ต้อนรับหน้าร้อน...ด้วยใจเย็นๆ


   

      เห็นข่าวแวบๆ...ว่ากรมอุตุนิยมวิทยา ท่านสรุปรวมความเอาไว้ทำนองว่า นับตั้งแต่วันพฤหัสฯ ที่ 21 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ถือเป็นช่วงเข้าสู่หน้าร้อน ฤดูร้อน อย่างเป็นทางการ โดยจะร้อนกันในระดับตับแลบ ม้ามแลบ อยู่พอสมควร หรือร้อนกว่าปีที่แล้วประมาณ 1-2 องศา และกว่าจะหายร้อน คลายร้อน ลงไปได้มั่ง หรือเข้าสู่ช่วงสิ้นสุดฤดูร้อน ก็ต้องรอไปประมาณกลางๆ พฤษภาคมโน่นเลย...

                                                                    --------------------------------------------------

      ด้วยเหตุนี้...ก็คงต้องเตรียมตัวแก้ผ้า โดดลงโอ่ง ไม่ก็ซื้อแป้งเย็นตรางูมาตุนเอาไว้ให้เยอะๆ หรือหาทางประดิษฐ์ คิดค้น กรรมวิธีที่พอช่วยให้ เย็นๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า เนื่องจากโดยสีสัน บรรยากาศ ของการบ้าน การเมือง ระหว่างนี้ มันอาจส่งผลให้ยิ่ง ร้อนๆ หนักขึ้นไปใหญ่ เพราะมันเริ่มเข้าสู่ช่วง โค้งวัดเบญจะ กันแล้ว ช่วงที่ใครมีเรี่ยว มีแรง มีฤทธิ์ มีเดช มีสากกะเบือเหลืออยู่กี่ด้าม มีกระสุนเหลืออยู่กี่กล่อง มีแต่ต้อง เท ต้อง ใส่ ต้อง สาด กันแบบหมดแม็ก หมดหน้าตัก หรือแบบสุดฤทธิ์ สุดหลอด สุดลิ่มทิ่มกระดาน อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้...

                                                                     ------------------------------------------------

      อันนี้นี่แหละ...ที่มันคงส่งผลให้ต้องร้อนๆ ยิ่งขึ้นไปใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ก๊กเอาบิ๊กตู่, ก๊กไม่เอาบิ๊กตู่ หรือ ก๊กเอาก็ไม่ใช่-ไม่เอาก็ไม่เชิง ไม่เพียงต่างฝ่ายต่างต้องหาทางหลบหลีกสากกะเบือ หลบกระสุนเอาไว้ให้ดี ยังต้องหมั่นประคับประคองสติ เพื่อให้เกิดปัญญางอกเงยขึ้นมามั่ง จะไป ใจร้อน หรือ หัวร้อน ใดๆ โอกาสพลาด โอกาสตาย ย่อมมีสูงยิ่งขึ้นเท่านั้น ส่วนที่พลาดไปแล้ว ตายไปแล้ว หรือไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต อันนั้น...คงไม่ต้องเสียเวลาพูดถึง เพราะขนาดยังไม่ถึงช่วงเข้าคูหากาบัตร หรือยังไม่ทันได้เลือกตั้ง หลายต่อหลายรายก็ขึ้นไปนั่งหน้าเป๋อเหรออยู่บน เมรุ กันเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...

                                                                   ---------------------------------------------------

      แต่มาถึง ณ ขณะนี้...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้นั่นแหละว่า ม้าคอก จันทร์โอชา ช่างมาแรง แซงโค้ง ซะเหลือเกิน และอาจเป็นด้วยเหตุนี้ ที่เลยต้องเจอกับ สากกะเบือบิน ร่อนไป-ร่อนมาแทบทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าเรื่อง เมล็ดพันธุ์ข้าว เรื่อง พาราควอต เรื่อง ที่ดินมักกะสัน ฯลฯลฯ ต้องปัดป้อง ปัดป่าย กันชนิดมือไม้สั่นกันไปเป็นแถบๆ และก็ด้วยเหตุที่กลไกในการปัดป้อง ปกป้อง มันผูกติดอยู่กับ กลไกราชการ นั่นแหละเป็นสำคัญ กว่าจะปัด กว่าจะป่าย ในแต่ละเรื่องๆ ก็เล่นเอาหัวปูด หัวโน เนื้อตัวบวมอลึ่งฉึ่งกันไปพอสมควร เนื่องจากกลไกราชการแบบ 0.4 ยังไงๆ มันคงตามไม่ทันสังคม 4.0 อยู่แล้วแน่ๆ...

                                                                     -----------------------------------------------------

      ส่วนม้าคอก เพื่อใคร หรือ เผาใคร ทั้งหลาย...ถ้าว่ากันตาม โพล ก็ยังคงมาแรง แซงโค้ง มิใช่น้อย โดยเฉพาะในภาคอีสานบ้านเฮา ที่ยังติดอก ติดใจ ยังอาลัย อาวรณ์ อยู่กับ มนต์รักอสูร อยู่พอสมควร แต่ถ้าว่ากันโดย ภาพรวม และโดย ข้อเท็จจริงทางการเมือง แล้ว สุดท้าย...ก็น่าที่จะได้ทำหน้าที่ ฝ่ายค้าน ในรัฐสภาอย่างสมเกียรติ สมภาคภูมิ โอกาสที่จะมาแรง แซงโค้ง ระดับพลิกกลับมาเป็น รัฐบาล ได้นั้น น่าจะเหลืออยู่ที่ประมาณ 0.001 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ยิ่งเมื่อแบงก์ร้อย แบงก์ห้าร้อย ที่แตกออกไปจากแบงก์พัน ดันกลายเป็น แบงก์กงเต๊ก ไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว ขนาด 100 บาทเอาอุจจาระสุนัขกองเดียว ยังแทบไม่มีใครกล้ารอง กล้าเล่น เอาเลยแม้แต่น้อย...

                                                                         -------------------------------------------------------

      สำหรับม้าคอก ประชาธิกัด นั้น...ก็น่าจะไปแบบเรื่อยๆ เหมือนอย่างที่เคยไป เคยมา มาโดยตลอดนั่นแหละ คือยังไม่มีอะไรเป็นแรงกระตุ้น แรงอัดฉีด ให้เกิดอาการคึกๆ คักๆ กว่าเท่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าในแง่กระแสภายนอก หรือปัจจัยภายใน เรียกว่า...ขนาดหัวหน้าพรรคแก่พรรษา ไม่เคยหลุด เคยร่วง จากตำแหน่งทางการเมืองมาตลอดไม่รู้กี่ต่อกี่ทศวรรษ แต่เวลาถูกนำเอาไปเปรียบเทียบกันใน โพล กลับต้องตามหลังพวกเด็กๆ ที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม อย่างชนิดไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อเอาเลยถึงขั้นนั้น ดังนั้น...ไม่ว่าจะจริง-ไม่จริงก็ตาม แต่โดย กระแส แล้ว คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้นั่นแหละว่า ถ้าได้เก้าอี้ส.ส.มาซัก 100 ขึ้น ก็ต้องถือเป็นพระคุณอย่างยิ่ง หรือไม่น่าจะไปไกลเกินไปกว่านั้นมากมายซักเท่าไหร่...

                                                                         -----------------------------------------------------

      สรุปรวมความแล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่างก็น่าจะไหลไปตาม สูตร ไม่ถึงกับต้อง เสียว หรือต้อง เตี๋ยว อะไรกันมากมาย หลังจากม้าแต่ละตัว แต่ละคอก ได้ผ่านพ้นเส้นชัยไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะหลังจากนั้น...ธรรมชาติทางการเมือง มันก็คงจัดสรรปันส่วน แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ไปตามวิถีทางของมันนั่นเอง ไอ้ที่เคยกลัวๆ ว่าจะถึงขั้น พฤษภาทมิฬ หรือ ตุลาคมทะมึน อะไรประมาณนั้น หรือไม่ อย่างไร??? มาถึงขั้นนี้...คงต้องยอมรับนั่นแหละว่า โดยแนวโน้มทางการเมือง...น่าจะพอลดๆ อุณหภูมิความร้อนลงไปได้มั่ง หลังจากหมดสิ้นฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ในช่วงกลางๆ พฤษภาคมนั่นแล...

                                                                          ----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Peter F. Drucker ... The best way to predict the future is to create it.- วิธีคาดคะเนอนาคตที่ดีที่สุด...ก็คือการสร้างสรรค์มันขึ้นมา...

                                                                          ------------------------------------------------------


"บัดนี้.......... การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๒

"ธนาธร"กับ"กฎหมายปิยบุตร"
จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร
ความคิด 'ส่วนเกิน' ประชาธิปัตย์
ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก