกันลมหนาวได้ ที่สำคัญก็ยังสามารถสวมใส่ได้ทุกฤดูกาล อีกทั้งคุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างของผ้าไหม คือระบายความร้อนได้ดีในช่วงซัมเมอร์ของบ้านเรา สำหรับการเลือกสวมใส่ผ้าไทยทั้ง 2 ชนิดของผู้สูงอายุนั้น เนื่องจากผ้าทั้ง 2 ประเภทสามารถแยกย่อยออกไปอีก เช่น ถ้าเป็นผ้าฝ้าย ก็จะแบ่งเกรดออกเป็น เช่น ผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ และมีผ้าฝ้ายเป็นส่วนผสมกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ส่วนผ้าไหมนั้นก็สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้สูงวัยสามารถเลือกใส่ได้ทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล

      “แต่สิ่งที่อยากแนะนำให้นุ่งผ้าไหม ก็ต้องย้อนกลับไปที่คุณสมบัติของผ้า อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่าสามารถที่จะป้องกันความหนาวในช่วงที่มีอากาศเย็น สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ต่างจังหวัด แต่ในส่วนของหน้าร้อนผ้าไหม ก็จะระบายความร้อนได้ดีเช่นกัน และที่บอกไปว่า “ผ้าไหม” สามารถแยกออกได้เป็นหลายประเภทตามเส้นใยของผ้า เช่น หากผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้าน แนะนำว่าให้ “นุ่งผ้าไหมพื้น” ที่ถือเป็นผ้าที่ไม่มีลวดลาย แต่ในบางพื้นที่ก็จะใส่ลวดลายเล็กน้อยได้เช่นกัน และถ้าจะให้ดีสามารถนุ่งแบบผ้าซิ่นเบี่ยง หรือผ้าถุงเบี่ยง (นุ่งซ้ายทับขวา) โดยสามารถใส่คู่กับเสื้อผ้าไหมแขนสั้นที่พอดีตัวไม่หลวมมาก หรือใส่กับเสื้อคอกระเช้า หรือเสื้อผ้าฝ้ายก็ได้เช่นกัน 

(คนหลัก 5 หลัก 6 นุ่งซิ่นผ้าไหมอยู่กับบ้าน ช่วยระบายความร้อนได้ดี)

 

      กรณีที่คนหลัก 5 หลัก 6 ต้องออกไปร่วมงานที่เป็นทางการ สามารถเลือก “ผ้าไหมแพรวา” ซึ่งถือเป็นราชินีของผ้าไทยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นผ้าที่มีลวดลายโบราณมากว่า 100 ปี ซึ่งรูปแบบของการนุ่งผ้าไหมแพรวา แนะนำให้ “นุ่งแบบเบี่ยง” (ซ้ายทับขวา) คล้ายกับการนุ่งผ้าไหมพื้น เพื่อความเรียบร้อย และใช้เข็มขัดรัด หรือจะนุ่งผ้าไหมแพรวาในสไตล์พับเก็บชาย และใช้หัวเข็มขัดรัด ก็ช่วยให้ดูเป็นทางการได้เช่นกัน แต่ถ้าผู้สูงอายุไปร่วมงานปาร์ตี้กับเพื่อน แนะนำให้ “นุ่งซิ่นแบบทวิต” โดยใช้หัวรัดซิ่น (ผ้าถุง) ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวจะไม่มีสาย มีเพียงหัว เวลาที่นุ่งให้สอดผ้าซิ่นเข้าไปที่หัวรัดดังกล่าว ก็จะล็อกผ้าเพื่อป้องกันการหลุดขณะสวมใส่ ซึ่งหากนุ่งสไตล์นี้จะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูทันสมัย รวมถึงคนรุ่นลูกหลานก็สามารถสวมใส่ตามได้ หรือแม้แต่การนำผ้าไหมแพรวามาดีไซน์ให้เป็น “ผ้าคลุมไหล่” สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ทางภาคเหนือ ที่มีหน้ากว้างมากกว่า 50 เซนติเมตร และมีความยาวประมาณ 80 เซนติเมตร หรือดีไซน์ให้เป็น “ผ้าพันคอ” ที่มีหน้ากว้างและความยาวลดลงก็สามารถทำได้

      ทั้งนี้ ผู้ที่จะเลือกนำผ้าไหมแพรวาตัดเป็นรูปแบบอื่น เช่น โจงกระเบน หรือกระโปรง คุณวรัญชิต ให้ความรู้ว่า อันที่จริงก็สามารถทำได้ แต่ความพิเศษของผ้าไหมแพรวานั้นจะมีลวดลายที่สวยงาม เช่น ลายช่อสน ลายช้าง ลายพญานาค ฯลฯ และมีความต่อเนื่องกัน ถ้าหากนำไปตัดเป็นชุดต่างๆ อาจทำให้ลวดลายไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็จะทำให้ความงดงามของผ้าหายไป หรือคนวัยเก๋ายังสามารถนำ “ผ้าไหมพื้น” ซึ่งเรียกกันว่า “ผ้าพื้น” โดยผ้า 1 ผืน จะประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นลวดลาย และส่วนที่เป็นสีพื้น มาตัดเป็นชุดกระโปรง ก็จะเหมาะสมกว่า เนื่องจากสามารถเลือกว่าจะใช้ลวดลาย หรือเลือกใช้สีพื้น ในการตัดเป็นเสื้อผ้า

      ทั้งนี้ “ผ้าไหมแพรมนต์” ที่วัยรุ่นอาจไม่คุ้นหู แต่ทว่าผู้สูงวัยมักจะคุ้นเคยกันดี โดยสามารถนำมาผูกมวยผม หรือผูกทับมวยผมเพื่อความสวยวาม เนื่องจากเป็นผ้าทอที่ลักษณะผืนไม่ใหญ่มากนัก นอกจากนี้ยังมี “ผ้าไหมสไบเฉียง” ที่เหมาะสำหรับนำมาดีไซน์ให้เป็นสไบของผู้หญิงเวลาใส่ชุดไทย แต่ถ้านำมาคาดเอวสำหรับผู้ชาย กรณีที่ใส่ชุดประจำชาติออกงาน ก็จะช่วยให้ดูภูมิฐานขึ้น สำหรับคนสูงวัยที่ชื่นชอบผ้าไหมแบบสีสัน ก็อยากแนะนำ “ผ้าไหมมัดย้อม” หรือ “ผ้าไหมมัดหมี่” ที่เริ่มจากการการทอผ้าไหม 1 ผืน จากนั้นเพิ่มลวดลายลงไป และนำไปย้อมสี กระทั่งออกมาเป็น “ผ้าไหมมัดหมี่” (เวลาที่ทอผ้าไหมขึ้นมา 1 ผืน จะมีลักษณะสีขาวที่เป็นสีดั้งเดิม ดังนั้นเมื่อนำมาย้อมสีก็จะกลายเป็นผ้าไหมมัดหมี่) ซึ่งสามารถนำมานุ่งสไตล์ผ้าซิ่น หรือจะตัดเป็นชุดก็ได้เช่นกัน

      “สำหรับข้อควรปฏิบัติในการเลือกผ้าไหม เพื่อนำมานุ่งห่มในช่วงหน้าร้อนของผู้สูงอายุนั้น แน่นอนว่าหน้าร้อนอุณหภูมิจะสูงขึ้น จึงแนะนำว่าควรเลือกผ้าไหมที่มีสีสบายตา เช่น “ผ้าไหมย้อมสีคราม” ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วัสดุจากธรรมชาติ ซึ่งช่วยป้องกันผู้สูงอายุแพ้สารเคมีจากผ้าทอที่ใช้สารสังเคราะห์ในการย้อมผ้า ที่สำคัญให้หลีกเลี่ยงผ้าไหมที่มีแดง หรือโทนสีเข้ม เพราะจะเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย”.


พลุ่งพล่านกันเหลือเกินว่า "ขั้วไหน" จะได้เป็นรัฐบาล และ "ใคร" จะได้เป็นนายกฯ?ฉะนั้น.......วันนี้ เรามาขยี้ให้สิ้นประเด็นสงสัยกันไปซักทีดูการเมือง ก็เหมือนดูกีฬา สิ่งแรกต้องรู้คือ "กฎ-กติกา" ถ้าไม่รู้ เชียร์สะเปะ-สะปะ นอกจากทุเรศแล้ว 

จงเชื่อเส้นทางประชาชนกำหนด
สัญญาณ 'เปลี่ยนยุค' ประเทศ
ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป